เดินหน้าชน :เขย่า‘ดีเอสไอ’ โดย นัฐวัฒน์ ดวงแก้ว

20.01.23 | 13:30 น.

ช่วงนี้งานเข้าถี่ยิบ สำหรับ ‘อธิบดีต้น’ ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และหน่วยงานในสังกัด ดีเอสไอ มีเรื่องต้องตอบคำถามสังคม และชี้แจงปมค้างคาตั้งแต่ปี’65 จนถึงเรื่องร้อนในปัจจุบัน แม้บางเรื่องจะเป็นผลงานบ้างก็ตาม แต่หนักไปในทางเรื่องที่ปวดหัว ก็ว่าได้!!!

จนต้องร่อนหนังสือชี้แจง ‘จัดซื้อเครื่องค้นหามือถือระยะใกล้ ไม่มีการฮั้ว โปร่งใส ตรวจสอบได้’, กรณีมีการร้องว่ามีการทุจริตสอบเลื่อนตำแหน่ง นอกจากนี้ ยังมีเรื่อง ‘เสี่ยเบนท์ลีย์’ ขับรถเฉี่ยวชนรถผู้อื่น ที่มีข่าวว่า ‘บิ๊กดีเอสไอ’ ช่วยพาตัวออกจาก สน.ทางด่วน 1 เพื่อไปตรวจหาสารที่โรงพยาบาลตำรวจ

เมื่อเจอสื่อ จี้ถาม ‘อธิบดีต้น’ รีบปฏิเสธทันควันว่าไม่ใช่ผมแน่นอน การที่มีการแอบอ้างยศตำแหน่งในคืนวันเกิดเหตุว่า เคยเป็นอดีตตำรวจ หรือยังดำรงตำแหน่งระดับผู้บังคับบัญชา และเป็นอธิบดีดีเอสไอ ผมไม่ได้มาจากสายตำรวจ แต่จบมาทางด้านสายแพทย์

ทั้งนี้ “หากเรื่องดังกล่าวถูกตรวจสอบและสรุปว่าเป็นผมที่เข้าไปติดต่อขอช่วยเหลือทางด้านคดีให้กับคนขับขี่รถยนต์เบนท์ลีย์จริง พร้อมที่จะลาออกจากตำแหน่งทันที แต่หากพบว่ามีระดับผู้ใต้บังคับบัญชาของดีเอสไอเป็นคนแอบอ้าง จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างแน่นอน”

ขณะเดียวกัน ภายหลังไม่กี่วัน ‘อธิบดีต้น’ สั่งร่อนหนังสือชี้แจงสังคมหยิบปมร้อนต่างๆ หวั่นตกเป็นฝ่ายตั้งรับ โดยเฉพาะที่มีการแฉ การสอบเลื่อนตำแหน่งและเปลี่ยนสายงานของข้าราชการดีเอสไอ มีข้อสอบหลุดออกมาเฉลยก่อน นั้น กระบวนการต่างๆ มหาวิทยาลัยดำเนินการทั้งหมด ตั้งแต่ออกข้อสอบไปจนถึงตรวจคะแนน และมีมาตรการเข้มเก็บตัวกรรมการและเจ้าหน้าที่ออกข้อสอบ ก่อนสอบ 1 วัน ในสถานที่กำหนด เก็บโทรศัพท์และอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิด และการติดตั้งกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ตลอด 24 ชม. ไม่มีทางที่ข้อสอบจะหลุด การสอบคัดเลือกข้าราชการในครั้งนี้ มีผู้มีสิทธิสอบรวมทั้งสิ้น 391 คน มีผู้ผ่านการคัดเลือกเพียง 87 คน และยังมีตำแหน่งว่างคงเหลือจากการสอบอีก 20 อัตราเห็นได้ว่า มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกอีกเป็นจำนวนมาก ตรงกันข้ามกับที่มีผู้ร้องเรียน ว่ามีการเฉลยข้อสอบก่อน หากมีข้อสอบหลุดจริงก็น่าจะไม่มีตำแหน่งว่าง

Advertisement

ว่ากันว่า ‘อธิบดีต้น’ และคนใกล้ชิดเริ่มสงสัยว่า มีขบวนการเลื่อยขาเก้าอี้ และทำลายภาพลักษณ์องค์กรหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้หวั่นไหว ยังตั้งใจทำงานเพื่อพิสูจน์ตัวเอง อย่างที่เคยพูดอยู่เสมอว่า การบริหารบุคคลใน
ดีเอสไอนั้นใช้ระบบคุณธรรม

อย่างไรก็ดี ‘ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก’ ก็ดันมีเรื่อง ดีเอสไอ, ตร.191 และศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย เข้าไปตบทรัพย์จีนเทาที่ปลอมวีซ่าปลอมเข้ามาอีก
ถึงขั้น ‘บิ๊กโจ๊ก’ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ลุยคดีว่า จนท.ดีเอสไอ มีผู้บังคับบัญชาเกี่ยวข้องอนุมัติหรือไม่ หรือมีใครสั่งการ อย่างไรก็ดี ทองแท้ไม่กลัวไฟ ต้องใช้เวลาพิสูจน์ความจริง แต่ถ้าของปลอมตัวใครตัวมัน…

จนกระทั่ง 18 ม.ค. สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เซ็นคำสั่งเด้ง ‘อธิบดีต้น’ ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และรักษาราชการแทน ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และให้ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ไปปฏิบัติหน้าที่ให้รักษาราชการแทนอธิบดีดีเอสไอ