หน้าแรก บทความ บทนำ : สภาล่ม...

บทนำ : สภาล่ม-ยุบสภา

23.01.23 | 09:09 น.
บทนำ : สภาล่ม-ยุบสภา เหตุการณ์สภาล่มแม้จะเป็นเรื่องที่ชินชา

บทนำ : สภาล่ม-ยุบสภา

เหตุการณ์สภาล่มแม้จะเป็นเรื่องที่ชินชา ดูเหมือนว่าจะไม่สำคัญ แต่แท้ที่จริงแล้วสภาล่มได้สะท้อนภาพความไม่พร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ และหากพิจารณาถึงวาระการประชุมที่เป็นเหตุให้สภาล่มก็พบว่า เป็นการพิจารณากฎหมายที่พรรคฝ่ายรัฐบาลเป็นผู้เสนอ ซึ่งตามระบอบประชาธิปไตยในปัจจุบันถือเป็นเสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาล เท่ากับว่าหากเป็นกฎหมายของฝ่ายรัฐบาลนำเสนอ และมีความปรองดองกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล การขับเคลื่อนร่างกฎหมายให้ผ่านพ้นไปได้ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ยากนัก แต่เมื่อเกิดเหตุสภาล่มซ้ำซาก แสดงว่าความปรองดองในเรื่องดังกล่าวพังครืนลง

นอกจากนี้ จากเหตุการณ์สภาล่มครั้งแล้วครั้งเล่าได้มีความพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าว อาทิ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ประสานไปยังฝ่ายรัฐบาลขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หารือกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลว่าให้กำชับ ส.ส.ทุกพรรคเข้าประชุมสภา อย่าให้เกิดสภาล่มอีก ซึ่งตามรายงานข่าวระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้แจ้งให้หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลกำชับลูกพรรคไปแล้ว แต่ปรากฏว่าเหตุการณ์สภาล่มก็ยังเกิดขึ้น และเกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆ และแม้ว่านายชวนจะประชุมในส่วนของวิป ซึ่งเป็นตัวแทนของพรรคร่วมรัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน และยังมีรัฐมนตรีประสานงานกับสภา แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาสภาล่มได้

เหตุการณ์สภาล่มจนกระทั่งประธานรัฐสภาและนายกรัฐมนตรีลงมาช่วยแก้ปัญหา สะท้อนถึงการทำงานของวิป ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตอกย้ำความล้มเหลวในการแก้ปัญหา ทำให้การพิจารณาร่างกฎหมายต้องหยุดชะงัก รัฐสภาต้องแบกรับค่าใช้จ่ายของ ส.ส.หลายเรื่องโดยไม่สามารถขับเคลื่อนงานนิติบัญญัติไปข้างหน้าได้อย่างคุ้มค่า แม้ว่าสมัยการประชุมสุดท้ายของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้จะเหลืออีกแค่เดือนกุมภาพันธ์ แต่ดูเหมือนว่าสภาพการทำงานของสภาจะหมดอายุลงไปก่อน กระทั่งเริ่มมีกระแสเสียงเรียกร้องให้ยุบสภา

ขณะนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นขอเปิดอภิปรายรัฐบาลแบบไม่ต้องลงมติ โดยมีกำหนดว่าจะใช้เวลาเดือนกุมภาพันธ์ในการอภิปราย ซึ่งเริ่มมีกระแสข่าวว่ามีโอกาสที่นายกรัฐมนตรีจะยุบสภาก่อนการอภิปรายดังกล่าวเกิดขึ้น ซึ่งจะยิ่งทำให้ประชาชนเสียโอกาสได้ฟังข้อมูลการตรวจสอบและการชี้แจงในการบริหารราชการแผ่นดินจากปากของคณะรัฐมนตรี และ ส.ส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกับเป็นเกมการเมือง ที่ผลดีจะเกิดกับฝ่ายใดยังไม่ทราบ แต่กลุ่มที่ได้รับผลเสียหายย่อมหนีไม่พ้นประชาชน

Advertisement