“รถถัง” ยอดเยี่ยมอันดับต้นของโลก ได้รับ “ไฟเขียว” จากผู้นำเยอรมัน…ให้ไปทำศึก (ยกใหม่) ในยูเครน
24 กุมภาพันธ์ 2566 สงครามรัสเซียบุกยูเครน..จะครบ 1 ปี
ทำสงครามกันในทุกมิติ ตั้งแต่ในสนามรบ จนไปถึง การค้า เศรษฐกิจ การเมือง การทูต สงครามข่าว ..เกิดขั้วอำนาจใหม่ ใหญ่-เล็ก เพื่อผลประโยชน์แห่งตน และชาติของตนทั่วโลก …
ประชาชนยูเครนหลายล้านคนหนีตาย กระจายไปในหลายประเทศ ส่วนที่ยังอยู่ในยูเครน ไม่ต้องตายก็ตกนรกได้
ศึกสงครามในยูเครนส่งผลไปถึงอิทธิพลของสหรัฐในเอเชีย-แปซิฟิก มีเงาทะมึนของสหรัฐที่ส่งสัญญาณเข้มไปถึงพญามังกรจีน..กรณีเกาะไต้หวัน
ไต้หวัน มีสหรัฐคอยปกป้อง..ต้องเร่งสร้างอำนาจกำลังรบเพิ่ม
ออสเตรเลียที่อยู่ไกลโพ้น…ต้องส่งอาวุธไปช่วยยูเครน
ที่นึกไม่ถึง คือ “ญี่ปุ่น” ต้องเร่งฟื้นฟูกองทัพขึ้นมา เพื่อปกป้องตนเองจากจีน ต้องช่วยอเมริกาทำการรบได้ในย่านเอเชีย-แปซิฟิก
กองทัพญี่ปุ่นเคยแสดงอิทธิฤทธิ์ให้ชาวโลกสยดสยองมาแล้วเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 แข็งแกร่ง โหด มีเทคโนโลยีก้าวล้ำไม่แพ้ชาติใดในโลก …มาถึงวันนี้..ญี่ปุ่นยืน 1 ในเรื่องเทคโนโลยี
(พ.ศ.2488 ญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 อเมริกาเข้าควบคุม ให้มีเพียง “กองกำลังป้องกันตนเอง” มีแสนยานุภาพแบบจำกัด)
กลับมาที่สงครามในยูเครน
สหประชาชาติ (UN) ที่เป็นความหวัง เป็นองค์กรที่ถูกระบุว่าจะธำรงสันติภาพของโลก ถูกพิสูจน์ (อีกแล้ว) ว่า “ไร้น้ำยา” ไม่มีอำนาจ ไม่สามารถทำงานได้จริงตามตำราที่เรียน-สอนกัน
กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 ปูตินส่งกำลังไปยึดเกาะไครเมียของยูเครนมาแล้ว…สหประชาชาติ พันธมิตรนาโต ก็ประณาม ประท้วง จนหมดแรงไปเอง เวลาผ่านไป ลืมกันไปหมด ตัวใครตัวมัน
รัสเซียเข้าไปครอบครองดินแดนไครเมีย โดยสมบูรณ์
24 กุมภาพันธ์ 2565 ปูตินสั่งทหารนับแสนบุกยูเครน สหรัฐระดมส่งอาวุธ เรียกร้องพันธมิตรนาโตให้ช่วย ยูเครนอาการร่อแร่ ปางตาย ตั้งตัวไม่ติด สนามรบขยายตัวออกไปทางทะเล
ด้านหน้าของแนวรบทางบก ขยายออกไป หมีขาววางกำลัง เข้าตีโอบเหมือนคีมบีบยูเครน ..“ตีเจาะ” ที่กรุงเคียฟ แต่ไม่สำเร็จ
อเมริกา เป็นเสาหลัก รีบสถาปนากำลังรบของนาโตในยุโรป
อาวุธทันสมัยในคลังถูกนำมาปัดฝุ่นใช้งาน ถือเป็นการล้างสต๊อก อาวุธ กระสุน จรวด ขีปนาวุธ ถูกประเคนให้กองทัพยูเครน
จรวดต่อสู้รถถัง จรวดยิงอากาศยาน คือ ความเร่งด่วน
“อาวุธสำรองสงคราม” ที่จ่ายออกไปจากคลัง ก็ต้องเร่งผลิตทดแทน เช่น จรวดต่อสู้รถถัง เจฟลิน (Javelin) ของสหรัฐที่ขนไปให้ยูเครนนับพันลูก ถึงขนาดประธานาธิบดีสหรัฐต้องไปเยี่ยมโรงงานผลิต
เมืองต่างๆ ของยูเครน ถูกยิงถล่ม ประชาชนสาหัส สงครามไม่มีวันหยุด ไม่มีกลไกใดจะมาหยุดพลังความดุร้าย
ปูตินประกาศยึด 4 แคว้นของยูเครนที่ติดกับรัสเซีย
ชาติต่างๆ ในยุโรปสะท้านหวั่นไหว กลัวกองทัพพญาหมีขาว อยู่ไม่เป็นสุข ก๊าซ น้ำมัน ที่ต้องซื้อรัสเซีย โดนปิดก๊อก เดือดร้อนหนัก
เกิดคำศัพท์…“Russiaphobia” คือ ความรู้สึกต่อต้านรัสเซีย ไม่ชอบหรือกลัวรัสเซีย
ผู้เขียนขอให้ข้อมูลเสริมว่า นับร้อยปีที่ผ่านมา สงครามในยุโรป มันโหดร้าย ประหัตประหารกันเองในยุโรปตายนับร้อยล้านคน ชาติต่างๆ ในยุโรปมีความหลังฝังใจ แค้นเคือง ระแวงกันมาถึงทุกวันนี้
2 ประเทศที่เคยถูกกองทัพรัสเซียบุกมาแล้วในอดีต คือ ฟินแลนด์ สวีเดน ประกาศขอเข้าเป็นพันธมิตรนาโต เพื่อหาภูมิคุ้มกัน ฟินแลนด์สะดุ้ง เพราะมีพรมแดนติดกับรัสเซียราว 1,300 กม.
ผู้นำยูเครน มีบทบาทสูงเด่น ร้องขออาวุธจากนานาประเทศ ได้รับความเห็นใจจากประเทศต่างๆ แบบมหัศจรรย์ กระสุนทุกนัด อาวุธทุกชนิดมาจากการบริจาค ช่วยเหลือ ไหลมา เทมา
ทุกชาติในยุโรปต้องช่วยกัน “ดันหลัง” ยูเครน ..ถ้ายูเครนล่มสลาย พังครืน ..พญาหมีขาวอาจจะยกกำลังมาจ่อที่หน้าบ้านได้
สงครามยืดเยื้อ …ผ่านมาถึงหน้าหนาวที่ทารุณทุกชีวิต ความรุนแรงในสนามรบไม่ลดลงเลย ปูตินยัง “ไม่พอใจ” กับชัยชนะที่ล่าช้า สั่งเปลี่ยนแม่ทัพแล้ว 3 คน
ผลัดกันรุก ผลัดกันรับ แต่ประชาชนยูเครนตายเป็นเบือ รัสเซียปล่อยจรวดว่อนน่านฟ้ายูเครน เลือกยิงได้ตามอัธยาศัย
ชาติตะวันตกยังเหนียวแน่น ทุ่มเทให้ยูเครนผู้เคราะห์ร้าย
สงครามคาราคาซัง รัสเซียไม่สามารถประกาศชัยชนะได้
หน่วยข่าวกรองยืนยันว่า ช่วงปลายฤดูหนาว ปี 2566 …หมีขาว “เตรียมขย้ำ” ยูเครนซ้ำให้แหลกละลาย
แม่ทัพ ขุนศึกต้องเห็นภาพสนามรบในอนาคต… จะต้านการรุกของรัสเซียในอนาคตอย่างไร…คำตอบ คือ ต้องใช้รถถัง
“รถถัง” ที่นักรบทหารม้าทั้งหลายยกย่องว่าเยี่ยมยอด คือ รถถังเลพเพิร์ด 2 (Leopard2) ของเยอรมัน ที่มีคุณลักษณะ เหมาะจะใช้ตีโต้ตอบ รุกกลับเพื่อไปยึดเอา 4 แค้วนของยูเครนคืนมา
เลพเพิร์ด แปลว่า เสือดาว
มกราคม 2566 ยูเครนเรียกร้องชาติตะวันตก…ขอรถถัง Leopard 2 จำนวน 300 คัน ด้วยรถถังชนิดนี้เท่านั้น จะยัน ต้านทานและเป็นฝ่ายรุกกลับได้
รถถัง เสือดาว 2 เก่งแค่ไหน…
สุดยอดรถถังของเยอรมัน หนักประมาณ 63 ตัน มีพิสัยทำการประมาณ 500 กม. เริ่มประจำการครั้งแรกในปี พ.ศ.2522
ความเร็วสูงสุด 70 กม./ชม. ติดตั้งปืนขนาด 120 มม. เป็นอาวุธหลัก พร้อมปืนกลเบาคู่ร่วมแกน 2 กระบอก เมื่อขับแบบออฟโรด ทำให้ความคล่องแคล่วเป็น 1 ในคุณสมบัติเด่น มีเกราะทำด้วยวัสดุแบบพิเศษ ป้องกันทุ่นระเบิด หรือการยิงต่อต้านรถถัง
รถถังประจัญบาน ใช้งานโดยกองทัพเยอรมันมานานหลายทศวรรษ ไปแสดงอานุภาพในอัฟกานิสถาน คอซอวอ และซีเรีย ได้รับคำชม ด้วยเหตุผล …ปรนนิบัติบำรุงง่าย มีชิ้นส่วนอะไหล่เหลือเฟือในคลังของประเทศต่างๆ ในยุโรป
(ปัจจุบัน ยูเครนใช้รถถัง T-72 ของรัสเซียเป็นหลัก ตั้งแต่สมัยเป็นสหภาพโซเวียต ชำรุดเป็นส่วนใหญ่ ไม่พร้อมรบ)
ใช้เครื่องยนต์ดีเซล มีอุปกรณ์มองกลางคืนและเลเซอร์เรนจ์ไฟนเดอร์ (Range Finder) ที่สามารถ “วัดระยะทาง” ไปยังเป้าหมายได้ เล็งไปที่เป้าหมายที่กำลังเคลื่อนที่ แม้ขณะเดินทางผ่านพื้นที่ขรุขระ
ที่ยูเครนร้องขอเพราะมีประจำการในยุโรปอยู่แล้ว 13 ประเทศ การขนย้ายมาให้ยูเครนไม่ไกลนัก ระบบการควบคุมในรถทันสมัยที่สุด ถ้าส่งมาให้ ฝึกใช้งานไม่นานก็พร้อมรบ
เมื่อวันที่ 21-22 มกราคม 2566 สหรัฐเชิญ 50 ประเทศประชุมที่ฐานทัพอากาศแรมสไตน์ของอเมริกาในเยอรมนี เพื่อจะ “ลงขัน” จัดหายุทโธปกรณ์ทางทหารมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ให้กับเคียฟ
ยุทโธปกรณ์หลักที่เจรจากันตึงเครียด คือ รถถังเลพเพิร์ด 2
เคยมีคำกล่าว (ในอดีต) ว่า.. อาวุธที่ต่อสู้รถถังที่ดีที่สุด คือ รถถัง และเจ้าเสือดาว 2 นี้จะสามารถฟัดกับรถถัง T-90s ของปูตินได้
โดยรวมแล้วมีรถถังชนิดนี้ ประมาณ 2,000 คัน กระจายอยู่ทั่วยุโรป ในกลุ่มนาโต
นักวิเคราะห์ตะวันตกเสนอว่าจัดหาให้เพียงแค่ 100 คัน น่าจะเปลี่ยนสมดุล เปลี่ยนรับกลับเป็นฝ่ายรุกได้ ประเทศต่างๆ ที่ครอบครอง เจ้าเสือดาว 2 สามารถรวมกัน ลงขันมอบให้ยูเครน
หากแต่ต้อง “ได้รับอนุมัติ” จากเยอรมันผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์โดยกฎหมาย
กฎหมายของเยอรมัน กำหนดไว้ว่า… จะนำรถถังเยอรมันไปขายต่อ นำไปมอบให้ประเทศที่ 3 ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐบาลเยอรมันเท่านั้น…เป็นประเด็นที่ฝ่าฝืนมิได้
นายกรัฐมนตรีเยอรมันถูกกดดันอย่างหนักจากประเทศต่างๆ ในยุโรปให้อนุมัติ… เพราะเป็นโรค “กลัวรัสเซีย” กันหมดแล้ว
รถถัง คือ กำลังรบหลัก เพิ่มความสามารถใน “การรุกรบ” ที่ชัดเจนกว่ามากอาวุธชนิดใด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยูเครนรู้ดีว่ากองทัพหมีขาวกำลังเตรียมบุกมาชัดเจน
เมื่อถูกบีบหนัก เยอรมันเกี่ยงว่า …จะไม่ส่งรถถัง Leopard 2 ของตนไปยังยูเครน หรืออนุญาตให้ประเทศอื่นที่มีรถถังที่ผลิตในเยอรมันในคลังของตนทำเช่นนั้น เว้นแต่สหรัฐจะตกลงส่งรถถัง M1 Abrams ไปยังเคียฟด้วย
สุดยอดของรถถังอีกชนิดหนึ่งของโลก คือ เอบรามส์ M1 Abrams) ของสหรัฐ ออกแบบโดยบริษัท Chrysler Defence ประจำการตั้งแต่ปี 1980 ใช้พลรถถัง 4 นาย น้ำหนัก 54.54 ตัน ติดตั้งปืนใหญ่ขนาด 105 มม. พร้อมปืนกล ขนาด 12.7 มม. 1 กระบอก และปืนกลขนาด 7.62 มม. 2 กระบอก ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาฟต์ 1,500 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 72 กม./ชม. ระยะปฏิบัติการ 500 กม.
หากรถถังทั้ง 2 รุ่น ถูกนำมาใช้ในสงครามรัสเซีย-ยูเครน มีความเป็นไปได้ว่าจะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ทางยูเครนและชาติพันธมิตร “พึงพอใจ” สู้กับกองทัพรัสเซียได้
เยอรมัน ต้อง “คิดหนัก” เพราะถ้าบุ่มบ่าม เฟอะฟะ ให้ไป เท่ากับลงไป “ชนช้าง” กับรัสเซีย…ปูติน ต้องแค้น..เอาตายแน่ …
โปแลนด์ ที่เป็น “ด่านหน้า” มีชาวยูเครนอพยพเข้าไปนับล้านคน ต้องส่งเสียงดังที่สุด ขอให้เยอรมันอนุญาตส่งรถถังชนิดนี้ไปให้ยูเครน โปแลนด์พร้อมจะแหกกฎของเยอรมัน เพื่อความอยู่รอด
ทุกชาติออกมาบีบเยอรมันจนหน้าเขียว มิใช่ห่วงยูเครน..แต่ห่วงตัวเองว่าถ้ายูเครนพินาศ..ยุโรปจะลุกเป็นไฟ ในสภาวะสงคราม ทุกเวลานาทีมีค่ายิ่งนัก…เยอรมันยังลังเลใจ
อังกฤษจะประกาศจะส่งรถถัง Challenger 2 จำนวน 10 คันไปยังเคียฟ เพื่อจะช่วยให้เยอรมันอนุญาตให้ส่งออก Leopard 2
สหรัฐประกาศจะส่งยานเกราะแบรดลีย์ 50 คัน และยานเกราะสไตร์กเกอร์ อาวุธอีกมหาศาลสำหรับทำศึกยกต่อไป
ฝรั่งเศสว่าจะจัดหา AMX-10 RCs ที่หุ้มเกราะเบา ส่งไปยังยูเครน ภายใน 2 เดือน
เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกสำหรับการตัดสินใจของเยอรมัน ที่อยู่ในสภาพถูกบังคับใน “ความล่อแหลม” ที่จะต้องเผชิญกับปูติน
24 มกราคม 2566 ….สิ้นสุดการรอคอย…
นายสโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต และบอริส พิสโตริอุส รมว.กห.ของเยอรมนี ออกมาแถลงข่าวร่วมกัน ที่กระทรวงกลาโหม ในกรุงเบอร์ลิน …รัฐบาลเยอรมันประกาศพร้อมส่งมอบรถถัง Leopard อันทรงอานุภาพให้ยูเครน เพื่อใช้รับมือรัสเซีย
รุ่นที่จะส่งมอบให้ คือ Leopard 2 A6 จำนวน 14 คัน จากคลังแสงของเยอรมัน รัฐบาลเยอรมันยังอนุมัติให้ชาติยุโรปอื่นๆ สามารถส่งรถถังรุ่นนี้ที่มีในคลังแสงของแต่ละประเทศไปยังยูเครน เพื่อนำไปรวมกันและก่อตั้งเป็น “กองพันรถถัง” ในยูเครน
เยอรมัน ใจถึง-พึ่งได้…โดยจะฝึกกองกำลังยูเครนให้สามารถใช้รถถังได้เต็มประสิทธิภาพ ตลอดจนช่วยเหลือด้านการขนส่งกระสุน และการบำรุงรักษายานพาหนะ
เครมลินที่เฝ้ามองการตัดสินใจครั้งสำคัญ ควันออกหู..แถลงว่า
“การตัดสินใจส่งรถถังให้ยูเครน เป็นการกระทำที่สุ่มเสี่ยงเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะนำความขัดแย้งไปสู่การเผชิญหน้าที่รุนแรงขึ้น”
ผู้เขียนขอออกความเห็นว่า…ถ้าคิดว่า รถถังรุ่นนี้เก่ง…สิ่งที่จะต้อง “เก่งกว่า” คือ “พลประจำรถถัง” ที่จะต้องเชี่ยวชาญ ชำนาญ ต้องฝึก
จะต้องมั่นใจใน “ระบบส่งกำลังบำรุง” …กระสุน น้ำมัน อะไหล่ ระบบการติดต่อสื่อสาร ถ้าพลาด คือ แพ้-ตาย สถานเดียว
คอยติดตาม “สงครามรถถัง” กันต่อไปนะครับ…

