หน้าแรก บทความ บทนำ : จับตา ...

บทนำ : จับตา กรอ.พลังงาน

1.02.23 | 09:09 น.
บทนำ : จับตา กรอ.พลังงาน ดูเหมือนราคาไฟฟ้าจะยังไม่หยุดนิ่ง

บทนำ : จับตา กรอ.พลังงาน

ดูเหมือนราคาไฟฟ้าจะยังไม่หยุดนิ่ง โดย นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยถึงแนวโน้มค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที)งวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2566 ว่า ต้องพิจารณาต้นทุนเชื้อเพลิงและปัจจัยผลกระทบให้รอบด้านเพื่อพยากรณ์ใกล้เคียงมากที่สุด ซึ่งปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 1.ปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย 2.ปริมาณแอลเอ็นจีสปอตหรือก๊าซธรรมชาติเหลวในตลาดจร และ 3.อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท

สำหรับราคาเอฟทีงวด มกราคม-เมษายน เมื่อบวกกับค่าไฟฐานอยู่ที่ 5.2 บาทต่อหน่วย แต่รัฐบาลมีนโยบายตรึงราคาค่าไฟครัวเรือนไว้ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟกลุ่มอื่น อาทิ เอกชน ขยับไปอยู่ที่ 5.69 บาทต่อหน่วยก่อนจะลดลงเหลือ 5.33 บาทต่อหน่วย ดังนั้นหากต้นทุนเชื้อเพลิงลดลง โดยเฉพาะ 3 ปัจจัยข้างต้น และรัฐบาลไม่มีนโยบายแยก 2 ราคา และกำหนดค่าไฟราคาเดียว คาดว่างวดหน้าคือ พฤษภาคม-สิงหาคม 2566 จะถูกกว่า 5.2 บาทต่อหน่วย แต่หากต้นทุนไม่เปลี่ยนแปลงก็สามารถตรึงไว้ที่ 5.2 บาทต่อหน่วยได้ และหากต้นทุนเพิ่มค่าไฟจะสูงกว่า 5.2 บาทต่อหน่วย

ด้าน นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดตั้งกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ด้านพลังงาน เพื่อพิจารณาโครงสร้างต้นทุนค่าไฟที่เป็นธรรมกับทุกฝ่ายตามข้อเสนอเอกชนว่า อยู่ระหว่างการพิจารณารายชื่อฝั่งรัฐและฝั่งเอกชน และให้เร่งทำงานแก้ไขปัญหาล่วงหน้า เมื่อตั้งกรรมการและจัดประชุมนัดแรกจะได้มีข้อมูลพิจารณาทันที

กรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านพลังงานดังกล่าวเป็นข้อเรียกร้องฝั่งเอกชน เกี่ยวกับอัตราค่าไฟของไทยเทียบกับเวียดนามที่ระบุว่าไทยอัตราบ้านเรือนทั่วไป 4.72 บาทต่อหน่วยและเอกชน 5.33 บาทต่อหน่วย แพงกว่าเวียดนามซึ่งอยู่ที่ 2.88 บาทต่อหน่วย ซึ่งเบื้องต้นพบว่า ต้นทุนพลังงานของเวียดนามประมาณ 50 % มาจากถ่านหิน ส่วนไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมีราคาผันผวนในช่วงนี้ ปัญหาดังกล่าวปล่อยไว้นานมีแต่สร้างความเสียหาย จึงจำเป็นต้องเร่งแก้ไขในทันที และหวังว่าผลการพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะประสบผล ทำให้ประเทศมีความสามารถในการแข่งขัน และสามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนได้สำเร็จ

Advertisement

 

 

 

อ่านข่าวน่าสนใจ: