บทนำ : พีเอ็ม2.5แรงขึ้น
ตั้งแต่ต้นปี 2566 เป็นต้นมา มีข่าวสารด้านต่างๆ ปรากฏขึ้นอย่างน่าตื่นเต้น ทั้งการหาเสียงและความเคลื่อนไหวทางการเมือง ทั้งปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นวิกฤตต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา รวมไปถึงเหตุการณ์อื่นๆ รวมทั้งการตื่นเต้นกับอุณหภูมิเมืองไทยที่ถือว่าหนาวนาน จนกระทั่งอาจจะลืมเลือนภัยใกล้ตัวอย่าง ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ที่เริ่มปรากฏ และอาจจะเป็นภัยต่อสุขภาพคนไทย
รายงานจากกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล วันที่ 1-7 กุมภาพันธ์ ว่าวันที่ 1-4 กุมภาพันธ์ พื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลควรเฝ้าระวังการสะสมของฝุ่นละออง เนื่องจากสภาพอากาศที่นิ่งและปิด โดยพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ กรุงเทพฯกลาง กรุงธนเหนือและใต้ ส่วนพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือมีแนวโน้มว่าคุณภาพอากาศจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ แต่ควรเฝ้าระวังบริเวณภาคเหนือตอนบนและล่างในช่วงวันที่ 1-5 กุมภาพันธ์
ทางด้านศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 31 มกราคม ณ 07.00 น. ถึงภาพรวมปริมาณพีเอ็ม 2.5 ในประเทศพบเกินค่ามาตรฐานในกรุงเทพฯ จ.นนทบุรี จ.นครปฐม จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรปราการ จ.น่าน จ.ลำปาง จ.เชียงใหม่ จ.แพร่ จ.ลำพูน จ.อุตรดิตถ์ จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก จ.ตาก จ.กำแพงเพชร จ.พิจิตร จ.เพชรบูรณ์ จ.นครสวรรค์ จ.อุทัยธานี จ.สิงห์บุรี จ.สระบุรี จ.อ่างทอง จ.สุพรรณบุรี จ.ราชบุรี จ.สมุทรสงคราม จ.บึงกาฬ จ.เลย จ.อุดรธานี จ.นครพนม จ.หนองบัวลำภู จ.ขอนแก่น และ จ.ชัยภูมิ
ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 หากมีมากเกินไปนอกจากจะกระทบต่อสุขภาพผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ที่มีฝุ่นปกคลุมแล้ว ยังส่งผลต่อการท่องเที่ยวอีกด้วย หรือผลการตรวจวัดปรากฏว่าเมืองไทยมีฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพย่อมกระทบต่อการตัดสินใจของชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวประเทศไทย สำหรับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ฝุ่น กรมอนามัยเคยให้ข้อแนะนำว่า ให้หลีกเลี่ยงการสูดฝุ่นเข้าสู่ร่างกาย แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น ส่วนการป้องกันผลที่อาจกระทบถึงการท่องเที่ยวนั้นภาครัฐจำเป็นต้องมีมาตรการหลากหลาย เพื่อมิให้ฝุ่นเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของชาติ

