กล้าๆ‘ปฏิรูปกองทัพ’
นั่งอ่านข่าวล่าสุดพรรคเพื่อไทยออกมาโหมโรงโชว์นโยบายลดขนาดกองทัพไทยและยกเลิกการเกณฑ์ทหาร โดย ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรค ออกมาแถลงว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ งบประมาณรายจ่ายด้านบุคลากรของกระทรวงกลาโหมที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 งบด้านบุคลากรของกระทรวงกลาโหมคือ 9.57 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 48.47% หรือเกือบครึ่งของงบกองทัพถูกจัดสรรไปให้คนบุคลากรชั้นเลิศ ทั้งเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งและสวัสดิการพิเศษต่างๆ และกองทหารประจำการ จนทำให้ประชาชนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า ขนาดของกองทัพ อาวุธ และกำลังพลยังเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นหรือไม่ในโลกยุคดิจิทัล
ข้อมูล 9 ปีย้อนหลังพบว่า กองทัพไทยมีความต้องการทหารกองประจำการตั้งแต่ปี 2556-2564 เฉลี่ยประมาณปีละ 100,000 คน เพราะกองทัพมองความมั่นคงเป็นเรื่องของกำลังพล สวนทางกับภาพรวมของอัตรากำลังพลของกองทัพทั้งโลกปรับตัวลดลง การยกเลิกการเกณฑ์ทหารจะช่วยลดขนาดกองทัพและภาระงบประมาณของภาครัฐลง เนื่องจากรัฐต้องจัดสรรงบประมาณที่ต้องใช้เกือบปีละ 10,000 ล้านบาทให้ทหารกองประจำการ การยกเลิกการเกณฑ์ทหารจึงเป็นทางเลือกที่ต้องกระทำในสภาวะที่เศรษฐกิจของประเทศยังไม่ฟื้นตัว ภาษีควรถูกใช้อย่างคุ้มค่า
ทหารต้องกลายเป็นทหารอาชีพและเหมาะสมกับโลกยุคใหม่ที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีในการการป้องกันประเทศมากกว่ากำลังพล จึงขอเสนอ 1.ยกเลิกการเกณฑ์ทหารจากการบังคับ ให้เป็นไปโดยสมัครใจทันที 2.แปรค่ายทหารเป็นวิทยาลัย เป็นแหล่งเรียนรู้วิชาชีพ มีใบประกอบวิชาชีพตามความถนัด เพื่อเพิ่มศักยภาพทหารเกณฑ์ และ 3.เพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบได้ คืนความเป็นธรรมให้ทหารชั้นผู้น้อยด้วยระบบราชการดิจิทัล
ในขณะที่พรรคก้าวไกลนำออกไปหลายช่วงตัว เพราะตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ก็ออกมาตั้งธงเรื่องการ “ปฏิรูปกองทัพ”
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ร่อนจดหมายเปิดผนึกเนื่องในวันกองทัพไทยที่ผ่านมา ผลักดันการปฏิรูปกองทัพเป็นวาระระดับประเทศ ที่หมายถึง ตั้งแต่การแยกทหารออกจากการเมือง การยุติวงจรรัฐประหาร การทำให้กองทัพมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ รวมถึงการทำให้กองทัพมีขนาดและภารกิจที่เท่าทันต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ
การปฏิรูปกองทัพเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองคุณภาพชีวิตของพลทหารทุกคน ทั้งที่ถูกบังคับเกณฑ์เข้ามาและที่สมัครเข้ามาเพราะรักในอาชีพทหาร แต่กลับถูกกดทับและเอารัดเอาปรียบด้วยค่าตอบแทนที่ไม่เพียงพอ อนาคตที่ไม่มั่นคง ภารกิจงานที่ไม่ตรงปก ชีวิตที่ไม่ปลอดภัยจากการถูกละเมิดสิทธิ และการถูกปฏิบัติโดยผู้บังคับบัญชาบางคนที่ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ขอให้คำมั่นสัญญากับทุกคนว่าภายใต้รัฐบาลก้าวไกล กองทัพไทยจะถูกปฏิรูปอย่างแน่นอน
1.ท่านจะไม่ต้องเป็นทหาร ถ้าท่านไม่อยากเป็น เพราะเราจะยกเลิกการเกณฑ์ทหาร
2.ท่านจะไม่โดนตรวจน้ำ ไม่ต้องโดดบ่อขี้ เพราะเราจะเอาจริงกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของทหาร
3.ท่านจะไม่ถูกธำรงวินัยอย่างป่าเถื่อน เพราะเราจะแก้ไข พ.ร.บ.วินัยทหาร ให้สอดคล้องกับหลักสากล
4.ท่านจะมีช่องทางอิสระที่ร้องเรียนได้เสมอ เพราะเราจะตั้งผู้ตรวจการกองทัพที่ยึดโยงกับผู้แทนราษฎร
5.ท่านจะไม่ต้องกังวลว่าเงินเดือน-เบี้ยเลี้ยงจะได้เต็มหรือไม่ เพราะเงินเดือนของท่านจะต้องโอนตรง-โอนครบ-ไม่หัก-ไม่ทอน
6.ท่านจะไม่ต้องเจอ “ผัก 1 ไร่ ไก่ 1 ตัว” หรือ “วิญญาณหมู” เพราะจะไม่มีใครโกงงบสำหรับอาหารของท่าน
7.ท่านจะไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาล ไม่ต้องห่วงครอบครัว-ลูกที่บ้าน เพราะเราจะทำให้ทหารทุกคนได้สิทธิประกันสังคม-ประกันชีวิต-ทุนการศึกษาสำหรับลูก
8.ท่านจะเติบโตเป็น ผบ.ทบ.ได้ โดยไม่ต้องมีเส้นสาย เพราะเราจะรื้อระบบประเมินให้ท่านเลื่อนขั้นได้เร็ว หากผลงานดี
9.ท่านจะไม่ต้องรบกับหญ้า ฆ่ากับมด เพราะเราจะลดภารกิจกองทัพที่เกินจำเป็น และไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง
10.ท่านจะไม่ต้องซักกางเกงในใคร เพราะเราจะยกเลิกการมีทหารรับใช้
11.ท่านจะได้รับความยุติธรรมเหมือนประชาชนทั่วไป เพราะจะยกเลิกศาลทหารสำหรับคดีทั่วไป
12.ท่านจะภาคภูมิใจที่ได้เป็น “ทหารของประชาชน” เพราะเราจะแยกทหารออกจากการเมือง
เชื่อว่าภายหลังการเลือกตั้งใหญ่ หากคนไทยพร้อมใจกัน “ปลดแอกสังคม” ออกจากระบบทหารที่ผูกขาดอำนาจและผูกขาดความรัก 3 สถาบันหลัก
ยุคสมัยนี้จึงอยากเห็นพรรคการเมืองต้องกล้าๆ โชว์นโยบายด้านกองทัพ ใครกล้าชน หรือใครเป็นเพียงพรรคอีแอบที่กองทัพหนุนเพื่อผลประโยชน์การเมือง
ยุคนี้สมัยนี้สังคมกำลังส่งเสียงร่ำร้องดังกระหึ่มจำเป็นต้อง “ปฏิรูปกองทัพ” อย่างจริงๆ จังๆ แล้ว
พันธศักดิ์ รักพงษ์

