ครูไทยยุคใหม่…
ปรับตัวอย่างไร?
ใ นโลกยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความไม่แน่นอนตลอดเวลา ตามที่กลุ่มคนทั่วไปในวงการศึกษา รับรู้กระแสที่เรียกว่า VUCA World ที่มาจาก
V มาจาก Volatility หมายถึง ความผันผวนสูง
U มาจาก Uncertain หมายถึง ความไม่แน่นอน
C มาจาก Complex หมายถึง ความซับซ้อน
A หมายถึง Ambiguous หมายถึง ความคลุมเครือ
ซึ่งเป็นสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันจากปัจจัยหลายๆ ปัจจัย อาทิ โรค ภัย สังคม เศรษฐกิจ ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ที่มีผลต่อการปรับความคิด (Mindset) ของคนไทยยุคใหม่ที่ต้องรู้จักปรับตัวเพื่อความอยู่รอดปลอดภัย ตามสมรรถนะและศักยภาพของแต่ละบุคคล เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากว่า คนไทยยุคใหม่จะสามารถปรับตัวได้อย่างไร? จึงจะทันการณ์ และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขในโลกยุคปัจจุบันและอนาคต
โดยความเชื่อของผู้เขียน คิดว่าการศึกษาสามารถช่วยและเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของคนไทยเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าวได้ แต่…เราจะตั้งต้น และเดินต่ออย่างไร? จึงจะทำได้สำเร็จ ตามความเชื่อที่ว่า Education can change every things …
การศึกษา (Education) คือ การสร้างคนไทยที่มีสมรรถนะและศักยภาพเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ให้มีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย (Physical) ความดีความงาม (Spiritual) สติปัญญา (Intellectual) และความสามารถดำรงอยู่ในสังคม (Social adversity) ร่วมแรงร่วมใจสร้างสังคมไทยที่ดีงามให้ยั่งยืนต่อไป
ครู คือ คนที่สำคัญที่เป็นแม่ทัพหน้าในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา พลังครูจึงเป็นพลังที่สามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาได้จริง เพราะครูมีหน้าที่เตรียมการและพัฒนาผู้เรียนให้มีความพร้อมเพื่อเป็นคนดี มีความรู้ มีทักษะ
มี Soft Skills เพื่อนำไปทำงานในปัจจุบันและอนาคตที่ท้าทาย ได้อย่างมีความสุข จึงมีคำถามว่า ครูควรปรับตัวอย่างไร?
ในบทความนี้ มีข้อเสนอเพื่อครูจะได้นำไปร่วมกับฐานความคิดเดิมของครูและปรับ ดังนี้
1.ด้านความคิด (Mindset) ครูต้องปรับวิธีคิดใหม่ ต้องคิดว่าอาชีพครูคือคนที่สร้างคน ต้องให้ความสำคัญกับศิษย์ ลูกศิษย์ คือหัวใจสำคัญของครู ต้องรัก เข้าใจและเมตตาศิษย์ให้มากๆ ช่วยเหลือจากเขาไม่รู้ให้รู้ ทำไม่เป็นให้ทำเป็น คิดไม่ออกให้คิดออก จูงมือเขาให้ไปในเส้นทางที่ดีงาม ทำให้เขาเป็นคนดี เป็นพลังของสังคม ดังนั้น ครูต้องใฝ่รู้ใฝ่เรียน ใฝ่ใจต่อศิษย์และสิ่งที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมทำหน้าที่ครูให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เต็มตามศักยภาพ และมีอุดมการณ์ที่ยั่งยืน มั่นคงไม่มีอะไรมาทำให้ครูหวั่นไหวไปในทางที่ไม่ดี ให้ระลึกถึงเสมอว่าเราต้องเป็นต้นแบบที่ดีงามให้แก่ศิษย์ทุกด้าน
2.ด้านทักษะ (Skillset) ครูต้องมีความรู้ความสามารถมีจิตวิญญาณความเป็นครูในการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตและการทำงาน (Soft Skills) คือ 1) มีรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่สามารถทำให้ศิษย์ เกิดความรู้เกิดทักษะ และมีค่านิยมที่ดีงามภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2) มีการผสมผสานการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้วยการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning)
ที่เน้นการสร้างความรู้ ทักษะและค่านิยมที่ดีงาม ให้ผู้เรียนเรียนรู้การพึ่งพาอาศัยกันทางบวก ความรับผิดชอบ การมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน การสร้างภาวะผู้นำและผู้ตาม และ 3) การเลือกรูปแบบการประเมินให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับธรรมชาติผู้เรียน ธรรมชาติวิชา ตรงตามเป้าหมายการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ ตรวจสอบผลการเรียนรู้ของศิษย์ตลอดระยะเวลาการเรียน
3.ด้านเครื่องมือ (Toolsets) ครูจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่จะใช้ในการจัดการเรียนรู้ ต้องบูรณาการเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ ต้องสร้างสื่อที่เหมาะสมกับศิษย์และสาระ มีความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้
จากทั้งหมดที่กล่าวมา จะเห็นว่า ครูยุคใหม่ต้องเตรียมครูตั้งแต่ก่อนจะประกอบวิชาชีพ เพื่อให้คนที่คิดจะมาเป็นครูเพื่อเตรียมและปรับตัวให้เป็นครูที่มีจิตใจที่ไม่เอาแต่ใจตัวเอง คิดถึงลูกศิษย์ให้มากๆ มีความฉลาดทางอารมณ์ เข้าใจความแตกต่างและความเป็นพหุวัฒนธรรม ใฝ่รู้ใฝ่เรียนเป็นครูผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต และเมื่อเข้าสู่การเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครูต้องมั่นคงในอุดมการณ์ ความคิด มีความแน่วแน่ในการเป็นครูที่ดีเป็นมืออาชีพตลอดชั่วชีวิตของความเป็นครู …….ถ้าครูปรับได้ รวมพลังใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ….คุณภาพการศึกษาไทย เราไปต่อได้แน่นอน
อมลวรรณ วีระธรรมโม

