หน้าแรก บทความ ขัดเกลาจิตใจใ...

ขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์ สลัดทิ้งพันธนาการแห่งกาย

5.02.23 | 12:20 น.
ขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์ สลัดทิ้งพันธนาการแห่งกาย

ขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์
สลัดทิ้งพันธนาการแห่งกาย

เหตุใดจึงต้องขัดเกลาจิตใจ และเหตุใดจึงต้องสลัดทิ้งพันธนาการแห่งกาย

การขัดเกลาจิตใจคือการอบรมบ่มเพาะจิตให้บริสุทธิ์สะอาดด้วยการปฏิบัติทาน ศีล ภาวนาเพื่อลดละความโลภ โกรธ หลงให้เหลือน้อยลง การสลัดทิ้งพันธนาการแห่งกายเพื่อให้กายได้รับอิสระและเสรีภาพจากการถูกจองจำหรือการครอบงำทางความคิด หรือพ้นไปจากสังคมที่ปิดกั้นการพูดหรือการแสดงออกด้วยโซ่ตรวนของกฎระเบียบและจารีตที่ล้าหลัง

ด้วยจิตที่มุ่งมั่นต่อการหลุดพ้นจากวังวนแห่งจารีตที่น่าเบื่อหน่าย เจ้าชายสิทธัตถะราชกุมารทรงสลัดทิ้งพันธนาการแห่งกายด้วยการตัดความผูกพันที่มีต่อพระราหุลราชโอรสและครอบครัวและเสด็จออกจากกรุงกบิลพัสตร์เพื่อออกผนวช พระองค์ได้สลัดทิ้งศากยวงศ์และราชประเพณีทั้งปวงที่ทรงเห็นว่าล้าหลังและไม่เป็นประโยชน์ ทรงออกผนวชเพื่อแสวงหาโมกขธรรมเพื่อนำไปสู่หนทางเพื่อการหลุดพ้นจากกองทุกข์จากการเวียนว่ายตายเกิด อันนับเป็นคุณประโยชน์สูงสุดแก่สังคมและสัตว์โลกทั้งปวงยิ่งกว่าการยอมจมอยู่ในจารีตนิยมที่ไม่สร้างสรรค์

ที่เจ้าชายสิทธัตถะต้องการหนีออกจากวงล้อมแห่งกฎระเบียบและจารีตของศากยวงศ์เพื่อออกผนวช พระองค์ไม่ยอมรับความจำเจซ้ำซากของราชประเพณีที่ไม่มีความก้าวหน้าพัฒนา สังคมของจารีตนิยมที่หยุดนิ่งอยู่กับที่ ไม่ไหวติงและไม่กล้าขัดขืน เป็นสังคมที่ถูกครอบงำด้วยอำนาจปกครองที่กดทับพระองค์ การถอดถอนพันธนาการออกจากกายของพระองค์ด้วยการออกผนวชจึงเป็นสิ่งที่เจ้าชายสิทธัตถะจำต้องกระทำอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

Advertisement

หากสังคมยังไม่เป็นอิสระจากโซ่ตรวนแห่งกฎระเบียบและประเพณีที่ล้าหลัง การคาดหวังจะทำให้บ้านเมืองพัฒนาก้าวหน้าย่อมไม่อาจสำเร็จได้ เจ้าชายสิทธัตถะทรงเห็นว่าราชประเพณีแห่งศากยวงศ์ไม่อาจทำให้พระองค์มีอนาคตที่ดีได้ โซ่ตรวนแห่งราชประเพณีจะคอยถ่วงและดึงรั้งสังคมให้ติดตรึงอยู่ในกับดักที่ไปไม่พ้นจากผลประโยชน์อันคับแคบของกลุ่มบุคคลเพียงบางกลุ่ม

การสลัดทิ้งพันธนาการแห่งกายของเจ้าชายสิทธัตถะไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่าย เพราะต้องอาศัยจิตใจที่เข้มแข็งกล้าหาญและเสียสละเป็นอย่างสูง ซึ่งปุถุชนคนทั่วไปผู้ไม่มีศรัทธาและความมุ่งมั่นย่อมไม่อาจทำได้ การเสียสละความสุขส่วนตัวและความกล้าหาญของเจ้าชายสิทธัตถะที่กระทำไว้นั้นจึงเป็นไปเพื่อประโยชน์ของสังคมโดยรวม ทั้งนี้เพื่อปลดปล่อยผู้คนและสังคมให้เป็นอิสระจากพันธนาการแห่งโซ่ตรวนของกฎระเบียบและประเพณีที่ล้าหลัง

การที่เจ้าชายสิทธัตถะออกผนวชและขัดขืนไม่ปฏิบัติตามราชประเพณีแห่งศากยวงศ์จึงเปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้รับโอกาสให้เติบโตเจริญงอกงามอันนับเป็นประโยชน์แก่สังคมและผู้คนทั้งหลาย หากพระองค์ ยอมจมอยู่ในกรอบระเบียบและจารีตประเพณีที่แห้งแข็งย่อมไม่เอื้อต่อการพัฒนาสังคมของชาวศากยะ ประโยชน์สุขของสังคมส่วนรวมจึงสำคัญและอยู่เหนือความสุขอื่นใด

การที่พระพุทธองค์ขัดขืนและตัดขาดจากราชประเพณีแห่งศากยะเพื่อออกผนวชและตรัสรู้กฎแห่งไตรลักษณ์อันได้แก่ทุกข์ อนิจจัง อนัตตานั้น ถามว่ากฎแห่งไตรลักษณ์กับกฎระเบียบราชประเพณีแห่งศากยะ สิ่งไหนสำคัญยิ่งกว่า ถามว่าอิสรภาพในการแสวงหาและแสดงความคิดเห็นกับจารีตประเพณีที่กดทับการแสดงออก อย่างไหนสำคัญกว่า ถามว่า หากพระพุทธองค์ไม่กล้าปฏิเสธกฎระเบียบแห่งราชประเพณี ชาวพุทธจะได้รับโอกาสเข้าถึงความจริงแห่งทุกข์จากการเวียนว่ายตายเกิดหรือไม่

ถามว่า หากไม่มีผู้กล้าหาญที่กล้าขัดขืนต่อกฎระเบียบและจารีตที่ล้าหลัง อย่างที่พระพุทธองค์เคยปฏิบัติมาแล้ว ความเจริญก้าวหน้าในการพัฒนาผู้คนและการสร้างระบอบปกครองที่เอื้อต่อความผาสุกแก่สังคมจะสำเร็จหรือไม่ หากชาวศากยะเห็นว่าราชประเพณีสำคัญกว่าและไม่ยินยอมให้เจ้าชายสิทธัตถะออกผนวช ชาวพุทธจะมีโอกาสได้เรียนรู้กฎแห่งไตรลักษณ์หรือไม่ และสังคมที่ขาดพระพุทธศาสนาจะกลับกลายเป็นที่อยู่อาศัยของชุมชนที่ป่าเถื่อนหรือไม่เพียงใด

ถามว่า หากเจ้าชายสิทธัตถะทรงขออนุญาตพระเจ้าสุทโธทนะออกผนวชเพื่อแสวงหาโมกขธรรม พระราชบิดาจะทรงอนุญาตหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ เพราะสถานภาพของศากยวงศ์ ณ ขณะนั้นมีความมั่นคงสูงและมีอายุยืนยาวมาช้านาน ทั้งพระเจ้าสุทโธทนะทรงมีพระราชอำนาจในการปกครองแคว้นสักกะ พระองค์จึงไม่อาจยินยอมให้มีการสูญเสียผู้สืบทอดราชบัลลังก์แห่งศากยวงศ์

แน่นอนว่าราชสำนักศากยะจะไม่ยินยอมให้เจ้าชายสิทธัตถะออกผนวช และไม่ยินยอมให้เจ้าชายสิทธัตถะทำลายราชประเพณีแห่งศากยวงศ์ รวมทั้งไม่อาจยอมให้เกิดการสั่นคลอนต่อวรรณะกษัตริย์แห่งศาสนาฮินดู กฎระเบียบแห่งราชสำนักที่แข็งกร้าวเช่นนี้ทำให้เจ้าชายสิทธัตถะจำต้องขัดขืนและหลบหนีออกจากพระราชวังเพื่อสลัดทิ้งวังวนแห่งราชประเพณีที่ไม่อาจนำความเจริญมาสู่ชาวศากยะ

การหลบหนีออกจากพระราชวังโดยไม่บอกกล่าวย่อมสร้างความสูญเสียและความเจ็บปวดให้แก่พระเจ้าสุทโธทนะเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นเหตุการณ์ที่มีผลกระทบในทางบั่นทอนความมั่นคงของแคว้นสักกะและลดคุณค่าและเกียรติภูมิของศากยวงศ์อย่างไม่อาจทำให้กลับคืนดีได้

แท้จริงแล้ว เจ้าชายสิทธัตถะไม่มีพระประสงค์ที่จะทำลายความภาคภูมิใจของชาวศากยะและไม่มีพระประสงค์จะหักหาญน้ำพระทัยพระเจ้าสุทโธทนะ เหตุที่เจ้าชายสิทธัตถะออกผนวชเพราะมีพระประสงค์ที่จะออกแสวงหาความรู้ใหม่และสังคมใหม่เพื่อประโยชน์อันไพศาลแก่ชาวศากยะโดยรวม การปฏิเสธราชประเพณีแห่งศากยะจึงเป็นเพียงแค่รอยแผลเล็กน้อยที่เปิดออกเพื่อการผ่าตัดใหญ่เพื่อรักษาชีวิตและนำความผาสุกมาสู่ผู้คนในสังคม

แม้ขณะหลบหนีออกจากพระราชวัง พระองค์ยังไม่ทราบถึงแนวทางการแสวงหาองค์ความรู้ใหม่อันจะยังประโยชน์แก่สัตว์โลกและจำต้องลองผิดลองถูกด้วยการอดอาหาร และแม้ว่าจะไม่ทรงรู้ชะตากรรมที่รออยู่ข้างหน้า แต่พระองค์ไม่อาจทนอยู่กับวังวนแห่งจารีตนิยมที่ล้าหลัง การตัดสินพระทัยปฏิเสธราชประเพณีจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ประการสำคัญที่พึงตระหนักยิ่งคือการตรัสรู้ขององค์พระศาสดาอันเป็นประโยชน์ต่อชาวโลกทั้งปวงได้บังเกิดขึ้นจากจิตใจที่กล้าหาญของพระองค์ที่ยอมสลัดทิ้งโซ่ตรวนทั้งปวงที่ผูกมัดทางกาย ที่ครอบงำทางความคิดและที่เป็นอุปสรรคต่อการเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้แผ่กว้างออกไป เพื่อให้สังคมได้มีโอกาสก้าวข้ามจารีตประเพณีที่ล้าหลัง

หากพระพุทธองค์ไม่กล้าสลัดทิ้งโซ่ตรวนแห่งบริษัทบริวารและตัดขาดขื่อคาแห่งฐานันดร พระพุทธศาสนาไม่อาจได้รับการสถาปนา สังคมที่ไม่มีผู้นำที่กล้าปฏิเสธกฎระเบียบที่ล้าหลังย่อมไม่อาจพัฒนา ความกล้าหาญของเจ้าชายสิทธัตถะที่ปฏิเสธราชประเพณีจึงเปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์ข้าวที่จะเติบกล้าต่อไป ผู้นำที่กล้าปฏิเสธกฎระเบียบที่ล้าหลังจึงสมควรได้รับการเคารพยกย่อง ดั่งที่ชาวพุทธทั้งหลายให้การสักการะและบูชาต่อองค์พระศาสดา

หากเจ้าชายสิทธัตถะไม่ทรงขัดขืนต่อราชประเพณี โลกใบนี้จะคับแคบและจมปลักอยู่กับจารีตที่ล้าหลัง ผู้คนและลูกหลานจะอึดอัดคับข้องใจต่อสภาพสังคมและระบบการปกครองที่ย่ำอยู่กับที่และไม่รู้จักพัฒนา ผู้คนจะคุ้นชินกับการถูกกดทับและหวาดกลัวต่อการเปลี่ยนแปลง สังคมจะหดหู่ ผู้คนไม่ร่าเริง จารีตที่ล้าหลังจะขัดขวางการพัฒนาและการแสวงหาสังคมใหม่ที่มีพลวัตที่จะเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน

กฎระเบียบและประเพณีที่ล้าหลังอาจเหมาะสมกับการปกครองเฉพาะแก่สังคมในหมู่บ้านเล็กๆ ในครั้งโบราณกาลเท่านั้น แต่อาจไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้กับสังคมที่เติบใหญ่ที่มีผู้คนจำนวนมากที่กำลังรอสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานเพื่อเปิดโอกาสให้สังคมได้ขยับขยายเพื่อการพัฒนาที่กว้างขวางยิ่งขึ้น

การขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์สะอาดเพื่อหลุดพ้นจากกองทุกข์ สำคัญอย่างไร การสลัดทิ้งซึ่งพันธนาการแห่งกายเพื่อหลุดพ้นจากวังวนแห่งกฎระเยียบที่ล้าหลัง ก็สำคัญเช่นนั้น

จนถึงบัดนี้ ผู้คนแห่งชาวศากยวงศ์ทั้งหลายได้สูญหายหมดสิ้นไปจากแผ่นดินแล้ว แต่พระพุทธศาสนายังดำรงอยู่ อีกทั้งราชประเพณีแห่งศากยวงศ์ได้ล่มสลายหายสิ้นไปหมดแล้ว แต่ยังคงเหลืออยู่แต่คุณค่าอันยิ่งใหญ่ของความกล้าหาญของเจ้าชายสิทธัตถะและคุณประโยชน์อันสูงล้ำยิ่งของกฎไตรลักษณ์ที่คอยพร่ำสอนลูกหลานชาวพุทธอยู่ต่อมา

ประสิทธิ์ พฤกษาจารสิริ