หน้าแรก บทความ บทนำ : ต้อง‘เ...

บทนำ : ต้อง‘เปลี่ยนแปลง’

6.02.23 | 09:09 น.
บทนำ : ต้อง‘เปลี่ยนแปลง’ ข่าวอื้อฉาวในสังคมไทยปรากฏเป็นดอกเห็ด

บทนำ : ต้อง‘เปลี่ยนแปลง’

ข่าวอื้อฉาวในสังคมไทยปรากฏเป็นดอกเห็ด ในช่วงปลายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่โด่งดังและส่งผลทางลบต่อสังคมไทยอย่างมากคือกรณี ตำรวจ สน.ห้วยขวาง รีดเงินนักท่องเที่ยวไต้หวัน-สิงคโปร์ เมื่อถูกเปิดโปงยังพยายามหาทางต่อสู้ เรื่องราวยังลุกลามไปอีกว่า การห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้า ที่กฎหมายระเบียบยังคลุมเครือ กลายเป็นช่องทางทำมาหากิน เรียกเอาทรัพย์สินจากประชาชน หากรายใดไม่ยินยอม อาจจะเสียอิสรภาพ ถูกขังในสถานีตำรวจได้ถึง 2 คืน เพียงแค่มีบุหรี่ไฟฟ้าในครอบครองเท่านั้น

แน่นอนว่าในแวดวงสังคมใดก็ตาม ย่อมมีคนประพฤติดีและคนประพฤติไม่ดี ทุจริต คอร์รัปชั่น และเชื่อกันว่า คนดีต้องเป็นด้านหลักไม่อย่างนั้นสังคมหรือแวดวงนั้นคงจะล่มสลาย แต่ที่น่าห่วงก็คือ คนที่ประพฤติไม่ดี มีความกล้ามากขึ้น ที่จะประพฤตินอกลู่นอกทาง โดยไม่คำนึง ไม่เคารพบทบาทหน้าที่ของตนเองว่า เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ จะต้องประพฤติปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมา เพื่อรักษากฎหมายและความเป็นธรรมในสังคม

ตัวอย่างปัญหาไม่ได้มีแค่กรณีตำรวจห้วยขวางเท่านั้น ก่อนหน้านั้น ยังมีเรื่องของขบวนการ “จีนเทา” ที่เข้ามาทำมาหากิน แล้วใช้วิธีติดสินบนเจ้าหน้าที่ เพื่อประโยชน์ในการทำธุรกิจ มีกรณีเจ้าหน้าที่หน่วยงานเข้าตรวจค้นสถานที่พักของชาวจีน แล้วนำทรัพย์สินของกลางไปแบ่งกันโดยมิชอบ การละเลยหลักปฏิบัติในการงานของตนเอง ลุกลามไปทั่ว ในแวดวงการศึกษา มีข่าวอาจารย์ศิลปะมีเพศสัมพันธ์กับนักเรียนระดับมัธยมต้นหลายคน มีการถ่ายคลิปเอาไว้ด้วย ไปจนถึงข่าว ผอ.โรงเรียน เรียกเงินจากผู้ประมูลจัดทำอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียน

ท่ามกลางข่าวสารอันน่าหดหู่สำหรับประชาชน ยังพบว่า กลไกหลายอย่างที่น่าจะทำหน้าที่ของตนเอง เพื่อประคองรักษาครรลองอันดีงามในสังคม ก็ไม่ทำหน้าที่ของตนเอง สภาล่มแล้วล่มอีก รัฐบาลไม่ทำงานเพราะต้องหาเสียงแข่งกับพรรคอื่น สังคมขาดผู้นำที่จะเป็นที่พึ่งในเชิงหลักการว่าอะไรถูกอะไรผิด เป็นสภาพที่บอกว่า สังคมไทยกำลังต้องการเปลี่ยนแปลง ผู้นำทางการเมืองต้องเข้มแข็งเป็นหลักให้กับระบบการบริหารทั้งระบบ เพื่อมิให้ปรากฏการณ์อื้อฉาวต่างๆ เกิดขึ้นอีก หรือถ้าเกิดขึ้น ต้องมีการแก้ไขอย่างรวดเร็ว มิใช่ลากยาวเพื่อหาทางช่วยเหลือกันไปอย่างที่เห็นกันอยู่

Advertisement