กล สาวงาม
ทะลวง ถึง หัวใจ
กรณี ‘ไซซี’
สมัยชุนชิว แคว้นเย่ มีสาวงามผู้เลอโฉมผู้หนึ่งชื่อว่าไซซี ฮ่องเต้แคว้นเย่วางแผนปราบแคว้นอู๋ได้มีคำสั่งให้เลือกหาสาวงามที่สุดแห่งแคว้น
ส่งไปกำนัลฮ่องเต้แคว้นอู๋เพื่อมอมเมา
เลือกหาสาวงามได้ 20 กว่าคน ในจำนวนนี้ไซซีมีความสวยที่สุด สามารถสะกดจิตของชายผู้พบเห็น
ฮ่องเต้มอบหมายให้เสนาบดีฝึกปรือสาวงาม
ฝึกร้องเพลง เต้นระบำรำฟ้อน แต่งองค์ทรงอาภรณ์ กิริยามารยาท แม้กระทั่งการยุรยาตรย่างเดิน
เมื่อชำนาญอย่างดีก็สั่งเตรียมพร้อม
ม.อึ้งอรุณ บรรยายในหนังสือ “36 นิทานสู่ความสำเร็จ” ว่า ครั้นฮ่องเต้แคว้นอู๋กำชัยจากการยกทัพไปกำราบแคว้นฉี
เดินทัพผ่านมาก็สบโอกาสเหมาะ
เสนาบดีแคว้นเย่ได้เข้าพบพร้อมเหล่าสาวงาม กราบทูล “ฮ่องเต้แคว้นเย่มิสามารถมารับใช้ด้วยตนเอง
จึงได้จัดส่งสาวงามเหล่านี้มารับใช้”
ฮ่องเต้แคว้นอู๋ดีใจยิ่งนัก เมื่อสบตากับไซซีผู้เลอโฉมก็นึกในใจ “โอ้ เธอคือนางฟ้าจำแลงมาหรือ ทำไมจึงสวยสดงดงามเช่นนี้
ข้าไม่เคยเห็นสาวงามเช่นนี้มาก่อนเลย”
แล้วรีบโอบรับสาวงามเหล่านั้นไว้ด้วยความปลาบปลื้ม
รากฐานความเป็นมาของไซซีเป็นอย่างไร เรื่องนี้หนังสือ “ไซซี ผู้พลิกชะตาแผ่นดิน” จากการเรียบเรียงของ อดุลย์ รัตนมั่นเกษม
สามารถให้ “คำตอบ”
ไซซีเกิดที่หมู่บ้านจู้หลอเซิง พ่อมีอาชีพตัดฟืน แม่อยู่บ้านทอผ้า ชีวิตความเป็นอยู่ไม่ค่อยมีความสุขนัก
หลังจากได้ลูกสาวคนนี้ทั้งสองพอมีความสุขชื่นใจขึ้น
เพราะหนูน้อยมีใบหน้างามผ่องดุจแสงจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ดวงตาดุจประกายแห่งดวงดาว
น่ารักน่าชัง
ความงามของไซซีเป็นอย่างไรต้องประเมินผ่านการพิจารณาเปรียบเทียบจากการเสนอแนะของเพื่อนสาวอีกคน
นั่นก็คือ เจิ้งตัน
เจิ้งตันจัดว่าเป็นสาวสวยรูปงามคนหนึ่ง เมื่อได้ยินเสียงชมไซซีว่าสวยอย่างนั้น สวยอย่างนี้ ก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก
จึงจงใจพาไซซีไปยังบ่อน้ำ เพื่อทดสอบว่าใครงามกว่า
เจิ้งตันไปยังบ่อน้ำส่องดูเงาตัวเอง แล้วเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อไซซี พร้อมกับชี้ลงไป และว่า “มาดูน้ำนี่สิ ใสกว่าน้ำบ่ออื่นจริงๆ”
เมื่อไซซีชะโงกหน้ามอง เจิ้งตันก็ยื่นหน้าเข้าแนบ
น้ำสะท้อนให้เห็นเงาของสาวงามคู่หนึ่งสวยเด่น แลดูสุดพรรณนาทั้งคู่ คนหนึ่งประดุจรักเร่ฉ่ำน้ำ คนหนึ่งงามดั่งโบตั๋นชุ่มน้ำยามอรุณ
ล้วนสะสวย อรชรอ้อนแอ้น
เจิ้งตันเพ่งพิศดูเงาในน้ำด้วยความตั้งใจ ให้รู้สึกว่าแม้ตัวเองจะสวย แต่ถึงอย่างไรก็สวยไม่เท่าไซซี
จึงอดถอนหายใจเบาๆ ไม่ได้ออกมา
หนังสือ “มหาพิชัยสงคราม” ของ ประดิษฐ์
พีระมาน เรียกกลยุทธ์นี้ว่า “เหยื่อ สาว งาม” พร้อมกับคำขยาย
“อุบายอิตถีพิฆาต”
อรรถาธิบายว่า เป็น 1 ในสุดยอดกลยุทธ์พิชิตศึก ด้วยการคัดเลือกสาวงามไปฝึกปรนนิบัติ แล้วส่งเป็นบรรณาการให้จอมทัพข้าศึก
บำเรอ ปรนเปรอให้ลุ่มหลง
จนมิสนใจราชการงานเมือง ขุนนาง ขุนศึกแตกแยก กองทัพอ่อนแอ เมื่อถูกทัพศัตรูบุกโจมตีจึงพ่ายแพ้
ภาษาจีน คือ เหม่ยเหรินจี้ กลอุบายหญิงงาม
สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย ระบุรากฐานว่า การต่อสู้กับข้าศึกที่มีกำลังเข้มแข็ง ต้องหาทางทำลายผู้คุมกำลัง
หรือเสนาธิการ ที่มีความรู้ความสามารถ
แต่ถ้าแม่ทัพของข้าศึกเป็นผู้มีสติปัญญาดี เราต้องมุ่งโจมตีที่ความคิดจิตใจของเขาทำให้กำลังฝ่ายเขาอ่อนแอ
ดังในกรณีของไซซี ดังในกรณีของเตียวเสี้ยน
กลสาวงาม ตามสำนวนแปล บุญศักดิ์ แสงระวี ใน “36 กลยุทธ์แห่งชัยชนะในการสัประยุทธ์ทุกปริมณฑล”
จัดอยู่ในส่วนที่ 6 กลุ่ม “กลยุทธ์ยามพ่าย”
โปรยนำว่า “ไพร่พลกล้า ฝืนตีนาย นายฉลาด พึงตีใจ นายอ่อน ไพร่พลหน่าย จักแพ้ภัยตัว
บัญชาศัตรูได้ จักรักษาตัวรอด”
ความหมาย หมายความว่า สำหรับข้าศึกที่มีกำลังเข้มแข็งพึงสยบแม่ทัพเสียก่อน ต่อแม่ทัพที่เฉลียวฉลาด
ก็โจมตีจุดอ่อนทางใจให้มีอุปสรรค
ส่วนแม่ทัพที่ย่นย่อ ท้อแท้ ไพร่พลที่กำลังถดถอย ก็จักเสื่อมโทรมแพ้พ่ายไปเอง
“บัญชาศัตรูได้จักรักษาตัวรอด” มาจาก “คัมภีร์อี้จิง รุก” หมายความว่า ต่อข้าศึกที่เข้มแข็งมิพึงใช้กำลังเข้าปะทะ
ควรอาศัยจุดอ่อนของฝ่ายนั้น แทรกซึมและสลายเสีย
ต่อตัวเอง พึงสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รักษาและเสริมสร้างกำลังของตนเอง แปรเปลี่ยนสภาพการณ์เพื่อเอาชนะข้าศึก
กล่าวสำหรับกลยุทธ์ใช้ “ไซซี” เป็นมาอย่างไร
ข้อเสนอของเสนาบดีเหวินจง คือ หาทางทำให้ฟูซาใฝ่หาหมกมุ่นอยู่แต่การส้องเสพ จิตใจปวกเปียกไม่สนใจกิจการบ้านเมือง
ทำให้เกิดความแตกร้าวขึ้นภายใน
กลยุทธ์ของแคว้นเย่ก็คือ การจัดหาสาวงามไซซี กับ เจิ้งตัน ตระเตรียมฝึกปรือเป็นเวลา 3 ปี
ให้ฟ่านหลีนำไปกำนัลอู๋อ๋อง ฟูซา
ความจริง เสนาบดีของแคว้นอู๋ก็หวาดระแวง เมื่อเห็นการปรากฏตัวของไซซี เจิ้งตัน พร้อมกับฟ่านหลี่
ดังคำท้วงของอู่จือซีที่ว่า
“ในอดีตกาล เซียเจี้ย อินโจ้ว โจวซิวอ๋อง ก็ล้วนแต่สิ้นชื่อเพราะอิสตรี เซียพินาศเพราะเม่ยสี่ อินบรรลัยเพราะต๋าจี๋ โจวล่มจมเพราะเปาสื้อ
สาวงามแท้ที่จริงแล้ว คือต้นตอแห่งความวิบัติ”
อู๋อ๋อง ฟูซา หลงเสน่ห์ 2 สาวตั้งแต่ตอนแรกที่พบหน้าแล้ว จึงไม่ฟังเสียงทัดทานด้วยความห่วงหาอาทรใดๆ
จึงต้องพบกับความพินาศในปริโยสาน
กลสาวงามเรื่องไซซีได้กลายเป็นแบบฉบับของกลสาวงาม และได้รับการนำไปใช้อยู่เสมอตั้งแต่สมัยโบราณของจีน
เรื่อยมากระทั่งปัจจุบันก็ไม่เว้น
กลยุทธ์นี้จึงมีผู้สรุปตามสำนวนแปล บุญศักดิ์ แสงระวี ว่า เมื่อข้าศึกมีความเข้มแข็งประดุจกำแพงเหล็ก
มิมีจุดอ่อนที่จะทะลวงเข้าไปได้
วิธีเอาชนะแต่เพียงหนึ่งเดียวก็คือ จะต้องแทรกซึมเข้าไปภายในของข้าศึกดุจดังหนอนกินลูกแอปเปิล
เจาะจากภายในออกภายนอก จนเน่าไปทั้งลูก
และขุนศึกย่อมเป็นหัวใจของกองทัพ เป็นประมุขของไพร่พล ถ้าขุนทัพถูกทะลวงจุดอ่อนจนหลงใหลในรูป รส กลิ่น เสียง แล้วไซร้
ก็จะมีอันเป็นไปไร้สมรรถภาพ จักมิพ่ายแพ้หาได้ไม่

