บทนำ : ส่งเสริมหรือควบคุม
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยออกแถลงการณ์เสนอให้ถอนร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ออกจากการพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภา โดยระบุเหตุผลว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวดำเนินการร่างและผ่านขั้นตอนยาวนาน ขณะที่บริบทและสังคมสื่อเปลี่ยนแปลงไปมากมีเนื้อหาที่อาจไม่เหมาะกับยุคสมัย และมีสื่อใหม่ๆ เกิดขึ้น ไม่เข้าใจที่มาและหลักคิด นอกจากนี้ ยังพบว่ากำลังมีการถกเถียงครั้งใหญ่ในวิชาชีพสื่อมวลชน ทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และยังขาดการมีส่วนร่วมของคนในวิชาชีพสื่อมวลชนอย่างทั่วถึง
ยังมีความกังวลในประเด็นที่เปิดช่องให้รัฐใช้อำนาจแทรกแซงความอิสระของสื่อมวลชน และทำลายกลไกการกำกับดูแลกันเอง โดยเฉพาะที่มาของคณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชน และที่มาของรายได้สภาวิชาชีพสื่อมวลชน เพราะร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวระบุในบทเฉพาะกาลให้อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งอยู่ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นคณะกรรมการในวาระเริ่มแรก รวมทั้งให้รัฐบาลจ่ายเงินให้ทุนประเดิมและจัดสรรให้จากงบประมาณ รวมถึงเงินที่ได้รับการจัดสรรจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมปีละไม่ต่ำกว่า 25 ล้านบาท โดยสมาคมนักข่าวฯเห็นว่า คณะรัฐมนตรีสมควรถอนร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวออกจากการประชุมร่วมของรัฐสภา และดำเนินการจัดเวทีเพื่อชี้แจงต่อสาธารณะ ตอบคำถามและรับฟังความคิดเห็น
สำหรับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสสังคมที่เกิดความแตกแยกทางความคิด ดำเนินการในห้วงเวลาที่ความเป็นประชาธิปไตยถูกตั้งคำถาม สื่อมวลชนเองก็เจอมรสุมหลากหลายโหมกระหน่ำ ทั้งปัญหาดิสรัปชั่น ปัญหาการเมืองอันเกิดจากการรัฐประหาร ปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำจนขาดความเป็นอิสระ ร่างกฎหมายดังกล่าวถูกตั้งคำถามว่าต้องการจะ “ส่งเสริม” หรือ “ควบคุม” สื่อมวลชน เพราะที่ผ่านมาการบริหารราชการแผ่นดินสะท้อนภาพการควบคุม แม้แต่องค์กรอิสระยังถูกมองว่าไม่เป็นอิสระ ดังนั้น การพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ฟังความรอบด้าน ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ถอนร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวตามความเห็นของตัวแทนวิชาชีพ เพื่อมาฟังความคิดเห็นอีกครั้ง หรือจะใช้วิธีอื่นใด จึงควรดำเนินการ อย่าปล่อยให้มีการใช้กฎหมายไปเพื่อควบคุมสื่อมวลชน

