บทนำ : ต้องเผชิญความจริง
พรรคก้าวไกลมีท่าทีจริงจังกับการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 รัฐธรรมนูญ วันที่ 15-16 ก.พ.นี้ ท่ามกลางกระแสข่าวการล็อบบี้ไม่ให้ ส.ส.ลงชื่อเข้าประชุมเพื่อให้องค์ประชุมไม่ครบ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะไม่อยู่เป็นองค์ประชุม หากเกิดขึ้นจริงจะยิ่งเปลือยประจานตัวเอง กระแสเสื่อมศรัทธาต่อฝ่ายรัฐบาลจะเพิ่มสูงขึ้นทันที เพราะการอภิปรายเป็นกลไกปกติในการตรวจสอบรัฐบาล ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสให้รัฐบาลได้ชี้แจงข้อสงสัย ประชาชนจะยิ่งเห็นว่ารัฐบาลเป็นวัวสันหลังหวะ และข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านเป็นความจริง พรรคก้าวไกลเตรียมผู้อภิปราย 10 คน ถล่ม 2 วันเต็ม ในธีม “เช็กบิลปรสิต ปิดสวิตช์ 3 ป.” เปิดแผลความล้มเหลวและเปิดโปงการทุจริตภายใต้การบริหารราชการของรัฐบาล โดยเฉพาะในวงการตำรวจ ทหาร พลังงาน คมนาคม ขอให้รอติดตาม เชื่อว่าทุกข้อมูลมีประโยชน์ต่อประชาชน
ขณะที่พรรครัฐบาล โดย นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาและคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าไม่มีการล็อบบี้ล้มการประชุม รัฐบาลไม่กลัวการตรวจสอบ แต่ก็ยอมรับว่าทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลมีปัญหา ทำให้สภาไม่ครบองค์ประชุม และต่างฝ่ายต่างโยนปัญหากันไปมา ทำให้สภาไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ยังมั่นใจว่าการอภิปรายจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ในฐานะมีหน้าที่ประสานงานสภา ยืนยันว่า ไม่มีการพูดคุยว่าจะบอยคอตไม่เข้าร่วมประชุมสภา คนที่พูดเป็นการตีปลาหน้าไซ ยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีการล็อบบี้แม้แต่นิดเดียว
แน่นอนว่า รัฐบาลย่อมไม่อยากให้เกิดการอภิปรายข้อผิดพลาดต่างๆ ในเวลาที่ใกล้กับการเลือกตั้ง แต่การอภิปรายตามมาตรา 152 เป็นกระบวนการตรวจสอบรัฐบาลโดยสภา เมื่อสภายังทำหน้าที่ก็ต้องยอมรับในกระบวนการทางสภาที่จะเกิดขึ้น ไม่ควรเดินเกมล้มการประชุมไม่ว่าจะด้วยวิธีใด รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้เปิดเผยข้อมูล ชี้แจงข้อกล่าวหาต่างๆ เพื่อให้ประชาชนตัดสินว่า ข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านเป็นความจริงหรือไม่การเผชิญความจริงเป็นความสง่างามของฝ่ายบริหาร การหลบหลีกความจริงจะยิ่งเสริมน้ำหนักให้กับข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน

