บทนำ : สื่อสาร2ทาง
ในที่สุดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ก็สามารถผ่านความหวาดกลัวว่าจะมีการใช้เทคนิคองค์ประชุมทำสภาล่มจนเริ่มอภิปรายไม่ได้ หลังจากการประชุมสามารถดำเนินการได้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ โดยกำหนดกรอบระยะเวลาการประชุม 2 วัน รวม 32 ชั่วโมง ขณะที่หลังเวลาเที่ยงคืนครึ่ง หาก ครม.ประสงค์ใช้สิทธิชี้แจง พรรคฝ่ายค้านยืนยันจะอยู่ร่วมเป็นองค์ประชุม ให้ ครม.ชี้แจงจนเสร็จสิ้น และวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ประชุมต่อจนเสร็จสิ้น
การประชุมครั้งนี้มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมทั้งรัฐมนตรีในรัฐบาลเข้าร่วมฟัง โดยพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้านเข้ามาทำหน้าที่ ส.ส. ทำให้สภาสามารถขับเคลื่อนไปได้ ซึ่งเนื้อหาการอภิปรายมีความร้อนแรงตามครรลองของการอภิปราย ฝ่ายค้านมีโอกาสได้แสดงข้อมูลที่พบและนำมาเปิดเผย ตั้งคำถามการบริหารงานของฝ่ายรัฐบาล และข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวรัฐมนตรี ขณะที่ฝ่ายรัฐบาล นับตั้งแต่นายกรัฐมนตรีเรื่อยมาถึงรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงก็มีโอกาสลุกขึ้นชี้แจง และยังนำเสนอผลงานที่ได้ทำมาให้ประชาชนทราบ
ผลจากการอภิปรายครั้งนี้ ตอกย้ำว่าสภาเป็นเวทีที่ดีสำหรับการนำเอาข้อมูลมานำเสนอ เป็นเวทีที่ทั้งฝ่ายกล่าวหา และฝ่ายถูกกล่าวหามีโอกาสได้ตอบโต้ ดีกว่าการพูดอยู่ฝ่ายเดียว นอกจากนี้ ข้อมูลที่ปรากฏ ประชาชนที่ติดตามรับฟัง จะได้เห็นการทำหน้าที่ของ ส.ส. และรับฟังผลการทำงานของฝ่ายรัฐบาลในเรื่องนั้นๆ สามารถแยกแยะได้ว่า ส.ส.และรัฐมนตรีคนใดที่มีผลการทำงานที่น่าจะได้รับการเลือกตั้งกลับมาทำหน้าที่ต่อไป หรือแม้แต่การเลือกตั้งครั้งหน้าอาจจะมี ส.ส.และรัฐมนตรีหลายคนที่ไม่ได้หวนคืนกลับสภา แต่การอภิปรายครั้งนี้ก็คือการทำหน้าที่ของตัวเองตามครรลองประชาธิปไตยอย่างเต็มที่
การอภิปรายเช่นนี้เป็นตัวอย่างของการสื่อสาร 2 ทางคือมีผู้ถามและมีผู้ตอบ มีผู้กล่าวหา และมีผู้แก้ข้อกล่าวหา มีประเด็นการนำเสนอและมีการขยายประเด็น โดยประชาชนเป็นผู้รับฟังข่าวสารและใช้วิจารณญาณในการฟัง การสื่อสาร 2 ทางเช่นนี้สมควรให้ความสำคัญ ไม่เพียงแต่รัฐบาล หรือสภา แม้แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสาธารณะ เมื่อถึงเวลาแถลงข่าวก็สมควรจะเปิดให้สื่อมวลชนได้ซักถามรายละเอียด เพื่อความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ให้ข่าวสารกับผู้รับข่าวสาร แต่น่าเสียดายที่หลายองค์กรในปัจจุบันใช้วิธีสื่อสารทางเดียว โดยการแจกข่าวแถลง ไม่เปิดให้มีการสื่อสาร 2 ทาง ทำให้ข้อมูลข่าวสารที่นำไปสู่ประชาชนเกิดความไม่ครบถ้วนอยู่บ่อยครั้ง

