ตามถนนหนทาง ตรอกซอกซอยทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดทั่วทั้งประเทศจะเห็น “ป้ายหาเสียง” ของผู้จะลงสมัครและผู้นำพรรคติดตามเสาไฟฟ้าและสถานที่ต่างๆ
เพราะใกล้วัน “ยุบสภา” และจะต้องเลือกตั้งวันที่ 7 พฤษภาคม ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่มาก
เป้าหมายของป้ายหาเสียงก็เพื่อสร้างการรับรู้ของประชาชน ให้เป็นที่ชื่นชอบ จดจำหน้าคน ชื่อพรรคมอตโต นโยบาย ถึงวันลงคะแนนจะได้ไปกาบัตรเลือกตั้งได้ทันที
เท่าที่สังเกตเห็นป้ายหาเสียง “ฟิวเจอร์บอร์ด” มีเพียงป้ายของพรรคเพื่อไทย ที่ใช้รูป อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หลายเวอร์ชั่นเท่านั้นที่โดดเด่น เตะตา มากที่สุด
แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของการออกแบบ ซึ่งพรรคให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ของป้ายซึ่งเป็นศิลปะการสื่อสารเพื่อโน้มน้าวใจ
ซึ่งจะแปรเปลี่ยนไปเป็นคะแนนเสียง!
รองลงมาก็พรรคก้าวไกลที่มี “เอกลักษณ์” ในการนำเสนอป้ายหาเสียง
นอกนั้น ส่วนใหญ่เป็นป้ายที่สื่อสารกับสาธารณชนได้ไม่ “โดน” เท่าที่ควร?
ต้องไม่ลืมว่า ด้วยกติกาบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ใบหนึ่งเลือกผู้สมัครในเขตเลือกตั้ง ที่จะได้เบอร์เมื่อถึงวันเปิดรับสมัคร
อีกใบหนึ่งเลือกพรรค ซึ่งจะใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศ
คะแนนที่ประชาชนกา 2 บัตร นั้นแยกกัน กาบัตรเลือกผู้สมัคร นับคะแนนเสร็จก็ทิ้งคะแนนนั้นไปเลย
ส่วนบัตรเลือกบัญชีรายชื่อให้นำมาคำนวณเพื่อหาสัดส่วนที่แต่ละพรรคจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
ดังนั้น ชื่อพรรค ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯของพรรค นโยบายของพรรค จะเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้ประชาชนลงคะแนนให้!?
พูดถึงนโยบายของพรรคที่ปรากฏในฟิวเจอร์บอร์ด อ่านดูแล้วก็ “น่าทึ่ง-น่าพิสมัย” ด้วยกันทั้งนั้น
ถ้าปฏิบัติได้จริงทั้งหมด ก็น่าจะทำให้ประชาชนคนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ฝ่ายค้านในปัจจุบัน รวมทั้งพรรคที่ตั้งใหม่ เสนอนโยบายจะทำนั่น-ทำนี่ก็ไม่ว่ากระไร เพราะต้องรอการพิสูจน์ฝีมือเมื่อได้มาเป็นรัฐบาล?
แต่พรรคร่วมรัฐบาลในปัจจุบันนี่สิ เสนอนโยบายสวยหรูมากมาย เห็นแล้วอดสงสัยและตั้งคำถามไม่ได้ว่า
ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่มีอำนาจเต็มที่ ทำได้ทำไมไม่ทำ?!
การหาเสียงของนักการเมืองขณะนี้ ประชาชนจะมีหลักประกันอย่างไรว่า สิ่งที่นำมาพูด นำมาเขียนในป้ายฟิวเจอร์บอร์ด
ไม่ใช่การโกหก หลอกลวงเพียงเพื่อหาคะแนนจากผู้ใช้สิทธิเพราะไปหลงเชื่อคารม
ยังจำได้ไหมตอนหาเสียงเมื่อปี 2562 นโยบายการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย หลายพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลขณะนี้ ประกาศว่าจะให้มี ส.ส.ร.มาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เมื่อมาฟอร์มรัฐบาลก็เขียนในนโยบายเร่งด่วนว่าจะดำเนินการ
แต่สุดท้ายก็ “เบี้ยว” ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน!?
ประชาชนโดนแหกตา เสียท่า เสียรู้ให้กับพรรคการเมือง
จากบทเรียนอันน่าเจ็บปวด การเลือกตั้งครั้งนี้ ทุกภาคส่วน ควรจะได้ร่วมกันตรวจสอบว่า 4 ปีที่ผ่านมา มีอะไรบ้างที่พรรคการเมืองหาเสียงไว้แล้วไม่ทำ!?
หากไม่ตรวจสอบและไม่คิดบัญชีกันเสียบ้าง ก็ไม่แคล้วถูกหลอกกันซ้ำซากนะพี่น้อง!?!
เทวินทร์ นาคปานเสือ

