ไม่นานมานี้…ผู้เขียนได้รับคลิปสั้นๆ เป็นภาพเคลื่อนไหว คนเข้าแถว รอคิว เข้าไปตบศีรษะรูปปั้นโลหะสีดำ เป็นชาย–หญิงนั่งคุกเข่า มือถูกมัดไว้ข้างหลัง ก้มหน้าบ่งบอกท่าทางเป็น “คนทำผิด”
โลหะหล่อ…ขนาดเกือบเท่าคนจริง ตรงใบหน้า เป็นวาวมัน จากการ “ถูกตบ” จากคนในแถวที่ปลื้มใจ ได้ตบตีต่อๆ กันไม่ขาดสาย
มีป้ายภาษาจีนในคลิปพอให้อ่านได้เร็วๆ ผู้เขียน “อ่านไม่ออก” ไม่เชื่อว่า นี่เป็นเรื่องจริง จึงส่งไปให้ผู้รู้ภาษาจีนตรวจสอบให้แน่ชัด
เป็นเหตุการณ์จริง มีคนบันทึกภาพไว้ แล้วส่งต่อกันมา
ผู้ที่อ่านภาษาจีนได้ ยืนยันว่านี่เป็นเรื่องจริง มีข้อมูลเปิดเผย

อ้าว…คลิปนี้เป็น “ของจริง” ชาวจีนที่เข้าแถวรอตบศีรษะ ตบหน้า รูปหล่อ …ในเมืองโจวโซว มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน
รีบค้นในอินเตอร์เน็ตเพิ่มเติม พบต้นตอ “ความเกลียดชัง” ที่ชาวจีนชิงชัง รังเกียจ ขุนนางผู้สร้างมลทินให้แผ่นดินจีน มารอตบหน้า เพื่อต้องการให้ลูกหลานได้ตระหนักว่า คนเลว คนชั่ว แม้ตายไปแล้ว เรื่องยังไม่จบ ยังต้องทำรูปหล่อขึ้นมาประจานให้สาสม
ฉิน ฮุ่ย (Qin Hui) และภรรยา คือ คนทรยศในสมัยราชวงศ์ซ่ง
ที่นั่งคู่กัน โดนตบหัวตลอด คือ ฉิน ฮุ่ย และภรรยา
กว่าพันปีที่แล้ว ฉิน ฮุ่ย เป็นนักการเมืองเจ้าเล่ห์ที่มีตำแหน่งใหญ่โต ความมั่งคั่ง ช่ำชองในการโกหก ใส่ร้ายคนดี มีความโลภ ความริษยา หักหลัง และฆาตกรรม
เขามาจากครอบครัวธรรมดาในสมัยราชวงศ์ซ่ง หลังจากผ่านการสอบเข้าทำงานการเมือง…ซึ่งทำได้ดี
ในช่วงเวลานั้น กองทัพของราชวงศ์จินเป็นภัยคุกคามอันตรายที่สุดของราชวงศ์ซ่ง
ฉิน ฮุ่ย มุ่งมั่น ต้องการต่อสู้กับผู้รุกรานเหล่านี้ เขาจึงกลายเป็นทูตผู้กล้าหาญที่ถูกส่งไปเจรจา เกลี้ยกล่อมกองทัพของศัตรู ขอสงบศึก
แต่ต่อมา…ราชวงศ์จินก็นำกองทัพบุกโจมตีเมืองหลวงของซ่งและคุมขังจักรพรรดิ จ้าวจี และจ้าวฮ่วน รวมถึงขุนนางในราชสำนัก… รวมถึง ฉิน ฮุ่ย
โชคดีที่ จ้าวโกว (Zhao Gou) ลูกชายของจักรพรรดิมิได้อยู่ในเมืองหลวงระหว่างถูกโจมตี เขาหลบหนีไปทางตอนใต้ของจีนและก่อตั้ง “ราชวงศ์ซ่งใต้”
ข้าราชสำนักทุกคนที่ถูกจับ เต็มใจที่จะเสียสละชีวิตตนเองเพื่อราชวงศ์และจักรพรรดิของตน ไม่ขอสวามิภักดิ์ต่อผู้รุกราน ส่วนใหญ่ถูกฆ่าตาย และที่เหลือถูกส่งไปยังค่ายแรงงาน
ฉิน ฮุ่ย รอดชีวิตด้วยวิธีการ “อยู่เป็น” ขอเนรคุณ ทรยศเจ้านายคนเดิม ขอสวามิภักดิ์ต่อผู้ปกครองคนใหม่
ไม่นานนัก…เขาไปปรากฏตัวขึ้นในราชสำนักซ่งใต้ของ จ้าวโกว โดยอ้างว่าเขาได้ “หลบหนี” จากคุก
อันที่จริง เรื่องราวของเขาน่าสงสัยไม่น้อย เพราะไม่เคยมีใครหลบหนีจากคุกของจินได้ เขามาพร้อมกับภรรยาและครอบครัว
อย่างไรก็ตาม คนอื่นๆ เชื่อเขาสนิทใจ เพราะเขาเป็นข้าราชการที่ฉลาดหลักแหลม พูดเก่ง และ (เคย) ซื่อสัตย์ในช่วงรับราชการใหม่ๆ
ฉิน ฮุ่ย ช่างพูดจา ช่างเจรจา สอพลอ ค่อยๆ ไต่เต้ากลายเป็นข้าราชการระดับสูงในราชสำนักของจ้าวโกว ของราชวงศ์ซ่งใต้ ในใจลึกๆ เขาคือ ผู้ทรยศ ให้ข้อมูลกับจ้าวโกว เพื่อมิให้ไปทำศึกกู้บ้านเมือง เพราะตนเองกำลังสุขสบาย มีกิน มีใช้ ใหญ่โตในแผ่นดิน
ในเวลานั้น…ราชวงศ์ซ่งยังมี “ขุนพล” ที่ซื่อสัตย์และมีความมุ่งมั่นพร้อมที่จะกู้แผ่นดินให้ราชวงศ์ ซ่ง นักรบที่โดดเด่น คือ เยว่ เฟย (Yue Fei) หนึ่งในนักรบที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดของจีน
หากแต่เวลานั้น… เยว่ เฟย เป็นลูกกตัญญู ตั้งใจจะปรนนิบัติดูแลแม่ที่ชราภาพและเจ็บป่วย
แม่ของเยว่ เฟย…ใจเด็ด สั่งให้ลูกไปเป็นผู้นำทัพ แล้วสักลาย “จิงจงเป่ากั๋ว” บนหลัง ซึ่งแปลว่า “รับใช้ประเทศของคุณอย่างซื่อสัตย์”
แม่ทัพผู้ซื่อสัตย์นำทหารยึดคืนได้หลายเมืองและเอาชนะกองทหารของราชวงศ์จินได้ราบคาบ ปกป้องพลเรือนและดูแลทหารของเขาเป็นอย่างดี
ทหารของเยว่ เฟย ไม่ทำร้าย ไม่รังแกชาวเมืองที่พวกเขาผ่านไปมา ชาวเมืองแซ่ซ้อง สรรเสริญ–บูชา แม่ทัพเยว่ เฟย…
ฉิน ฮุ่ย ที่เป็นไส้ศึกในราชสำนักอยู่ทางใต้ เห็นสถานการณ์ที่พลิกผัน จึงวางแผนกำจัด เยว่ เฟย ที่ไปกอบกู้ราชวงศ์ซ่งขึ้นมาได้
เขาเกลี้ยกล่อมให้จักรพรรดิเรียกเยว่ เฟยกลับมาเมืองหลวง โดยทูลกับจักรพรรดิว่า ชาวเมืองต่างชื่นชม เยว่ เฟย หากแต่แม่ทัพคนนี้กำลังสร้างอิทธิพล สร้างอำนาจบารมีมากกว่าจักรพรรดิ เพ็ดทูลจักรพรรดิว่า…แม่ทัพผู้ซื่อสัตย์มักใหญ่ใฝ่สูง คิดการณ์ใหญ่จะก่อกบฏล้มล้างราชสำนัก
นี่เป็นสภาพถูกบังคับให้กลับวัง เยว่ เฟย กลายเป็นคนที่ไม่มีบทบาทหน้าที่ ถูกลดตำแหน่ง ถูกคุมขัง ถูกทรมาน
จักรพรรดิจ้าวโกว ไปขอเจรจาสงบศึกกับราชวงศ์จิน
ฉิน ฮุ่ย ทำทุกอย่างเพื่อจะกำจัดแม่ทัพผู้ซื่อสัตย์ ในที่คุมขัง …เขาถูกกลั่นแกล้ง ถูกกล่าวโทษ มีคณะกรรมการศาลเตี้ยมาตัดสินประหารให้ชีวิตแม่ทัพที่ไม่มีทางต่อสู้…
ประชาชนที่รู้ความจริง เรียกร้องให้ปล่อยตัวแม่ทัพ ฉิน ฮุ่ยเป็นกังวลเพราะหลังจากจับตัวแม่ทัพมาทรมาน เขาไม่สามารถทำให้ “ขุนพล” ยอมรับข้อกล่าวหาเท็จในข้อหากบฏได้
ระหว่างนั้น ฉิน ฮุ่ยและภรรยา ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ สั่งให้คนรับใช้เข้าไปส่งอาหารที่ “แฝงยาพิษ” ให้ถึงในคุก
แม่ทัพเย่ว เฟย เสียชีวิตในคุกเมื่ออายุ 39 ปี ตามแผนการของขุนนาง ฉิน ฮุ่ย
ในเวลาต่อมา…มีการเจรจาสงบศึก
ฉิน ฮุ่ย กลายเป็นขุนนางในระดับสูงสุดของจักรวรรดิซ่ง ความประพฤติอันเลวทรามปรากฏชัด โหดเหี้ยม ใช้ชีวิตอย่างมั่งคั่ง หรูหรา
ต่อมาก็ถูกหักหลังซ้อน…และเสียชีวิต
กาลเวลาผ่านไป… เรื่องการตัดสินประหารแม่ทัพ เยว่ เฟย การเสียชีวิตที่เป็นปริศนา ได้รับการพิสูจน์ว่า เยว่ เฟย เป็นคนดีที่ถูกใส่ร้าย
จักรพรรดิ จ้าว โกว เสียใจเป็นที่สุด ยอมรับว่าผิดพลาดอย่างมหันต์ที่เชื่อคำยุแหย่ของ ฉิน ฮุ่ย จึงประกาศลบล้างความผิด ขอสร้างวัดอุทิศให้กับเขา
ความชั่วร้ายเลวทรามของ ฉิน ฮุ่ยและภรรยาที่มีส่วนในการฆาตกรรม เยว่ เฟย ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ชาวเมืองโกรธแค้น
ดังนั้น…ที่หน้าวัดของแม่ทัพ จึงมีโลหะหล่อของ ฉิน ฮุ่ย และภรรยาของเขา ชาวเมืองพร้อมใจกันสร้างขึ้นมา เพื่อ “ประจาน” ให้ชนรุ่นหลังประจักษ์ สร้างความอับอายต่อหน้าสาธารณชน โดยธรรมชาติถึงตายไปแล้วก็ต้องประจานต่อไป
แทบทุกวัน…จะมีผู้คนเข้าคิวรอเพื่อจะตบศีรษะรูปหล่อ 2 ผัว–เมีย
แต่ที่น่าสนใจกว่านั้น ร่างของคู่รักที่ถูกเกลียดชังมากที่สุดในจีนเมื่อพังลงไป ประชาชนก็จะมีการหล่อขึ้นมาใหม่ ชำรุด พังไปแล้ว 11 ครั้ง หล่อขึ้นมาใหม่อีก 11 ครั้งแล้ว
มีการบอกต่อกันไปว่า …ถ้าได้มาตบศีรษะรูปคนชั่วนี้แล้ว จะมีโชคลาภ มีความสุข ความเจริญ …เรื่องดีๆ แบบนี้ ใครเล่าจะยอมเสียโอกาส
ดังนั้น คลิปที่ส่งกันมาคือ เรื่องจริง
ตรงกับกลุ่มสื่อจีนที่รายงานว่า วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 ชาวเมืองแน่นขนัด…ต่อแถวกันตบหน้ารูปปั้นขุนนางกังฉิน เพื่อตบหน้ารูปปั้น “ฉิน ฮุ่ย” ขุนนางกังฉิน… โดยเชื่อกันว่าจะช่วยปัดเป่าสิ่งอัปมงคลออกไปจากชีวิตได้
ในเวลาต่อมา…คนรุ่นหลังก็ได้หล่อรูปโลหะขึ้นมา 4 รูป ประกอบไปด้วย คนขายชาติ คนชั่วทั้ง 4 คือ ฉินฮุ่ย ภรรยาแซ่หวัง ม่อฉีเซี่ย และจางจุ้น นั่งคุกเข่าเอามือไพล่หลังไว้เป็นอุทาหรณ์แก่คนรุ่นหลัง
ข้อมูลที่ถูกนำมาตีแผ่ในภายหลังเพิ่มเติม คือ ฉิน ฮุ่ย มีความสามารถในการทำงานแทบจะเป็น “ศูนย์” เป็นบุคคลที่ถูกจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของการทุจริตแบบไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม
ฉิน ฮุ่ย คือเจ้าแห่งลัทธิการ “ซื้อตำแหน่ง” …หากเจ้าหน้าที่ต้องการเลื่อนขั้น พวกเขาต้อง “จ่าย”
เมื่อเป็นข้าราชการแล้วต้องการความก้าวหน้า ต้องยกสมบัติให้เขาอีก ทุกๆ วันเกิดกลายเป็น “การประชุมทำเงิน” ของขวัญทั้งหมดจะมาจากเจ้าหน้าที่จากจังหวัดและมณฑลต่างๆ กองท่วมหัว
หลายปีผ่านไป ความมั่งคั่งในคลังสมบัติส่วนตัวของเขาก็มีมากเท่ากับคลังสมบัติของรัฐ สมาชิก คนใกล้ชิดล้วนดำเนินชีวิตในแบบคนโกง เกิดการทุจริตในทุกวงการ สังคมเปลี่ยนไปสู่ความตกต่ำ
ในเมืองหลวงยังเต็มไปด้วย “สายลับ” ที่คอยจับผิดใส่ร้าย ใครที่ขัดใจจะถูกจับและลงโทษทันที
ในปี ค.ศ.1155 ในช่วงที่ ฉิน ฮุ่ยกำลังจะสิ้นใจด้วยอาการป่วย ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต เขายังทะเยอทะยาน ละโมบแก่อำนาจ ขอให้จักรพรรดิแต่งตั้ง “ลูกชาย” ฉิน หยุน สืบทอดตำแหน่งของเขา
ฉิน ฮุ่ย กำจัดฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองทั้งหมดของเขาออกจากรัฐบาลโดยใช้อำนาจของจักรพรรดิ ศัตรูส่วนใหญ่ของเขาถูกประหารหรือถูกเนรเทศออกไปทางใต้
จักรพรรดิเซียวจง แห่งซ่ง องค์ใหม่ ที่ทรงทราบความจริง ทรงให้อภัยรวมถึงอภัยโทษกับผู้ถูกกล่าวร้าย ถูกจองจำ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ฉิน ฮุ่ยและภรรยา ก็ถูกนักประวัติศาสตร์จีนตราหน้า กลายเป็น 1 ในตัวอย่างที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์จีนเป็นขุนนางที่ชั่วร้าย
รูปหล่อ 2 คนผัว–เมีย ที่หน้าวัด ผู้เยี่ยมชมบางคนจะถ่มน้ำลายใส่ เฆี่ยนตี แม้ว่าจะมีการปกป้องในฐานะโบราณวัตถุ
ยังไม่พอ…ผู้ใต้บังคับบัญชาของฉิน ฮุ่ย 2 คนชื่อ Moqi Xie และ Zhang Jun ถูกสร้างขึ้นเพื่อคุกเข่าต่อหน้าหลุมฝังศพของแม่ทัพ (อยู่ที่หางโจว) เป็นเวลาหลายศตวรรษมาแล้ว
รูปปั้นเหล่านี้ถูกสาปแช่ง ถ่มน้ำลายรด และปัสสาวะใส่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่ในปัจจุบัน รูปปั้นเหล่านี้ได้รับการคุ้มครองในฐานะโบราณวัตถุทางประวัติศาสตร์
ประวัติศาสตร์จีน มีสัจธรรมข้อหนึ่งที่ถือเป็นรอยด่างพร้อย ที่กลายเป็นสาเหตุ ที่ทำให้ดินแดนพญามังกรไม่เคยก้าวขึ้นมาเป็นมหาอาณาจักรอันยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงได้
มนุษย์ที่รู้จักกันในชื่อของ “กังฉิน” ที่มาเกิดอยู่ในทุกช่วงทุกตอนของประวัติศาสตร์กระทั่งถึงยุคปัจจุุบัน ในฐานะเป็นตัวการโกงกินชาติ ถึงขั้นยอม “ขายชาติ”
หลายร้อยปีที่ผ่านมา…จีนพ่ายแพ้ต่อ มองโกล แมนจู นักล่าอาณานิคมตะวันตกที่เข้ามาฉีกแผ่นดินจีนเหมือนขนมแล้วแบ่งกันกิน เคยพ่ายแพ้ต่อกองทัพญี่ปุ่น จนถูกขนานนามว่า “คนป่วยแห่งเอเชีย”
สี จิ้นผิง ขึ้นมาเป็นผู้นำเมื่อปลายปี 2555 ทำสงครามปราบทุจริตคอร์รัปชั่น ปราบการยักยอกเงินหลวง หรือผลาญเงินงบประมาณในโครงการที่เปล่าประโยชน์ ในทุกระดับชั้น
เมื่อทำผิดก็จะถูกลงโทษหนัก ต้องโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต ตลอดเวลาที่อยู่ในตำแหน่ง
สี จิ้นผิง ไม่ได้พูดแค่ปาก แต่ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน มีการสอบสวน ลงโทษการรับสินบนนับหมื่นราย
สี จิ้นผิง ประกาศห้ามจัดงานเลี้ยงหรูหรา งดรับของขวัญราคาแพง ห้ามมีเมียน้อย ยกเลิกระบบอภิสิทธิ์ชน ด้วยการจัดระเบียบการใช้รถประจำตำแหน่ง ปฏิรูประเบียบว่าด้วยการคัดเลือกคนไปฝึกอบรมหรือเดินทางดูงานในประเทศและต่างประเทศ ตรวจสอบการนำเงินภาษีของประชาชนไปใช้จ่ายในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่
ผู้นำหมายเลข 1 สั่ง “ปรับลด” เงินเดือนและอภิสิทธิ์ของผู้บริหารรัฐวิสาหกิจเกินตัว มีข้าราชการระดับสูงหลายคนรวมไปถึงรัฐมนตรีถูกประหารชีวิตเพื่อเป็นเยี่ยงอย่างไม่ให้ใครทำตาม
สี จิ้นผิง กลายเป็นหนึ่งในตำนานวีรบุรุษผู้กล้าหาญที่สุดในประวัติศาสตร์จีนรอบร้อยปี …
พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก

