9 มีนาคมที่ผ่านมา วันประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 ของพรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคได้ประกาศบนเวทีอย่างหนักแน่นว่า จะต้องได้ 310 เสียงขึ้นเป็นการปรับเปลี่ยน “ยุทธศาสตร์” และ “เป้าหมาย” ของการชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย
คือ “แลนด์สไลด์” ทั้งแผ่นดิน ต้องได้ ส.ส.มากกว่า 250 เสียงขึ้นไป
“เราต้องกำจัดระบอบประยุทธ์ให้สิ้นซาก ซึ่งระบอบประยุทธ์เป็นระบอบที่อันตรายมากที่ทำลายโอกาสของพี่น้องประชาชน…เราต้องชนะขาด ไม่มีคะแนนทิ้งน้ำ ไม่มีแบ่งใจ ไม่มีปันใจ ต้องเลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรคทั้ง 2 ใบ…เราจะเข้าสู่ทำเนียบในนามรัฐบาลพรรคเพื่อไทย”
โดยพรรคเพื่อไทยไม่รีรอให้ถึงวันยุบสภา ไม่รอให้เปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง ไม่รอการประกาศรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ 3 ชื่อ
เพราะนั่นมันช้าไป!?
ถือเป็นคำประกาศสมกับการเป็นพรรคขนาดใหญ่ ที่ชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่งมาทุกครั้ง ตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา จนถึงครั้งล่าสุดเมื่อปี 2562
สำหรับการเลือกตั้งเมื่อ 24 มีนาคม 2562 หากกติกาของรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่พิกลพิการ
พรรคเพื่อไทยจะได้มากกว่า 137 เสียง!
11 มีนาคม บนเวทีปราศรัยที่พิจิตร นพ.ชลน่าน ตอกย้ำถึง “หมุดหมาย” จำนวน ส.ส.ครั้งใหม่ไว้ที่ 310 เสียงอีกครั้ง
อาจจะดูสูงและมีการ “ปรามาส” จากบางฝ่ายว่า “เป็นไปไม่ได้”?
แต่นี่คือ “กลยุทธ์” หนึ่งของการทำศึกเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ภายใต้กติกาบัตร 2 ใบ หารด้วย 100
เหมือนการเลือกตั้งเมื่อปี 2544 ตามรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งได้ ส.ส. 248 ที่นั่งจากจำนวนทั้งหมด 500 ที่นั่ง
ขาดไปเพียง 2 ที่นั่งก็จะถึงครึ่งหนึ่ง!
ที่ผลการสำรวจความเห็นของโพลหลายสำนักตลอดระยะ 1 เดือนที่ผ่านมา
คะแนนพรรคเพื่อไทยนำลิ่วมาเป็นอันหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการอยากให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯ
การคาดหมายว่า พรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส.มากที่สุด
นั่นเป็นเพราะกลยุทธ์การสื่อสารที่เหนือกว่าพรรคการเมืองอื่นๆ อาทิ ฟิวเจอร์บอร์ด รูป น.ส.แพทองธาร ที่แต่งกายง่ายๆ มีรอยยิ้มที่จริงใจ พร้อมข้อความนโยบายต่างๆ ใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่ อ่านง่าย และโดนใจชาวบ้าน ใช้โทนสีแดงกับสีขาว ซึ่งโดดเด่นสะดุดตา กระจายอยู่ตามถนนหนทางในทุกจังหวัดทั่วประเทศ
จากนั้นพรรคเพื่อไทยก็ตระเวนเปิดปราศรัยไปตามภูมิภาคต่างๆ การปลุกเร้าอารมณ์มวลชนที่มาฟังปราศรัยให้ “ฮึกเหิม” ของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย
เปรียบเสมือน “แม่เหล็ก” แท่งมหึมาที่จะดึงคะแนนให้คนมาเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค!
ขณะที่ น.ส.แพทองธารก็ได้ปรากฏตัวทักทายกับประชาชน และขึ้นเวทีปราศรัยตั้งแต่ครรภ์ยังไม่ใหญ่ จนอายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่แปดแล้ว ก็เป็นสปิริตที่มวลชนศรัทธา พรรคเพื่อไทยชื่นชม
นอกจากนี้ เนื้อหาหลักของพรรคเพื่อไทยที่ใช้สื่อสารกับสาธารณชน คือ การวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยึดอำนาจโค่นรัฐบาลยิ่งลักษณ์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 นำประเทศเข้าสู่เผด็จการ
แม้ต่อมาจะมีการเลือกตั้ง ได้เป็นผู้นำต่อมาอีก 4 ปี ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนอยู่ดี-กินดีได้ เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น ปฏิรูปประเทศล้มเหลว ฯลฯ
การสื่อสารต่างๆ เป็นเครื่องมือที่พรรคเพื่อไทยนำมาใช้ สร้างความเชื่อมั่น-ความศรัทธาให้กับประชาชน
อย่างไรก็ตาม เมื่อยุบสภา กลยุทธ์ต่างๆ ไม่เพียงแต่พรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่จะต้องยกระดับและทำให้ดีขึ้น พรรคการเมืองอื่นๆ ก็ต้องปรับเปลี่ยนเช่นกัน
แลนด์สไลด์ 310 เสียงของพรรคเพื่อไทยจะฝันไกลเกินไปหรือไม่?
อีกไม่ถึง 2 เดือนก็จะได้รู้กัน!?!
เทวินทร์ นาคปานเสือ

