หน้าแรก บทความ ภาพเก่าเล่าตำ...

ภาพเก่าเล่าตำนาน : ลี กวน ยิว…สร้างชาติให้ยิ่งใหญ่

27.03.23 | 13:32 น.

ลีกวน ยิว นายกรัฐมนตรีคนแรกของสิงคโปร์ (พ.ศ.2502-2533) ได้รับการสรรเสริญจากคนทั่วโลก… เขาเขียนหนังสือเล่มหนึ่งของเขาชื่อเรื่อง “From Third World to First”

กรกฎาคม 2565 เฮนรี คิสซินเจอร์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ อายุ 99 ปี เปิดตัวหนังสือชื่อ Leadership หรือความเป็นผู้นำ ชื่นชมผู้นำของโลก 6 คน หนึ่งในนั้น คือ ลี กวน ยิว ผู้สร้างประเทศสิงคโปร์จากเกาะเล็กๆ ที่อนาคตมืดมน

สิงคโปร์เคยเป็นส่วนหนึ่งของประเทศมาเลเซีย ถูกกีดกัน ถูกแบ่งแยกเพราะคนบนเกาะมี “เชื้อชาติจีน” ที่มีปัญหากับชาวมาเลย์

ตอนแยกเป็นประเทศออกมา…ประชาชนกว่า 1 ล้านคน มีฐานะยากจน ประชากรหลากหลายเชื้อชาติ ..มีความขัดแย้งสูง

ราว 30 ปี.. มหาบุรุษคนนี้สร้างประเทศสิงคโปร์ให้กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการเงินที่สำคัญของโลก สิงคโปร์ออกมายืนเด่นในแถวหน้าของโลก บ้านเมืองสะอาด เป็นระเบียบ ที่คนทั้งโลกยกนิ้วให้ ประชากรมีคุณภาพ มีความปลอดภัยสูงสุด

Advertisement

คิสซินเจอร์ เขียนว่า… เมื่อ ลี กวน ยิว เป็นผู้นำสิงคโปร์ ที่เป็นเอกราชในปี พ.ศ.2508 เขาต้องรับผิดชอบประเทศที่ไม่เคยมีฐานะการเป็นประเทศมาก่อน เป็นเพียงดินแดนในอาณานิคม

ความสำเร็จของ ลี กวน ยิว คือ สถาปนาแนวคิดให้สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์ตัวเอง สร้างอนาคตที่มีพลวัต ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ วางแผน ลงมือทำ…เปลี่ยนแปลงเมืองที่เต็มไปด้วยความยากจน ให้กลายเป็นประเทศเศรษฐกิจที่ดีสุดของโลก

เกาะสิงคโปร์ พื้นที่ราว 710 ตร.กม. ขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติพื้นฐาน แม้แต่น้ำดื่มก็มีไม่พอเพียง ประชากร 1.9 ล้านคน ประกอบด้วย 3 เชื้อชาติ คือ จีน มาเลย์ และอินเดีย ที่ไปด้วยกันไม่ค่อยจะได้

เมื่อคิสซินเจอร์เอ่ยชมใครในโลก คนนั้นย่อมเหนือชั้นกว่าคนอื่น มุ่งเน้นชี้ให้เห็น “สภาวะผู้นำ” ของนายลีที่โดดเด่น ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมาเขียนหนังสือสอพลอ เพราะ ลี กวน ยิว ถึงแก่อนิจกรรมไปแล้วเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2558

ลี กวน ยิว ปกครองสิงคโปร์ในช่วงระหว่างปีพ.ศ.2502-2533 รวม 31 ปี ทิศทางการเจริญเติบโตของสิงคโปร์ในเวลาถัดมา ยังอยู่ในกรอบคิดของลี กวน ยิว

ขอย้อนอดีตไปให้เห็นภาพ รากฐานของเกาะสิงคโปร์

พ.ศ.2054 กองทัพโปรตุเกสมายึดครองเกาะแห่งนี้ต่อมากองทหารชาวดัตช์มาแย่งเกาะไปปกครอง

ประมาณปี พ.ศ.2360 อังกฤษกำลังแข่งขันกับดัตช์ในเรื่องล่าอาณานิคม ส่งเซอร์ โทมัส แสตมฟอร์ด แรฟเฟิลส์ มาสำรวจเกาะสิงคโปร์ที่ยังมีสุลต่านปกครองอยู่ อังกฤษยึดสิงคโปร์ได้สำเร็จ วางรากฐานการปกครอง วางผังเมือง อาคาร ถนน ท่าเรือระดับโลก

(วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2413 รัชกาลที่ 5 เสด็จฯออกจากกรุงเทพฯ พร้อมเจ้านายชั้นสูงและข้าราชการ ตามเสด็จรวม 208 คน เสด็จพระราชดำเนินประทับในเมืองสิงคโปร์ 7 วัน)

สงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ.2484-2488) ญี่ปุ่นประกาศสงครามกับอังกฤษ ทหารพระจักรพรรดิญี่ปุ่นยึดเกาะสิงคโปร์ไว้ได้ แต่เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม อังกฤษกลับมาปกครองสิงคโปร์

นายลี กวน ยิว หรือแฮรี่ เป็นชาวสิงคโปร์รุ่นที่ 4 บรรพบุรุษอพยพมาจากมณฑลกวางตุ้งของจีนเมื่อราว 160 ปีก่อน ศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ที่ประเทศอังกฤษในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พ่วงมาด้วยปริญญาด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (Cambridge)

พ.ศ.2506 เมื่อสิงคโปร์เห็นมาเลเซียได้รับเอกราชจากอังกฤษ สิงคโปร์จึงรีบขอรวมชาติเข้ากับมลายูกลายเป็น “สหพันธรัฐมาลายา” ทันที เพื่อจะได้ไม่เป็นเมืองขึ้นของอังกฤษอีก

พ.ศ.2507-2508 เกิดความขัดแย้งระหว่างตัวเขากับนายกฯมาเลเซียในขณะนั้นคือนายอับดุล ราห์มันปัญหาที่รุนแรงคือ ความไม่ลงรอยกันระหว่างคนเชื้อชาติจีนกับมุสลิมมาเลย์

สหพันธ์รัฐมาลายา คือ มาลายา รวมกับสิงคโปร์ มีปัญหาเพราะมีการเหยียดชนชาติกัน ทำให้ “พรรคกิจประชาชน” โดยการนำของ ลี กวน ยิว ประกาศให้สิงคโปร์เป็นเอกราชตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2508

ตั้งแต่บัดนั้นมา…ในชื่อ “สาธารณรัฐสิงคโปร์” เมื่อแยกตัวออกมาแล้ว พรรคกิจประชาชน (PAP) ของลี เป็นรัฐบาลมาตลอด

การแยกดินแดนออกไปเป็นประเทศสิงคโปร์ สร้างความสับสนว้าวุ่นให้กับนายกฯลี กวน ยิว เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา นายลี กวน ยิว เชื่อในเอกภาพระหว่างสิงคโปร์กับมาเลเซีย ทั้งด้านภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์

ช่วงเวลานั้น ปัญหาของภูมิภาคคือ ลัทธิคอมมิวนิสต์ที่แพร่กระจายในมาเลเซีย อินโดนีเซีย แพร่ไปถึงเกาะสิงคโปร์ ประชาชนแตกแยกกัน เป็นอริต่อกัน

วันนั้น… ลี วัย 42 ปี คือผู้นำเพียงหนึ่งเดียวของสิงคโปร์ที่ยังมืดมนต่อทิศทางการดำรงเกาะแห่งนี้ให้เป็นประเทศ

เมื่อถูกผลักไสออกมา ก็ต้องสู้ด้วย “สติปัญญา”

เป้าหมายหลัก คือ ผลักดันให้สิงคโปร์เป็นประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ โดยมีชีวิตประชาชนกว่าล้านคนเป็นเดิมพัน ความเข้มแข็งและความเป็นนักคิดนักวางแผน ของลี กวน ยิว คือต้นแบบให้กับชาวสิงคโปร์ทั้งประเทศ ทำให้สิงคโปร์สร้างทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดได้ นั่นคือ “มนุษย์”

เศรษฐกิจสิงคโปร์ภายใต้การนำของนายกฯลี กวน ยิว เติบโตอย่างรวดเร็ว ตัวเลขจีดีพีเพิ่มขึ้นเกือบ10% ติดต่อกันกว่า 10 ปี นายกฯลีนำพาสิงคโปร์จนกลายเป็น 4 เสือเอเชีย ประกอบด้วย ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ในขณะที่ไทยประกาศจะเป็นเสือตัวที่ 5

นักลงทุนทั่วโลกต่างมุ่งหน้าไปสิงคโปร์ ทำให้สิงคโปร์กลายเป็นศูนย์กลางน้ำมัน การคมนาคมขนส่ง และการเงินของเอเชีย

ออสเตรเลียที่อยู่ในภูมิภาคนี้จ้องมองสิงคโปร์ ยอมรับว่า ลี กวน ยิว ได้รวบรวมกลุ่มคนผู้มีความสามารถเพื่อช่วยกันวางรากฐานการพัฒนาในระยะยาวให้สิงคโปร์ ขณะที่ความเป็นผู้นำของเขา ช่วยสร้างบรรยากาศการเมืองที่สอดคล้องกลมกลืน

ชาวสิงคโปร์ที่เกลียด ลี กวน ยิว ก็ไม่น้อย

ความเข้มแข็ง-เด็ดขาดของนายลี กวน ยิว ก็ได้ทำให้เกิดลัทธิอำนาจนิยมขึ้น รัฐบาลสิงคโปร์มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการลงโทษผู้ที่ไม่เห็นด้วยหรือวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล นำไปสู่การจับกุมคุมขังนักการเมืองฝ่ายค้าน นักรณรงค์ และผู้นำสหภาพแรงงานต่างๆ จำนวนมาก

นายลี กวน ยิว กล่าวว่า ใครก็ตามที่ปกครองสิงคโปร์ต้องมีความเข้มแข็งเด็ดขาด เพราะ… “นี่ไม่ใช่เกมแต่เป็นชีวิตจริง” ในช่วงที่ตนยังอยู่ในอำนาจ จะไม่มีใครล้มล้างสิ่งที่ตนให้เวลาทั้งชีวิตสร้างขึ้นมาได้

ลี กวน ยิว กล่าวว่า สิงคโปร์จะไม่สามารถอยู่รอดได้หากไม่กระทำการในสิ่งที่เป็นมาตรฐานระดับสูงสุดที่เป็นไปได้

ประเทศที่เล็กที่สุดประเทศหนึ่งในโลก ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ ไม่มีแม้กระทั่งน้ำจืดเลี้ยงประชากร แต่สู้ยิบตาเพื่อให้อยู่รอด

ด้วยผู้นำที่เก่ง ดีจริง เด็ดขาด ไม่โกง มีวิสัยทัศน์เป็นเลิศ สร้างประเทศนี้ให้มีฐานะทางเศรษฐกิจ พัฒนาเศรษฐกิจการค้า โดยเป็นประเทศ “พ่อค้าคนกลาง” ในการขายสินค้า เป็นท่าเรือขนส่งสินค้าปลอดภาษี ทำให้สินค้าที่ผ่านทางสิงคโปร์มีราคาถูก

ราว 20 ปีที่ผ่านมา คนไทยบินไปสิงคโปร์เพื่อช้อปปิ้งแบบเมามัน โดยเฉพาะเครื่องไฟฟ้าทุกชนิดชาวจีนที่ขายของในตลาดพูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว ทุกคนเกิดมาเพื่อค้าขาย

ปัจจุบันสิงคโปร์มีท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ และทันสมัยที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง ไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉพาะในประเทศไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา มีประชากรน้อยจึงต้องพึงพาแรงงานจากต่างชาติในทุกระดับ

เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีฐานะทางเศรษฐกิจและการเงินที่มั่งคั่งที่สุดประเทศ 1 ในโลก

เรื่องทรัพยากรบุคคล …อย่าไปกล่าวหาว่า “คนน้อย” จะทำอะไรก็ง่าย หนุ่ม-สาวสิงคโปร์ ที่ได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ ล้วนสร้าง “ความโดดเด่น” ได้รางวัล ได้รับการยกย่องกันทั้งนั้น

นายทหารสิงคโปร์ที่ถูกคัดเลือกไปฝึก ศึกษาต่อในต่างประเทศ ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติแบบเรียงตัว ถ้ามีนายทหารนานาชาติมาศึกษา.. ผลการศึกษาอันดับ 1 สิงคโปร์ขอจองแบบไม่ขอแบ่งใคร

ผู้ที่ทำงานให้รัฐ ล้วนเป็นบุคคลที่ผ่านการคัดกรองมาแบบเข้มข้น

ระบบการศึกษาในประเทศในทุกสาขา เป็นเลิศ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี วิศวกรรม อุตสาหกรรม การเงิน ฯลฯ

รากฐานของประเทศที่แน่นหนา-มั่นคง ประชาชนอยู่ดี-กินดี คือ ผลงานของ ลี กวน ยิว บิดาผู้ก่อตั้งสิงคโปร์ และเป็น 1 ในนักการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชีย เปลี่ยนนครรัฐจากอาณานิคมอังกฤษอันเงียบสงบให้กลายเป็นเขตการค้าที่มั่งคั่งและมีประสิทธิภาพ มี GDP ต่อหัวสูงเป็นอันดับต้นของโลก

ในการโต้วาทีที่คุกรุ่นตลอดทศวรรษ 1980 และ 1990 มหาบุรุษลีไม่เคยก้มหัวให้โลกตะวันตกหรือประเทศอื่นใด ลีมีจุดยืนว่าระบบพรรคเดียวมีประสิทธิภาพและเข้ากันได้กับสังคมเอเชียตะวันออกมากกว่าประชาธิปไตยแบบตะวันตก เรียกว่า “ค่านิยมแบบเอเชีย”

เกาะแห่งนี้ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจแข็งแกร่งที่สุดในโลก ด้วยความมั่นคงทางการเมือง อัตราการทุจริตต่ำ และสถาบันสาธารณะที่โปร่งใส เราเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้สำหรับธุรกิจ

ความสำเร็จของสิงคโปร์มาจากปัจจัยที่เป็นรูปธรรม คือ ความเป็นผู้นำเชิงปฏิบัติของนายลีระบบราชการที่มีประสิทธิภาพ การควบคุมการทุจริตอย่างมีประสิทธิภาพ การพึ่งพาพลเมืองที่ “ดีที่สุดและฉลาดที่สุด” ผ่านการลงทุนด้านการศึกษาและค่าตอบแทนที่แข่งขันได้ และการเรียนรู้จากต่างประเทศ

ชาวสิงคโปร์พูดได้อย่างน้อย 2 ภาษา คือ อังกฤษและจีน เป็นปัจจัยที่ทำให้สิงคโปร์ทะลุกำแพงออกมายืนบนแท่นอย่างสง่างาม

ถ้าสนิทสนมกับชาวสิงคโปร์จริงๆ ก็จะได้ยินว่า ชีวิตชาวสิงคโปร์ก็ไม่มีเสรีภาพมากนัก มีกรอบการใช้ชีวิตพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาที่ต้องเป็นไปตามที่ทางราชการกำหนด เพื่อนำไปทำงานเพื่อประเทศชาติ

นักศึกษาต่างชาติที่จะขอวีซ่าเข้าอังกฤษ ต้องจบจากมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับ 50 มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก โดยมหาวิทยาลัยสิงคโปร์ที่ติดอันดับ 2 แห่ง คือ Nanyang Technological University และ National University of Singapore

ลี กวน ยิว และทีมงานสามารถสร้างระบบการศึกษาที่ดีที่สุดของโลกขึ้นมาจากรากฐานหรือจุดเริ่มต้น ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของมาเลเซียที่ล้มเหลว สิงคโปร์ยังไม่มีแม้แต่ระบบการศึกษาภาคบังคับ คนที่จบมัธยมปลายมีไม่มาก ขาดคนงานที่มีทักษะ การว่างงานสูงมาก

คนจีนมีสัดส่วน 76% ของประชากร มาเลย์ 15% และอินเดีย 7.5% ลี กวน ยิว ตัดสินใจให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาใช้สอนในโรงเรียนแต่เด็กและต้องเรียนภาษาแม่ของตัวเอง

มีข้อทักท้วง ต่อต้านบ้าง หากแต่กาลเวลาพิสูจน์แล้วว่า… “ตัดสินใจถูกต้อง” ทำให้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางธุรกิจโลก

ได้ผู้นำดี เก่ง ฉลาด ไม่คดโกง มุ่งมั่น จริงจัง ผู้คนในบ้านเมืองก็ร่มเย็นเป็นสุข ประเทศชาติมีเกียรติภูมิ สง่างาม

นับเป็นความโชคดีของชาวสิงคโปร์

พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก