แต่ละพรรคการเมืองกำลังรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งกันสุดเหวี่ยง
การสื่อสารกับประชาชนด้วยกลยุทธ์ต่างๆ กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น
ไม่ว่าจะเป็นการเปิดปราศรัยใหญ่ ปราศรัยย่อยตามภูมิภาคต่างๆ การเดินหาเสียงในย่านชุมชน การออกสื่อ การใช้โซเชียลมีเดีย
การประชันวิสัยทัศน์เป็นสีสันประชาธิปไตย!
โพลสำนักต่างๆ ทยอยออกมาเป็นระยะเพื่อหยั่ง “กระแส” และ “อารมณ์” ของประชาชน ซึ่งพรรคการเมืองจะนำไปปรับปรุงแก้ไข
มาอัพเดตความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองหลักๆ หลังปิดรับสมัคร ส.ส.ทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อ
โฉมหน้าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีก็ปรากฏให้เห็นกันแล้วเริ่มกันที่
หนึ่ง พรรคเพื่อไทย หลังประกาศนโยบายถ้าได้เป็นรัฐบาลจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 600 บาท และเงินเดือนผู้จบปริญญาตรี 25,000 บาท ภายใน 4 ปี (2570)
ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาไปทั่วประเทศ!
ล่าสุด 5 เมษายน เศรษฐา ทวีสิน 1 ในแคนดิเดตนายกฯ ประกาศจะเติมเงินดิจิทัลคนละ 10,000 บาท ให้กับผู้ที่อายุ 16 ปีขึ้นไป ให้ใช้จ่ายในรัศมี 4 กม. ในระยะเวลา 6 เดือน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
พลันที่นโยบายนี้ประกาศออกมา เสียงโห่ร้องขานรับก็ดังขึ้นทันที
ยุทธการ “แลนด์สไลด์” ที่จะกวาดเก้าอี้ ส.ส.ให้ได้ 310 เสียงนั้น เหมาะสมกับการเป็นพรรคใหญ่ และต้อง “คิดใหญ่ ทำเป็น”
และเป้าหมายนี้ทำเอาพรรคการเมืองต่างๆ หวาดหวั่นไม่น้อย?
ลำพังถ้าได้ ส.ส.ถึงครึ่งหนึ่ง คือ 250 เสียง ก็เรียกว่า “สร้างประวัติศาสตร์” การเมือง-การเลือกตั้ง
ไปหาพรรคอื่นๆ มาร่วมให้ได้ 300 เสียง หรืออาจมากกว่านั้นก็จัดตั้งรัฐบาลได้แบบ “สบาย-สบาย”
ส่วนใครจะเป็นนายกฯ ระหว่าง “อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา-ชัยเกษม นิติสิริ” ค่อยว่ากันอีกที
หนึ่ง พรรคก้าวไกล ดัน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ เป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ ผลการสำรวจความเห็นสำนักต่างๆ คะแนนเสียง “ดีวัน-ดีคืน”
นโยบายหลักๆ เช่น ปิดสวิตช์ 3 ป.-ยกเลิกเกณฑ์ทหาร-เลือกตั้งผู้ว่าฯทุกจังหวัด-ขึ้นค่าแรงทุกปี เริ่มทันที 450 บาท ฯลฯ
พิธาตั้งเป้าจะกวาด ส.ส.ให้ได้ทั้ง กทม.และทั้งประเทศจะต้องไม่น้อยกว่าสมัยพรรคอนาคตใหม่ได้รับเลือกตั้ง
หากได้เป็นรัฐบาลจะ “เปลี่ยน” ประเทศให้ดีขึ้น!?
หนึ่ง รวมไทยสร้างชาติ ปล่อยคลิปเพลงสร้างสีสัน “ลุงตู่ ลุงตู่อยู่ไหน อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล อยู่รวมไทยสร้างชาติ เลือกลุงตู่ เลือกคนดี มือสะอาด เลือกรวมไทยสร้างชาติ ได้ลุงตู่ ได้ลุงตู่”
นโยบายสำคัญที่ใช้หาเสียง ได้แก่ เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการพลัสเป็น 1,000 บาท หวังจะดันให้ลุงตู่เป็นนายกฯต่อไปอีก 2 ปี ทำสถิติอยู่ยาว 11 ปี นับแต่ก่อรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
ธนกร วังบุญคงชนะ แกนนำพรรคให้ข่าวว่า คาดว่าจะได้ ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 80-90 ที่นั่ง แบ่งเป็นจากเขต 60-70 ที่นั่ง จากบัญชีรายชื่อประมาณ 20 ที่นั่ง
หนึ่ง พรรคพลังประชารัฐ ชู “ลุงป้อม” เป็นนายกฯคนเดียว เสนอนโยบายก้าวข้ามความขัดแย้ง อาศัยการเป็นพี่ใหญ่ใจดี เข้าได้กับทุกฝ่าย
นโยบายสำคัญ “ลุงป้อม 700” หมายถึงจะให้เงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดือนละ 700 บาท เบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 3,000 บาท
เลือกพรรคลุงป้อม ได้เป็นรัฐบาล เอาไปเลย 2 อย่าง รวมกันได้เดือนละ 3,700 บาท
หนึ่ง ภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล บอกว่าโพลทั่วไปให้พรรคภูมิใจไทยได้ 75 ที่นั่ง แต่พรรคตั้งเป้าจะทำให้ได้ 100 เสียงอัพ
ชูนโยบายเงินกู้ฉุกเฉิน 50,000 บาท ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน ผ่อนวันละ 150 บาท 365 วัน
ส่วนนโยบายกัญชาเสรีก็ยังยืนยันที่จะผลักดันให้สภาออกกฎหมายมาบังคับใช้
ส่วนพรรคอื่นๆ จะต้องช่วงชิงคะแนนเสียงในระบบบัญชีรายชื่อและตัดเชือกในระบบเขต อาทิ ประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนากล้า เสรีรวมไทย ไทยสร้างไทย ประชาชาติ ฯลฯ
คำกล่าวที่ว่า “เลือกคนที่รัก-เลือกพรรคที่ชอบ” ยังใช้ได้กับระบบการเลือกตั้งครั้งนี้
รวมทั้งใครอยากให้ลุงตู่ “ทำต่อ-อยู่ต่อ” อีก 2 ปี ก็เลือกรวมไทยสร้างชาติ
แต่ถ้าใครอยากให้ลุงตู่กลับบ้าน เพราะ 9 ปีที่อยู่มามันนานมากพอแล้ว
ก็เลือกอีกฝ่ายหนึ่ง!?!
เทวินทร์ นาคปานเสือ

