เดินหน้าชน : แก้เกม ‘บัตร2ใบต่างเบอร์’

13.04.23 | 11:30 น.
แก้เกม‘บัตร2ใบต่างเบอร์’

เดินหน้าชน : แก้เกม ‘บัตร2ใบต่างเบอร์’

ความจริงบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อเป็นหมายเลขเดียวกัน คงอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้สิทธิ การกาบัตรคงง่ายขึ้น ไม่ต้องมานั่งจำว่าบัตร 2 ใบ แต่ละใบต้องกาเบอร์ไหนบ้าง

แต่การเลือกตั้ง 2566 ต้องใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ใบแรกเลือก ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์จำนวน 100 คน และอีกใบเลือก ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 400 คน แม้อยู่พรรคเดียวกันแต่ผู้สมัครต่างคนก็ต่างหมายเลข

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยตัวอย่างบัตรเลือกตั้ง ส.ส.ทั้ง 2 ระบบ โดยเฉพาะบัตรเลือกตั้ง ส.ส.เขตที่มีเพียงเบอร์ผู้สมัคร ไม่มีโลโก้พรรคและชื่อพรรค หรือที่เรียกว่า “บัตรโหล” จนเกิดเสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าสร้างความยุ่งยาก ซับซ้อน ทำให้เกิดบัตรเสียง่าย หรือ เป็นเงื่อนไขทำให้มีการสลับสับเปลี่ยนเปิดช่องทุจริต

แม้ กกต.จะยืนยันว่าเป็นรูปแบบบัตรมาตรฐานที่ใช้จัดการเลือกตั้งในไทยทุกครั้งที่ผ่านมา ยกเว้นในปี 2562 และเชื่อว่าการนำบัตรโหลมาใช้เลือก ส.ส.เขตช่วยประหยัดงบประมาณ และเป็นการป้องกันบัตรเสียอันเกิดจากความสับสน

Advertisement

โดย กกต.ได้โชว์บัตรมาตรฐานแบบบัญชีรายชื่อ มีเฉพาะหมายเลขผู้สมัคร, สัญลักษณ์/เครื่องหมายพรรค และชื่อพรรคการเมือง เริ่มใช้บัตรเลือกตั้งรูปแบบนี้ในการเลือกตั้งปี 2544 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกภายใต้รัฐธรรมนูญ 2540 (กำหนดให้มี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เป็นครั้งแรก)

ขณะที่บัตรมาตรฐานแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ไม่มีรายชื่อผู้สมัคร มีเฉพาะหมายเลขผู้สมัครเท่านั้น

พร้อมการันตีบัตร 2 ใบจะสังเกตเห็นได้ชัดเจน ไม่สับสน เพราะบัตรประเภทหนึ่งมีเพียงหมายเลข ไม่มีตัวหนังสือและสัญลักษณ์ ต่างจากบัตรอีกประเภทหนึ่งที่มีครบทั้ง 3 อย่างเป็นการป้องกันบัตรเสียอันเกิดจากความสับสนด้วย

เมื่อ กกต.ยืนยันมาเช่นนี้ ถือเป็นหน้าที่ของแต่ละพรรคต้องไปวางกลยุทธ์การสื่อสารเบอร์ผู้สมัครกับประชาชนกันเอง

สำหรับพรรคก้าวไกล พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค เผยกลยุทธ์สื่อสารกับผู้ใช้สิทธิว่า “กาก้าวไกลทั้ง 2 บัตร” ในระหว่างรณรงค์หาเสียงในพื้นที่ต่างๆ จะให้ผู้สมัคร ส.ส.เขตเน้นย้ำเบอร์ของตัวเองเท่านั้น เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสน และเน้นสร้างการจดจำหมายเลขเบอร์ผู้สมัคร ส.ส.เขต เป็นหลัก เนื่องจากในบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต มีเฉพาะหมายเลขผู้สมัคร ไม่มีโลโก้และชื่อพรรค

ก้าวไกลจะไม่เน้นประชาสัมพันธ์เบอร์พรรคเลย นี่เป็น strategy (ยุทธศาสตร์) เราจะไม่ติดเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ที่ป้ายหาเสียง จะมีแต่ป้ายหาเสียงของ ส.ส.เขตเท่านั้นที่ติดเบอร์ลงไป เพราะถึงเวลาเข้าคูหา ในบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ มันมีชื่อพรรคและโลโก้อยู่แล้ว ถ้าคนจำได้ว่า ‘กาก้าวไกลทั้ง 2 บัตร’ เขาเห็นโลโก้ในบัตรเลือกตั้ง เขาก็รู้ได้ทันทีว่าต้องกาเบอร์อะไร

ขณะที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นำกลยุทธ์สร้างความแตกต่างใน pattern (แบบแผน) เดียวกัน ทั้งนี้ ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค ระบุว่า การกำหนดให้ผู้สมัคร ส.ส.แต่ละระบบ แต่ละเขตเลือกตั้ง มีหมายเลขแตกต่างกันเป็นอุปสรรค ถ้าเราไม่ละเอียดก็อาจเพลี่ยงพล้ำได้ ดังนั้น โจทย์ของเราคือต้องสื่อสารแล้วทำให้ง่ายต่อการปฏิบัติของประชาชน

ป้ายรณรงค์หาเสียงของ พท. หลังได้หมายเลขผู้สมัครครบทุกคนทุกเขต จะเป็นป้ายหาเสียงเพื่อสร้างภาพจำให้รู้ถึงเบอร์ที่ต่างกัน หากเป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต อาจสวมเสื้อสีขาว/เสื้อแจ๊กเก็ตสีขาวของพรรค แต่ถ้าเป็นผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ หรือแคนดิเดตนายกฯอาจสวมสูท หรือถ้าเป็นป้ายปาร์ตี้ลิสต์ อาจมีเฉพาะรูปแคนดิเดตนายกฯ และนำเสนอนโยบายของพรรค เราต้องสร้างความแตกต่างในแบบฉบับเดียวกันไม่อย่างนั้นจะเกิดความสับสนมาก

สำหรับพรรคการเมืองอื่นๆ หากสังเกตป้ายรณรงค์หาเสียงติดอยู่ด้านข้างรถแห่ของผู้สมัครจะพบว่ารถแห่ของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) จัดวางรูปแบบป้ายหาเสียงใกล้เคียงกัน โดยด้านซ้ายมีภาพผู้สมัคร ส.ส.เขตและเบอร์ผู้สมัคร ส่วนด้านขวาเป็นพื้นที่หัวหน้าพรรค/แคนดิเดตนายกฯในบัญชีของพรรคพร้อมเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์

จากนี้เหลือเวลาอีก 1 เดือนจะถึงวันกาบัตร 14 พ.ค. แต่ละพรรคการเมืองจึงต้องพยายามวางกลยุทธ์การสื่อสารเพื่อแก้เกม “บัตร 2 ใบต่างเบอร์” ในการเลือกตั้งครั้งนี้

พันธศักดิ์ รักพงษ์