สถานีคิดเลขที่ 12 ผลจากโพล

18.04.23 | 12:30 น.
ผลจากโพล

ผลจากโพล

การสำรวจความคิดเห็นของ เครือมติชน และ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เกี่ยวกับตัวบุคคลที่อยากให้เป็นนายกฯ และความนิยมในพรรคการเมือง สิ้นสุดลงไป

กลุ่มตัวอย่างครั้งนี้เป็นผู้อ่านมติชนและเดลินิวส์ แสดงความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ มีผู้ร่วมโหวตกว่า 8 หมื่นคน ภายในเวลา 7 วัน

ผลออกมาว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้รับเสียงโหวตให้เป็นนายกฯอันดับ 1 ตามมาด้วย อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากพรรครวมไทยสร้างชาติ

ส่วนบุคคลที่เหลือได้รับเสียงโหวตแต่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วห่างจาก 4 คนแรก ส่วนพรรคการเมืองที่ได้รับความนิยม อันดับ 1 คือ พรรคเพื่อไทย ตามมาด้วย พรรคก้าวไกล และ พรรครวมไทยสร้างชาติ

Advertisement

พรรคที่เหลือได้รับความนิยมแต่ยังห่างจาก 3 พรรคข้างต้น

ผลการสำรวจครั้งนี้ปรากฏผลบวกต่อการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งที่จะถึงในวันที่ 14 พฤษภาคม อย่างน้อยมติชนและเดลินิวส์ก็ช่วยเพิ่มสีสัน และรณรงค์การเลือกตั้งที่จะถึงนี้อย่างเต็มกำลัง

และเมื่อผลออกมาก็มีคนกล่าววิพากษ์วิจารณ์ถึงผลที่ปรากฏอย่างกว้างขวาง

สำหรับพรรคการเมือง บรรดาแกนนำทั้งหลายได้แสดงสปิริตนักสู้ให้ปรากฏ คนและพรรคที่ได้รับความนิยมมากก็ถ่อมตนนอบน้อมและตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เพราะรู้ดีว่าการแข่งขันยังไม่สิ้นสุด

ขณะที่คนและพรรคที่ได้ความนิยมน้อยกว่าก็ไม่ยอมแพ้ ทุกคนทุกพรรคยังเดินหน้าต่อสู้บนสนามเลือกตั้งแบบไม่ท้อถอย

อย่างไรก็ตาม กระแสข่าวที่ได้ยินในระยะหลัง ผลโหวตมีผลต่อผู้สมัคร ส.ส.เช่นกัน เพราะพรรคที่มีข่าวว่าได้รับความนิยมมากปรากฏข่าวว่า หลายพื้นที่เริ่มขี้เกียจ ไม่ลงพื้นที่ โดยหวังกระแสพรรคจะฉุดให้ตัวเองได้เป็น ส.ส.

เรื่องนี้บรรดาแกนนำพรรคต่างรู้ว่าอันตราย เพราะการเลือกตั้งมีบัตร 2 ใบ ถ้าผู้ใช้สิทธิศรัทธาพรรคแต่ไม่ศรัทธาคน เขาก็กาเลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อให้พรรค แต่ไม่กาเลือกคนของพรรคที่ไม่ลงพื้นที่

ความเคลื่อนไหวต่างๆ หากเกิดขึ้นกับพรรคที่มีการแข่งขันกันสูง เช่น แข่งขันกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล บางทีผู้สมัครจากพรรคอันดับรองอาจจะแซงหน้าผู้สมัครจากพรรคอันดับนำก็ได้

นี่ยังไม่รวมถึงวิชามารที่จะงัดมาใช้กันในโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งตัวเต็งอันดับ 1 ในแต่ละพื้นที่ต้องเจอ

และยังไม่นับรวมการสะดุดขาตัวเองของผู้สมัครที่มีคุณสมบัติไม่ครบจนไม่สามารถลงสนามแข่งได้

การเลือกตั้งครั้งนี้แม้ผลโพลจะออกมาในทำนองเดียวกับตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้ แต่ทุกอย่างก็อาจจะพลิกได้เสมอ

ดังนั้น นับจากนี้ไปจนถึงวันที่ 14 พฤษภาคม ทุกความเคลื่อนไหวจึงต้องติดตาม

นับตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน ที่พรรคการเมืองต้องแจ้งข้อมูลนโยบายหาเสียงให้ กกต.ให้ครบถ้วน การพิจารณาคำร้องขององค์กรอิสระ เรื่อยไปจนถึงวันหย่อนบัตร และการประกาศรับรองผล

ทุกจังหวะก้าวยังประมาทไม่ได้ จนกว่าผลการเลือกตั้งจะได้รับการรับรอง

ตามด้วยการวิ่งเต้นจัดตั้งรัฐบาลซึ่งก็เป็นอีกเรื่องที่ประมาทไม่ได้เช่นกัน

นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]