โพล ส.ว.
สื่อมวลชนค่ายมติชน-เดลินิวส์ จับมือกันจัดกิจกรรมสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ผ่านช่องทางออนไลน์ รอบแรกรายงานผลไปแล้ว ผลตอบรับเป็นที่น่าชื่นใจ สร้างความคึกคักเสริมบรรยากาศการหาเสียงของทุกพรรคการเมืองได้อย่างมาก
ที่สำคัญเป็นอีกบทบาทหนึ่งของสื่อมวลชนซึ่งช่วยกระตุ้นความตื่นตัวทางการเมืองของพี่น้องประชาชนทั้งผู้มีสิทธิลงคะแนนและยังไม่มีสิทธิโดยเท่าเทียมกัน
รอบสองเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 22 เมษายน ไปจนถึงวันศกุร์ที่ 28 เมษายนนี้ ท่านใดยังไม่ได้ใช้โอกาสนี้ อย่าพลาดทีเดียวนะครับ
คำถามง่ายๆ สั้นๆ เพียง 4 ข้อ คือ 1.ท่านจะเลือกผู้สมัคร ส.ส.เขตจากพรรคการเมืองใด 2.ท่านจะเลือก ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคการเมืองใด 3.ท่านจะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี 4.ท่านคิดว่า ส.ว.ควรโหวตเลือกแคนดิเดตนายกฯจากพรรคที่ได้ ส.ส.มากที่สุดหรือไม่
เนื่องจากเป็นคำถามสะท้อนความนิยมเป็นหลัก เพื่อสะดวกแก่ผู้ตอบ ไม่ต้องยืดยาว เยิ่นเย้อ ซึ่งเหมาะสมกับการจัดทำโพลออนไลน์ ไม่ใช่งานวิจัยขึ้นหิ้ง จึงไม่ได้ให้ผู้ตอบแสดงเหตุผลประกอบการตัดสินใจว่า ที่เลือกพรรคนั้น ผู้สมัครคนนั้นเพราะเหตุใด ทำไมถึงเลือก
การวิเคราะห์เพื่อหาคำตอบ “ทำไม หรือเพราะเหตุใด” ถึงเลือก จึงเป็นเรื่องของแต่ละคนจะขบคิดกันไปตามอัธยาศัย ทั้งผู้สมัคร ทั้งพรรค ทั้งคนทำโพล คนตอบโพล และคนอ่านผลโพล
ผลจากคำตอบที่ปรากฏจึงย่อมสะท้อนถึงความนิยมที่มีต่อพรรคและผู้สมัคร กับแนวโน้มที่จะได้รับเลือกตั้งมากน้อยตามลำดับ และโอกาสที่จะได้เป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านต่อไป หลังการประกาศผลและการเจรจาต่อรองผลประโยชน์จบสิ้นลง
ถามว่า คำตอบที่ได้รับนอกจากแสดงถึงความนิยมในตัวบุคคลและพรรคแล้ว สะท้อนถึงความนิยม เลื่อมใส เชื่อมั่นในแนวทางนโยบายที่แต่ละพรรคแข่งกัน “ขายฝัน” ด้วยหรือไม่
คำตอบก็น่าจะเป็นว่าคงเป็นไปได้ทั้งสองด้าน ทั้งความนิยมในตัวบุคคลและตัวนโยบายคละเคล้ากันไป คงไม่สามารถแบ่งได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เลือกเพราะคนกี่เปอร์เซ็นต์ เลือกเพราะนโยบายกี่เปอร์เซ็นต์
การเมืองเป็นเรื่องของพัฒนาการ ความสำนึก ความตื่นตัวทางการเมืองต้องผ่านการสั่งสมประสบการณ์ วันเวลาเป็นเครื่องหล่อหลอม การแข่งขันเชิงนโยบายที่ทุกฝ่ายเรียกร้องต้องการมากกว่าความนิยมชมชอบในตัวบุคคล ก็เช่นกัน
ประเด็นที่สำคัญกว่าน่าจะอยู่ที่ว่า ความน่าเชื่อถือ สมเหตุสมผล ความคุ้มค่าของการดำเนินนโยบายแต่ละด้าน กับการปฏิบัติได้จริงเมื่อได้อำนาจบริหารมาแล้วต่างหาก ทำจริงหรือไม่ แค่ไหน ไม่ใช่พูดหลอกชาวบ้านไปวันๆ
แต่ที่แน่ๆ ของจริง ของแท้ ก็คือ ไม่ว่าผลคำตอบโพลจะสะท้อนความนิยมในตัวบุคคล ตัวพรรค ตัวนโยบาย ออกมาอย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงทางการเมืองที่ต้องเผชิญต่อไปเป็นภาคบังคับ คือ อำนาจการตัดสินใจของวุฒิสมาชิก (ส.ว.) 250 คน ในการเลือกนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมรัฐสภา เป็นเงื่อนไขตัวแปรที่สำคัญ
คำถามข้อ 4 ตามโพลที่ว่า ท่านคิดว่า ส.ว.ควรโหวตเลือกแคนดิเดตนายกฯจากพรรคที่ได้ ส.ส.มากที่สุดหรือไม่ จึงน่าสนใจติดตาม คำตอบจะออกมาอย่างไร
คำตอบย่อมสะท้อนถึงความคิดเห็นที่มีต่ออำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีของ ส.ว. ว่าผู้ตอบส่วนใหญ่มีความคิดอย่างไร
แต่จะมีผลต่อการตัดสินใจของ ส.ว.สักแค่ไหน จำนวนเท่าไหร่ คงไม่มีใครตอบแทนได้ นอกจากตัว ส.ว.แต่ละคน
น่าเสียดาย ไม่มีสำนักโพลไหนทำการสำรวจความคิดเห็นของ ส.ว.โดยตรงในประเด็นนี้ จากกลุ่มประชากรแค่ 250 คน ถ้าทำได้และมี ส.ว.ให้คำตอบ คงสร้างความฮือฮาไม่น้อยทีเดียว
ก่อนหน้านี้ ในการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยอำนาจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของ ส.ว. มีวุฒิสมาชิก 23 คน ลงมติยอมตัดอำนาจตัวเองในเรื่องนี้
หลังเลือกตั้ง ปิดหีบ เปิดนับคะแนน หากพรรคใหญ่ไม่สามารถทำแลนด์สไลด์ พิชิตชัยชนะได้ถล่มทลายจริง ปิดสวิตช์ ส.ว.ไม่สำเร็จ ส.ว.ยังคงทรงอำนาจชี้เป็นชี้ตาย ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป
ส.ว. 23 คน จะยืนยันตามจุดยืนเดิม ไม่ขอร่วมลงมติในเรื่องนี้ หรือขอร่วมโหวตด้วยเพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป
ส.ว.ที่เหลืออีก 227 คน จะตัดสินใจอย่างไร จะแตกเป็นเสี่ยง เป็นฝักเป็นฝ่าย เป็นกลุ่มเป็นก้อน โหวตไปในแนวทางไหน บนพื้นฐานหลักคิดอะไร เป็นคำถามที่เชื่อว่าทุกฝ่ายอยากได้คำตอบล่วงหน้า
หากสำนักโพลไหนสามารถสำรวจความเห็นได้สำเร็จ และมี ส.ว.กล้าตอบคำถามมากพอ อย่างน้อยสะท้อนถึงทิศทางการตัดสินใจของ ส.ว.ที่จะเกิดขึ้น แต่คงเป็นไปได้ยาก
ด้วยเหตุนี้กระมังจึงไม่มีสำนักไหนคิดทำโพลสำรวจความเห็น ส.ว.โดยตรง
นอกจากสำรวจจาก ส.ว. ซึ่งหมายถึงผู้สูงวัย ที่อยากตอบโพล มติชน-เดลินิวส์ ข้อ 4 ด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่า ส.ว.จะรับฟังและทำตาม
ประเด็นที่น่ากังวลเกี่ยวกับท่าทีของวุฒิสมาชิกจึงอยู่ที่ว่า จะพากันวางเฉยไม่ลงคะแนน ทำให้เสียงสนับสนุนว่าที่นายกรัฐมนตรีไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา 375 เสียง
อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป คำทำนายของโหรการเมืองที่ว่า บิ๊กตู่รักษาการยาว จะเป็นจริงหรือไม่ ต้องรอติดตามวันประชุมรัฐสภาที่จะมาถึง

