ข่าวสารการเลือกตั้งรอบนี้ เข้มข้นด้วยข้อเสนอ ข้อวิจารณ์ต่างๆ จากบรรดาผู้สมัครและไม่สมัคร
มีช่องทางให้ติดตามมากมาย ทั้งหนังสือพิมพ์ และโดยเฉพาะคือสื่อออนไลน์
จากข่าวสารเหล่านี้ จะสัมผัสได้ถึงกระแสความต้องการเปลี่ยนแปลง
ที่แรงขึ้นเรื่อยๆ
โพลที่รายงานผลสำรวจออกมาเป็นระยะๆ ระบุถึงพรรคและตัวบุคคลที่ได้คะแนนนิยมจากประชาชน
เป็นอารมณ์ที่อยากจะเห็นอะไรใหม่ๆ ที่แตกต่างจาก 8 ปีเศษๆ ที่ผ่านมา
บรรยากาศของการลุ้นผลเลือกตั้ง 14 พ.ค. จึงน่าตื่นเต้นไปอีกแบบ เมื่อคาดหมายถึงผลเลือกตั้งและสิ่งที่จะตามมา
ประชาชนเริ่มสอบถามกัน ตระเตรียมไปใช้สิทธิ บัตรสีเขียวสำหรับ ส.ส.เขต ต้องจำเบอร์ไหน บัตรสีม่วงสำหรับปาร์ตี้ลิสต์ ต้องจำเบอร์ไหน
จะได้ไม่ไปเคว้งคว้างในคูหาเลือกตั้งในวันที่ต้องกาบัตรและหย่อนบัตรกันจริงๆ
สะท้อนระบบเลือกตั้งที่จนแล้วจนรอด ยังไม่ยึดถือประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเป็นหลัก
ไม่อำนวยความสะดวก ไม่ให้รายละเอียดที่จำเป็น ทำให้การเข้าคูหาเลือกตั้งมีปมยุ่งยากโดยไม่จำเป็น
อีกเรื่องที่ชาวบ้านอยากให้เปลี่ยน คือ การจัดเลือกตั้งที่เป็นมิตรกับประชาชนมากขึ้น รวมถึงผู้มีอำนาจหน้าที่ในการจัดเลือกตั้ง ให้ได้บุคคลหรือคณะบุคคลที่เข้าอกเข้าใจประชาชนมากขึ้น
การเสนอนโยบายของพรรคการเมือง และการตอบรับของประชาชน ก็สะท้อนอารมณ์หลายๆ อย่างที่สื่อถึงความต้องการเปลี่ยนแปลง
จะว่าไปคือความต่อเนื่องของการเลือกตั้ง รวมถึงเมื่อปี 2562 พรรคที่เสนอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ได้เสียงตอบรับหนาแน่นจากประชาชน
แต่ 4 ปีผ่านไป ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมากนัก ด้วยข้อจำกัดในรัฐธรรมนูญ แต่มีผลสะสมในทางความรู้สึกของประชาชนว่า เรื่องนี้มีปัญหาและรู้ด้วยว่า ปัญหาอยู่ที่ไหน
มาถึงครั้งนี้ หลายพรรคพูดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การยกร่างใหม่ โดยเฉพาะพรรคจากขั้วฝ่ายค้าน
ประเด็นที่พูดกันมากในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ บทบาทของ ส.ว.ในการกำหนดตัวนายกรัฐมนตรี
ซึ่งโพลของ “มติชนXเดลินิวส์” หยิบมาเป็น 1 ใน 4 ข้อ ให้ประชาชนแสดงความเห็น โดยร่วมโหวตในโพล ที่เปิดให้โหวตมาตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. และจะปิดการโหวตในวันที่ 28 เม.ย.นี้แล้ว
กระแสเรียกร้องความต้องการเปลี่ยนแปลง เป็นธรรมชาติของสังคมที่ปกติต้องเดินไปข้างหน้า จะช้าจะเร็วก็อีกเรื่องหนึ่ง
ประชาชนอยากเห็นสังคมที่ดีกว่า ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เมื่อไหร่ที่ย่ำเท้าอยู่กับที่ ย่อมต้องแสดงปฏิกิริยา
แต่ก็มีคนที่ไม่พร้อมจะเดินหน้า จึงมีเรื่องของรัฐบาลเสียงข้างน้อย ออกมาหยั่งเสียง
การปรับเปลี่ยนไปตามความต้องการของประชาชนจึงเป็นเรื่องจำเป็น ต้องใช้หลักการบริหาร ใช้ความรู้
ในทางตรงข้าม การฝืนกระแสเป็นเรื่องที่น่าห่วง โดยเฉพาะต่อผลที่จะติดตามมา
วรศักดิ์ ประยูรศุข

