เดินหน้าชน : การบ้าน รบ.ใหม่

1.05.23 | 12:14 น.
เดินหน้าชน : การบ้าน รบ.ใหม่ น่ากังวลกับตัวเลขนักเรียนหลุดจากระบบการศึกษา

น่ากังวลกับตัวเลขนักเรียนหลุดจากระบบการศึกษา หรือออกกลางคันล่าสุด 52,808 คน

เป็นข้อมูลเฉพาะภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ของเด็กอายุ 7-15 ปี หรือระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และสายอาชีวศึกษา

เป็นนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 21,364 คน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 7,138 คน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 2,428 คน สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร (กทม.) 897 คน และระดับอาชีวศึกษา 20,981 คน

เด็ก 52,808 คนที่ออกกลางคัน หากเทียบกับนักเรียนทั้งระบบกว่า 10 ล้านคน แม้จะเป็นสัดส่วนที่น้อย แต่ก็เป็นตัวเลขที่น่ากังวล เพราะในยุคที่รัฐอุดหนุนการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี ตัวเลขเด็กที่ไม่ได้เรียนหนังสือ หรือออกกลางคันควรจะเป็นศูนย์เสียด้วยซ้ำ

อีกทั้งประเทศไทยได้ผ่านสถานการณ์ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่เป็นช่วงที่เด็กออกจากระบบการศึกษาค่อนข้างมากมาแล้ว ตัวเลขเด็กที่จะกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอีกครั้งก็น่าจะเพิ่มขึ้น

Advertisement

บวกกับ “โครงการพาน้องกลับมาเรียน” ของ ศธ.สมัย ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ดีเดย์เฟสแรกมาตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2565

มีการรายงานตัวเลขช่วงเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา ว่าจากการติดตามลงพื้นที่จริงทั่วประเทศ เด็กที่หลุดออกนอกระบบลดน้อยลง เหลือ 1 หมื่นกว่าคนเท่านั้น

จากที่เริ่มต้นโครงการ มีตัวเลขจำนวนนักเรียน นักศึกษา นักเรียนพิการ และผู้พิการ ที่ตกหล่น และออกกลางคัน 121,642 คน เป็นนักเรียน นักศึกษา กลุ่มปกติในสังกัด ศธ.รวม 67,129 คน

ตัวเลขที่รายงานล่าสุด เท่ากับว่าเด็กออกกลางคันกลับมาสะวิงเพิ่มอีกครั้ง

ขณะที่ ศธ.ตั้งเป้าเด็กออกกลางคันต้องเป็นศูนย์ในปีการศึกษา 2565

อะไรเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กเหล่านี้ไม่อยู่ในระบบการศึกษา เป็นสิ่งที่จะต้องเร่งหาคำตอบเพื่อดึงเด็กกลับเข้ามาเรียนอีก

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักที่เด็กออกกลางคัน อ้างอิงข้อมูลของ ศธ.

ทั้งปัญหาด้านครอบครัว เนื่องจากนักเรียนที่หลุดระบบการศึกษาส่วนใหญ่มีฐานะยากจน มีปัญหาด้านค่าใช้จ่ายครอบครัวหย่าร้าง ต้องช่วยพ่อแม่ประกอบอาชีพหารายได้เลี้ยงครอบครัว ประกอบกับมีพี่น้องหลายคนอาศัยอยู่กับปู่ย่าตายาย จึงทำให้ไม่สามารถเข้าเรียนในระบบได้

ขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนในช่วงโควิด-19 ทำให้เรียนไม่ทัน จึงหยุดเรียน ประกอบกับผู้ปกครองพาเด็กไปทำงานรับจ้าง ส่งผลกระทบต่อการติดตามตัวเด็ก

สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เคยให้ข้อเสนอแนะถึงโครงการพาน้องกลับมาเรียนว่า แม้จะตามเด็กกลับมาเรียนได้จำนวนหนึ่ง ควรจะหาวิธีที่ไม่ให้เด็กออกจากระบบการศึกษา ต้องมีมาตรการช่วยเหลือ และเยียวยา ที่ผ่านมาจะพบปัญหาวนซ้ำ คือ ตามเด็กกลับเข้าสู่ระบบได้แล้ว แต่เด็กกว่า 50% กลับออกซ้ำอีก

การทำให้เด็กมีคุณภาพ และอยู่ในระบบการศึกษาได้ ต้องช่วยเหลือ และเยียวยาเด็กยากจน หรือเด็กยากจนพิเศษ ที่พ่อแม่ตกงาน

ให้ทุนการศึกษากับเด็กที่ยากจนพิเศษ รวมทั้งต้องหางานให้เด็กทำ หาหลักสูตรระยะสั้นให้เด็กเข้าฝึก เพื่อให้เด็กมีรายได้ระหว่างเรียน ถ้าเด็กไม่มีงาน ไม่มีเงิน อาจทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษาได้

นับเป็นอีกปัญหาหนึ่งของการศึกษาไทย ที่รอรัฐบาลใหม่เข้ามาสะสาง แก้ไข

สุพัด ทีปะลา