ก้าวแรกของไทย
ใน World Symposium on Choral Music
เพื่อก้าวต่อไปของวงการขับร้องประสานเสียงไทยในเวทีโลก
คณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู ภายใต้การนำของคุณครูดุษฎี พนมยงค์ ศิลปินแห่งชาติ เป็นวงขับร้อง World Symposium on Choral ประสานเสียงวงแรกและวงเดียวของไทยที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมงาน Music 2023 (WSCM) งานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของ International Federation for Choral Music (IFCM) จัดขึ้น ณ เมืองอิสตันบูล สาธารณรัฐตุรกี ระหว่างวันที่ 25-30 เมษายน พ.ศ.2566 ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวตุรกี
งาน World Symposium on Choral Music 2023 เป็นการสัมมนาวิชาการด้านการขับร้องประสานเสียงโลก ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุก 3 ปี หมุนเวียนไปในประเทศต่างๆ ทั่วโลก มุ่งเน้นการแสดงความสามารถ ส่งเสริมความร่วมมือ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการขับร้องประสานเสียง จากผู้อำนวยเพลง ผู้ประพันธ์เพลง และผู้เชี่ยวชาญด้านการขับร้องประสานเสียงชั้นนำของโลก ภายใต้แนวคิด “Changing Horizons” เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเพณีและวัฒนธรรมที่เข้มแข็งของแต่ละชาติ กระตุ้นให้เกิดแนวคิดใหม่ในการสร้างสรรค์งาน ในวงการขับร้องประสานเสียง
การได้เข้าร่วมงานนี้จึงเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาความสามารถ และยกระดับมาตรฐานของวงการขับร้องประสานเสียงไทยได้ แต่การนำคณะเดินทางไปต่างประเทศ จำเป็นต้องใช้ทุนทรัพย์และทรัพยากรจำนวนมาก อีกทั้งการไปร่วมงานสัมมนาวิชาการยังเป็นเรื่องใหม่ในเมืองไทย และเห็นผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรมน้อยกว่า การให้ทุนสนับสนุนไปแข่งขัน ต้องขอขอบคุณบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่มองเห็นคุณค่าและให้ทุนสนับสนุนจำนวนหนึ่ง แต่ด้วยข้อจำกัดทางงบประมาณ ทำให้ทางคณะไม่สามารถนำสมาชิกนักร้องเดินทางไปร่วมงานได้ทั้งหมด อีกทั้งสมาชิกที่ร่วมเดินทางไปจำเป็นต้องใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวสมทบเพื่อให้เพียงพอกับค่าใช้จ่าย แต่อย่างไรก็ตามการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี มีผลผลิตที่ชัดเจนใน 3 ด้าน คือ
1.การแสดงคอนเสิร์ตเพื่อเผยแพร่บทเพลงไทยและวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักในวงการขับร้องประสานเสียงโลกมากขึ้น โดยคณะได้รับเชิญให้แสดงในคอนเสิร์ต Beyoga Concert 2 รอบคือ วันที่ 25 เมษายน 2566 ที่ Atatürk Cultural Center (AKM) และวันที่ 29 เมษายน 2556 ที่ St. Anthony Church โดยเน้นนำเสนอใน 2 ด้านคือ ความเป็นไทยและความเป็นสากล ซึ่งในด้านความเป็นไทย เน้นการนำเสนอประเพณีและวัฒนธรรมไทยที่เข้มแข็ง ถ่ายทอดผ่านบทเพลงที่มีเรื่องราว
รวมทั้งสอดแทรกลักษณะเด่นของไทยในด้านต่างๆ เช่น นำเสนอการเอื้อนของไทยในบทเพลงเห่เรือ นำเสนอเครื่องดนตรีไทยด้วยการใช้ซอด้วงและนั่งบรรเลงในบทเพลงออเจ้า หรือเผยแพร่ท่ารำวง 10 ท่ามาตรฐานในบทเพลงรำวงสวนพลู ฯลฯ
ด้านความเป็นสากล เน้นแสดงศักยภาพของนักร้องประสานเสียงไทยให้เป็นที่ประจักษ์ จึงได้คัดเลือกบทเพลงศาสนาและบทเพลงคลาสสิก เช่น Song of Cherubim, O Magnum Mysterium, Domine Deus ฯลฯ ซึ่งเป็นเพลงที่เคยได้รางวัลชนะเลิศสาขา Open Choir จากการแข่งขัน Llangollen International Musical Eisteddfod 2019 ณ สหราชอาณาจักร และบทเพลงอื่นๆ ที่มีความยากในระดับเทียบเท่า ซึ่งการแสดงทั้ง 2 รอบ ได้รับการตอบรับจากผู้ชมที่ดีมาก ทั้งการยืนปรบมือส่งเสียงชื่นชมยินดีเมื่อจบการแสดงอย่างยาวนาน การเดินเข้ามาชื่นชมแสดงความยินดี การขอถ่ายรูปและการขอช่องทางติดตามวง ฯลฯ
2.การสร้างเครือข่ายด้านการขับร้องประสานเสียง ด้วยการเข้าร่วมกิจกรรม Reading Sessions คือ กิจกรรมที่นำเสนอโน้ตเพลงของแต่ละชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนทำความรู้จักเพลงซึ่งกันและกัน โดยผู้นำเสนอจะนำบทเพลงของตนเองที่ได้ประพันธ์ หรือเรียบเรียงเสียงประสานภายใต้บริบททางวัฒนธรรมของชาติตนเอง มานำเสนอแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานและให้ผู้ชมร่วมขับร้องประสานเสียงไปด้วยกัน เพื่อทำความรู้จักเพลง และเพื่อการนำบทเพลงไปใช้ โดยในกิจกรรมนี้ นายอธิชัย ตระกูลเดช ผู้ช่วยคอนดักเตอร์ของคณะ เป็นตัวแทนประเทศไทย ได้นำเสนอการเรียบเรียงเพลง “เสียงลือ เสียงเล่าอ้าง” จากโคลงสี่สุภาพในวรรณคดีเรื่องลิลิตพระลอ ที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี ให้ผู้ชมในงานได้รู้จักเพลงไทย ซึ่งหลังจากการนำเสนอ ตัวแทนจากประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยน ทำความรู้จักกับ ผู้นำเสนอตัวแทนของแต่ละประเทศ ซึ่งล้วนเป็นผู้ที่มีอิทธิพลและเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนวงการขับร้องประสานเสียงในปัจจุบัน ทำให้นายอธิชัย ตระกูลเดช และตัวแทนจากคณะนักร้องประสานเสียงสวนพลูที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้มีโอกาสกระชับความสัมพันธ์ และถือเป็นโอกาสอันดีในการสร้างความร่วมมือกันเพื่อพัฒนาวงการขับร้องประสานเสียงในกลุ่มประเทศ Southeast Asia ในอนาคตเป็นอย่างมาก
3.การพัฒนาความรู้ด้านการขับร้องประสานเสียง ด้วยการเข้าร่วมกิจกรรมให้ความรู้ที่หลากหลายในรูปแบบกิจกรรมที่แตกต่างกันไป ตัวแทนของคณะแบ่งกันเข้าร่วมกิจกรรมตามความถนัดและความสนใจ เพื่อนำความรู้ที่ได้มาแลกเปลี่ยนกันในคณะ โดยกิจกรรมที่เข้าร่วม ได้แก่
Open rehearsal (การฝึกซ้อมของวงขับร้องประสาน เสียงที่เปิดให้ผู้ชมเข้าไปร่วมฟัง) โดยคณะนักร้องประสานเสียงสวนพลูได้เข้าไปชมการฝึกซ้อมของวง Sofia Vokalensemble คณะนักร้องประสานเสียงที่มีชื่อเสียงจากสวีเดน ทำให้เห็นลำดับ ขั้นตอน วิธีการที่ใช้ในการฝึกซ้อม มีการแนะนำแบบฝึกหัดที่ใช้ในการฝึกร้องเสียงให้แม่นยำ โดยเฉพาะร้องประสานเสียงเพลงสมัยใหม่ที่ใช้โน้ตขั้นคู่กระด้าง (dissonant chords) ทำให้ได้แนวทางในการฝึกร้องมาปรับใช้ในการฝึกซ้อมของคณะ
Composition masterclass (การประพันธ์เพลงขึ้นใหม่จากทำนองขนาดสั้นที่เป็นโจทย์ในชั้นเรียน) โดยในชั้นเรียน การประพันธ์ มีการให้โจทย์เป็นทำนองสั้นๆ ให้ผู้เข้าร่วมอบรม นำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการประพันธ์เป็นบทเพลงขับร้องประสานเสียง บทเพลงที่ได้รับการคัดเลือกเพียง 1 บทเพลงในชั้นเรียน จะนำมาฝึกซ้อมและแสดง โดยทางชั้นเรียนขออาสาสมัครไปร่วมฝึกซ้อมและแสดงผลงาน เนื่องจากเวลาซ้อมมีจำกัดจึงต้องการนักร้องที่มีทักษะในการฝึกหัดเพลงอย่างรวดเร็ว คณะนักร้องประสานเสียงสวนพลูเป็นอาสาสมัครไปร่วมฝึกซ้อมและแสดงผลงานดังกล่าว เพื่อเรียนรู้ทักษะกระบวนการในการประพันธ์เพลงจนถึงการแสดงผลงาน
Presentation (การนำเสนอการขับร้องประสานเสียงในด้านต่างๆ) โดยหัวข้อที่คณะนักร้องประสานเสียงสวนพลูให้ความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่
“Cultural considerations in Australian choral repertoire” โดย Kym Scott นำเสนอการเรียบเรียงเพลงของชนเผ่าพื้นเมืองและหลักปฏิบัติที่เหมาะสม
“Popular American A Cappella” Inu Joshua Habermann & Deke Sharon การขับร้องเพลงอะแคพเพล่าในรูปแบบของอเมริกัน
“Games Choirs Play” โดย Jennifer Tham เกมเพื่อพัฒนาทักษะสำหรับการขับร้องประสานเสียง ฝึกการนับจังหวะ เน้นการฟัง การนับ การมีสมาธิ
Concert (การแสดงคอนเสิร์ตของคณะนักร้องประสานเสียงจากหลากหลายชาติ) การเข้าชมคอนเสิร์ต ทำให้ได้เห็นการแสดงของชาติต่างๆ ที่แสดงความเป็นเอกลักษณ์ของชาติตนเอง ผ่านการขับร้องประสานเสียง ได้เห็นวิธีการ เทคนิคการร้อง ที่แต่ละวงเลือกใช้ในการตีความหมาย และการถ่ายทอดบทเพลง โดยวงที่คณะนักร้องประสานเสียงสวนพลูได้เข้าชมการแสดง ได้แก่ Le Chant Sur La Lowe, Sofia Vokalensemble, Vancouver Youth Choir, Fayha National Choir, Taipei Philharmonic Chamber Choir la Leioa Kantika Korala
การเข้าร่วมพัฒนาความรู้จากกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ช่วยเปิดมุมมองทางความคิดประสานเสียงของคณะให้กว้างมากขึ้น ความตื่นเต้นในความรู้ใหม่เป็นแรงผลักดันที่ดี ที่ทางคณะตั้งใจจะนำมาถ่ายทอดต่อและเป็นไอเดียในการสร้างสรรค์งานคุณภาพชิ้นใหม่ให้วงการขับร้องประสานเสียงไทยต่อไปได้
จากผลผลิต 3 ด้านที่กล่าวมาข้างต้น ถือว่าการเข้าร่วมงาน WSCM ของคณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู ครั้งนี้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย การดิ้นรนพยายามต่อสู้ทั้งเรื่อง “ทุนทรัพย์” ในการเดินทางไปเข้าร่วมและ “ความสามารถ” เพื่อให้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมงาน เพื่อไปแสดงให้เห็นว่าคณะนักร้องประสานเสียงจากประเทศไทยพยายามยืนหยัดที่จะพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง และพยายามอย่างยิ่งในการนำเสนอ Soft Power ซึ่งมีอยู่อย่างมากมายในวัฒนธรรมไทยให้ประชาคมขับร้องประสานเสียงโลกได้รู้จัก เพื่อการยอมรับในศักยภาพและมาตรฐานของวงขับร้องประสานเสียงจากประเทศไทย ภายใต้ความหวังว่า ความพยายามในการถ่ายทอดเรื่องราว บรรยากาศแห่งการเรียนรู้งานด้านศิลปะการขับร้องประสานเสียงที่ดังกระหึ่มไปทั่วเมืองอิสตันบูลกว่าหนึ่งสัปดาห์นี้ จะช่วยกระตุ้นให้วงการขับร้องประสานเสียงในประเทศไทยได้มีโอกาสได้รับการสนับสนุนที่มากขึ้น หรือสามารถเกิดขึ้นในประเทศไทยในฐานะที่เราเป็นเจ้าภาพได้ เพราะหากเทียบกับสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานแล้ว ประเทศไทยของเราสามารถจัดกิจกรรมด้านดนตรีในระดับโลกได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร
ขาดแต่เพียงผู้ที่เห็นประโยชน์และคุณค่าในการจัดกิจกรรมทางศิลปะดีๆ ที่จะสามารถแปลงทรัพย์สินทางปัญญาโดยเฉพาะทางด้านศิลปวัฒนธรรม เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยต่อไปได้ในอนาคต
มนสิการ เหล่าวานิช

