และแล้วก็มาถึงวันที่ทุกคนต้องตัดสินใจวันที่ 14 พฤษภาคม เป็นวันเลือกตั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีโอกาสไปใช้สิทธิเพื่อเลือกผู้สมัคร ส.ส.เขต และเลือกพรรคการเมืองซึ่งจะนำไปคำนวณเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยห้วงสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง บรรดาพรรคการเมืองต่างๆ ได้เร่งหาเสียง ประกาศนโยบายที่คิดว่าใช่และตรงใจประชาชน พร้อมกำหนดระยะเวลาการดำเนินการแน่นอน อาทิ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงโรดแมปรัฐบาลก้าวไกล หรือล่าสุดนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ก็ประกาศว่าหากได้เป็นรัฐบาล ประชุม ครม.วันแรกจะลดค่าไฟฟ้าและดันให้เกิด ส.ส.ร.เพื่อไปร่างรัฐธรรมนูญทันที
ขณะที่ฝ่ายการเมืองให้ความหวัง บรรดาผู้ที่จะออกไปเลือกตั้งก็มีความหวัง นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย หรือ สรท. ระบุว่า ภาคเอกชนอยากเห็นนายกรัฐมนตรีที่ 3 เก่ง คือ เก่งคิด เก่งคน และเก่งทำ โดยเก่งคิด คือ การคิดในแง่กลยุทธ์ให้เชื่อมโยงกับภาคการส่งออก รวมถึงการจับคู่เศรษฐกิจและเพิ่มเขตการค้าเสรี ส่วนเก่งคน คือ การหาคนมาผลักดันในเรื่องที่คิด เชื่อว่ารัฐบาลชุดใหม่เป็นรัฐบาลผสมมากกว่า 1 พรรค ดังนั้น ต้องประสานงานภาคส่วนต่างๆ และเก่งสุดท้าย เก่งทำ คือ ต้องทำให้เกิดผลเป็นที่ประจักษ์
นอกจากภาคเอกชนแล้วยังมีภาคส่วนอื่นๆ ที่หวังอยากให้รัฐบาลใหม่และนายกรัฐมนตรีเข้าคลี่คลายปัญหาจุดด้อยและผลักดันจุดเด่น เพื่อให้สิ่งที่ได้ทำมาเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังมีความหวังอีกว่ารัฐบาลใหม่และนายกรัฐมนตรีคนต่อไปจะสามารถทำให้ประเทศไทยเจริญรุ่งเรือง ประชาชนมีรายได้ มีสิทธิเสรีภาพ ได้รับการรับฟังจากภาครัฐและรัฐบาลมากยิ่งขึ้น การสร้างสรรค์ประเทศจนมองเห็นอนาคตจะทำให้คนในชาติมีกำลังใจที่จะออกแรงช่วยเหลือผลักดันขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นความสำคัญของรัฐบาลใหม่ และตอกย้ำอีกครั้งว่า การเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษภาคม และผลจากการเลือกตั้งนั้นมีความสำคัญ จึงไม่ควรจะนอนหลับทับสิทธิและไม่ควรจะบิดเบือนเจตจำนงของประชาชนที่ได้ใช้สิทธิในการโหวต เมื่อประชาชนมีส่วนร่วมด้วยการออกไปเลือกตั้งแล้ว หวังว่าจะไม่มีใครพรรคการเมืองใดทำลายความหวังของประชาชน

