พรรคก้าวไกล ซึ่งชนะเลือกตั้งทั่วไป แถลงเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ร่วมกับ 8 พรรคการเมืองขั้วฝ่ายค้านเดิมเป็นหลัก รวบรวมเสียง ส.ส.ได้แล้ว 313 เสียง เป็นเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร จากจำนวนทั้งสิ้น 500 คน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหาเสียงมาสนับสนุนเพิ่มเติม ให้ได้ถึงจำนวน 376 เสียงเกณฑ์การตัดสิน ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ที่ระบุว่า มติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เนื่องจากจำนวนเสียง 313 เสียง ไม่เพียงพอต่อการสนับสนุน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี
ในการแถลงข่าวของพรรคการเมืองที่ประกาศจับมือพรรคก้าวไกลตั้งรัฐบาล แกนนำได้ข้อสรุปร่วมกัน จัดแบ่งทีมงานออกเจรจา เพื่อหาเสียงสนับสนุนเพิ่มเติมตามจำนวนเป้าหมาย ทางหนึ่งคือ จาก ส.ว.ตัวแปรสำคัญ ซึ่งมีตัวเลข 250 คน ส่วนอีกทางหนึ่งนั้น คือการเปิดเจรจากับพรรคการเมืองอื่นๆ อันเป็นพรรคในอีกขั้วการเมืองหนึ่ง ในเวลาต่อมาได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับพรรคชาติพัฒนากล้า ที่มี ส.ส. 2 คน อย่างไรก็ตาม ไม่กี่่ชั่วโมงจากนั้น พรรคก้าวไกลประกาศยกเลิกนำพรรคชาติพัฒนากล้ามาร่วมรัฐบาล เนื่องจากกลุ่มผู้สนับสนุนคัดค้าน และต่อมาพรรคใหม่ ก็ได้ถอนตัวจากการเข้าร่วมรัฐบาล ด้วยเหตุผลเดียวกัน ทำให้เสียงนิ่งอยู่ที่ 313 เสียง
พรรคก้าวไกลส่งสัญญาณล้มเลิกการเปิดเจรจาดึงพรรคการเมืองอื่นเข้าร่วมรัฐบาล เพิ่มจำนวนเสียงสนับสนุนนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากเกิดกรณีปัญหาผู้สนับสนุนคัดค้านการนำพรรคชาติพัฒนากล้าเข้าร่วมรัฐบาล เนื่องจากหัวหน้าพรรคเคยเคลื่อนไหวกับ กปปส.มาก่อน และตั้งคำถามพรรคใหม่ เกี่ยวกับแนวทางมาตรา 112 ของกรรมการพรรคบางคนที่ขัดกับก้าวไกล หลังเกิดกรณีชาติพัฒนากล้าและพรรคใหม่ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ทำนองไม่ดึงพรรคใดเข้ามาร่วมอีก โดยระบุขณะนี้ พรรครวบรวมเสียงได้ 313 เสียง ถือว่ามีเพียงพอ และมั่นคงแล้ว ตามหลักประชาธิปไตยสากล
จำนวน ส.ส. 313 เสียง ไม่พอต่อการตั้งพรรครัฐบาลของพรรคก้าวไกล การโหวตเลือกนายกฯต้องใช้ 376 เสียง ซึ่งก้าวไกลไม่สามารถรวบรวมมาเพิ่มได้อีกจากพรรคการเมืองที่อยู่ต่างขั้ว เนื่องจากติดเงื่อนไขการเมือง เหลือเพียงเสียง ส.ว.เท่านั้น เป็นความหวังช่วยรัฐบาลก้าวไกลเกิดขึ้นได้ นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า หอการค้ามองว่าหากพรรคแกนนำ ได้นำเสนอประเด็นและหลักการให้มีความชัดเจน เน้นสร้างความเข้าใจเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ เชื่อว่า ส.ว.จะพิจารณา และให้การสนับสนุน ข้อเสนอจากนายสนั่นนี้ นับว่าน่าสนใจ เป็นอีกทางที่อาจทำให้แนวโน้มการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปในทิศทางที่ดี เนื่องจาก ส.ว.นั้นน่่าเชื่อว่ารับรู้ความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อการตัดสินใจครั้งนี้อยู่แล้ว

