การเตะตัดขา ไล่ล่า ทำลายล้าง ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ดำเนินไปอย่างเข้มข้นในทุกวิถีทาง
ฝ่ายอนุรักษนิยมขวาจัด พยายามพิฆาต ขัดขวางหวังจะเขี่ยทิ้ง ‘พิธา’ ให้พ้นไปจากเส้นทางการเมือง
เหมือนกับที่เคยทำสำเร็จมาแล้วเมื่อปี 2563 กรณี ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ-ปิยบุตร แสงกนกกุล-พรรณิการ์ วานิช’ แกนนำคนสำคัญของพรรคอนาคตใหม่
การกระทำของ ส.ว.บางคนที่เป็นหัวหอกต้าน พิธา และผู้ที่ชอบยื่นเรื่องร้องเรียน คือ การมี ‘อคติ’ และเจตนาร้ายมุ่งหมายไม่ให้ พิธาได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30
วุฒิสภา ถือเป็น ‘ด่านหิน’ ด่านแรกที่พิธาผจญ อาจถูกคว่ำล้มกลิ้ง เป็นได้แค่แคนดิเดตนายกฯ
ถ้า ส.ว.พร้อมใจกันไม่โหวตให้ พิธา เมื่อรวมคะแนนแล้ว ได้ไม่ถึง 376 เสียง
ด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 อัน ‘บิดเบี้ยว’ (ต้องโทษคนแต่งตั้งและผู้ได้รับแต่งตั้งไปร่างรัฐธรรมนูญ) พิกล-พิการของการเมืองไทยที่ไม่ได้พัฒนาไปตามยุคสมัยของโลก
เป็นอุปสรรคที่ ‘คอยฉุด-เหนี่ยวรั้ง’ ให้ถอยหลัง!?
ส.ว.ในช่วงบทเฉพาะกาล 5 ปี กินเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งจากภาษีประชาชน
แต่มิได้ทำหน้าที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริงหรือไม่?
เพราะสิ่งที่ปรากฏ มุ่งแต่จะปกป้อง คุ้มครอง ระบอบ คสช. และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้อยู่ในอำนาจไปให้นานที่สุด
ความ ‘ผิดพลาด-ล้มเหลว’ ของ พล.อ.ประยุทธ์ และ ครม.?
ส.ว.กลับนิ่งเงียบ อาทิ การออก พ.ร.ก.อุ้มหาย ขัดรัฐธรรมนูญ ทำไมไม่ออกมากระทุ้งให้ พล.อ.ประยุทธ์ และ ครม.รับผิดชอบด้วยการลาออก
อย่าลืมว่า ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา คนไทยราว 26 ล้านคน ลงคะแนนเสียงเลือกผู้สมัคร ส.ส.พรรคการเมืองที่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตย
เฉพาะพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยได้คะแนนท่วมท้นถึง 25 ล้านเสียง
พล.อ.ประยุทธ์และพวกพ้อง จึงหมดเวลา ควรวางมือเพื่อลงจากอำนาจได้แล้ว!
ความล้มเหลวต่างๆ ในการปกครองบ้านเมืองตลอด 9 ปี นับแต่ก่อรัฐประหารเมื่อปี 2557 สืบทอดหลังเลือกตั้งปี 2562 มาจนถึงปัจจุบัน ส.ว.มิอาจปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องและไม่รับผิดชอบไม่ได้
รัฐธรรมนูญกำหนดให้วุฒิสภา ซึ่งอยู่ฝ่ายนิติบัญญัติ ทำหน้าที่ควบคุมตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล
แต่ ส.ว.กลับโอบอุ้ม ประคบประหงม ปกป้อง ช่วยเหลือผู้มีพระคุณ ที่แต่งตั้งตัวเองเข้ามาดำรงตำแหน่ง
ร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยประชาชนก็ไม่ยอมให้แก้ไขใหม่?
นั่นก็อย่างหนึ่งที่ประชาชนไม่ยอมรับและหดหู่-สังเวชใจต่อ ส.ว.มาเนิ่นนาน
แต่การ ‘ทรยศ’ ต่อ ‘มติมหาชน’ คนไทย 26 ล้านเสียง ที่ ส.ว.กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้
ถือเป็นการท้าทายที่ประชาชนไม่อาจจะทนได้!
อย่าลืมว่า ที่ใดมีความ ‘อยุติธรรม’ มีการ ‘ปล้นชิง’ อำนาจประชาชน
ที่นั่นย่อมมีการต่อสู้!?
ลำพัง ส.ว. 250 คน จะทานไหวหรือกับกระแสของคนส่วนใหญ่ที่กระจายอยู่ทั่วทั้งแผ่นดิน
หากมวลชน คนรุ่นใหม่รวมตัวกันขับไล่ ส.ว.ชนิดไม่ยอมเลิกรา ถามว่า ส.ว.จะทำอย่างไร?!
จะให้ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนระดมกันมาฉีดน้ำ ฉีดแก๊สน้ำตา ทุบตีด้วยกระบอง ใช้กระสุนยาง กระสุนจริง จับกุม ตั้งข้อหาต่างๆ นานา ไม่ให้ประกันตัว ฯลฯ เพื่อสลายการชุมนุมเหมือนที่เคยทำมาในสมัย พล.อ.ประยุทธ์มีอำนาจอย่างนั้นละหรือ?
สถานการณ์ตอนนั้น ไม่เหมือนกับตอนนี้แน่นอน
ยิ่งในช่วงเปลี่ยนผ่าน ตำรวจอาจไม่ยอมใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมก็เป็นได้
ตำรวจ ญาติพี่น้องตำรวจ เพื่อนพ้องของตำรวจต่างก็ไปเลือกพรรคก้าวไกล-พรรคเพื่อไทย และอยากให้พิธาเป็นนายกฯ
ถ้า ส.ว.ไม่เชื่อ หรือคิดว่าตัวเองแน่จริง ลองดูก็ได้!?!
เทวินทร์ นาคปานเสือ

