หน้าแรก บทความ บทนำ : การเปล...

บทนำ : การเปลี่ยนผ่าน

19.06.23 | 08:17 น.
บทนำ : การเปลี่ยนผ่าน ในการเสวนา “ทิศทางการเมืองไทยภายหลังการเลือกตั้ง ปี 2566”

บทนำ : การเปลี่ยนผ่าน

ในการเสวนา “ทิศทางการเมืองไทยภายหลังการเลือกตั้ง ปี 2566” มีการเสนอมุมมองที่น่าสนใจ อาทิ นายเจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการกฎหมาย ระบุว่า การจัดตั้งรัฐบาลไทยไม่ได้ล่าช้า เยอรมนี หรือเบลเยียม ใช้เวลา 400 วัน ในการจัดตั้งรัฐบาล ปัญหามากที่สุดในการจัดตั้งรัฐบาล คือ การมี ส.ว. 250 เสียง คอยขัดว่าจะต้องให้ได้ 376 เสียง หากไม่มี เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีวันจับมือกับพรรคก้าวไกลเด็ดขาด นี่คือสิ่งที่อดีต คสช.ได้ทำไว้ เพื่อช่วยเสียงข้างน้อยให้จัดตั้งรัฐบาลได้

ผู้ร่วมเสวนาอีกคน ได้แก่ ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวตอนหนึ่งว่า ทำไมประเทศไทยถึงตกอยู่ในภาวะของการแช่แข็งทางการเมือง เพราะผ่านการเลือกตั้งมาแล้วกว่า 1 เดือน จริงอยู่ที่ต่างประเทศใช้เวลานานกว่านี้ ในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะเป็นรัฐบาลผสม แต่ไม่มีประเทศไหนในโลก ที่ กกต.มีระยะเวลาถึง 60 วัน ในการพิจารณาประกาศผลการเลือกตั้ง จึงมองว่า นี่คือปัญหา

ดร.สิริพรรณระบุว่า โจทย์ที่ใหญ่ที่สุด และไม่ได้โฟกัสว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะได้เป็นนายกฯหรือไม่ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ คือ ความท้าทายในการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติ คือ จากอีกขั้วหนึ่งไปยังอีกขั้วหนึ่ง หลังการเลือกตั้ง ถ้าผ่านเดือนกรกฎาคม สิงหาคม ไปได้อย่างสงบ สันติ หาทางออกได้โดยฉันทามติ เริ่มต้นนับหนึ่งคือการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติ ประเทศชาติจะไปต่อได้ แต่ถ้าไม่สามารถผ่านกรกฎาคม สิงหาคมไปได้ คิดว่าเราจะมีหน้าฝนที่ร้อนระอุ

การเลือกตั้ง 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ในแง่หนึ่ง คือการถ่ายโอนอำนาจจากคณะรัฐประหารมาสู่ประชาชนผ่านผลการเลือกตั้ง บทบาทของ ส.ว.ในฐานะกลไกของอำนาจเก่า คือ ตั้งแง่ต่อพรรคก้าวไกล ไม่ให้ไฟเขียวต่อการเปลี่ยนผ่านอย่างง่ายดายนัก อย่างไรก็ตามต้องจับตาดูว่า ส.ว.จะมีท่าทีอย่างไรต่อกระแสของประชาชนที่แสดงผ่านผลเลือกตั้งที่ชัดเจนและเข้มข้น โดยเฉพาะเมื่อผู้มีอำนาจที่ตั้ง ส.ว.เข้าสู่สภา ได้ลงแข่งขันในการเลือกตั้ง และพ่ายแพ้แล้วอย่างยับเยิน

Advertisement