‘บิล เกตส์’เจริญไมตรี‘สี จิ้นผิง’
รากฐานความสัมพันธ์จีน-สหรัฐอยู่ที่อเมริกันชน
การที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ให้การต้อนรับ “บิล เกตส์” ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft ในระดับสูงสุด ขณะที่ “แอนโทนี บลิงเกน” รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐได้รับการต้อนรับอย่าง “เย็นชา” หมางเมินจากรัฐบาลจีนนั้นเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า ปักกิ่งไม่ไว้วางใจนักการเมืองสหรัฐ กลับให้น้ำหนักไปยังอเมริกันชนมากกว่า
การเยือนจีนของ “แอนโทนี บลิงเกน” มิได้คลายความตึงเครียดระหว่างจีน-สหรัฐ กลับนำมาซึ่งความไม่แน่นอนแก่ทั้งสองประเทศ ส่วนทริปของ “บิล เกตส์” นั้นสร้างสรรค์ เป็นคุณูปการ
จึงได้รับความสนใจจากสังคมโลก เพราะเป็นประชาชนอเมริกัน มิใช่นักการเมือง การที่ได้รับเกียรติอันสูงยิ่งจาก “สี จิ้นผิง” เป็นการส่งสัญญาณในเชิงสัญลักษณ์ว่า “รากฐานความสัมพันธ์จีน-สหรัฐอยู่ที่อเมริกันชน”
การเยือนจีนของ “บิล เกตส์” ครั้งนี้เกิดขึ้นก่อน “แอนโทนี บลิงเกน” เพียงไม่กี่วัน
นอกจากนี้ ยังมีพ่อค้า นักธุรกิจระดับแนวหน้าของสหรัฐ รวมทั้ง “อีลอน มัสก์” เจ้าของ “เทสลามอเตอร์” มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก ได้เดินทางมาจีนในเวลาเดียวกัน แต่ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดได้พบ “สี จิ้นผิง”
มีเพียง “บิล เกตส์” ที่ได้พบกับ “สี จิ้นผิง” เท่านั้น และพบกันท่ามกลางบรรยากาศการเมืองจีน-สหรัฐขมุกขมัว เป็นเรื่องที่มีสีสรรค์ ทั้งนี้ เนื่องจากฝ่ายหนึ่งเป็นนักการเมือง อีกฝ่ายหนึ่งเป็นประชาชนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา การพบกันจึงเป็นเรื่องไม่ธรรมดา การสนทนาได้เน้นหนักประเด็นการริเริ่มระดับโลก เป็นต้นว่า การพัฒนาทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ความปลอดภัย และความทันสมัยฯ
รัฐบาลจีนเชื่อมั่นว่า งานผลักดันการร่วมกันพัฒนาของโลกอันมี “บิล เกตส์” เป็นผู้นำ จะต้องประสบความสำเร็จ จึงประกาศให้โลกทราบว่า “ประเทศจีนยินดีร่วมมือกับประเทศทั่วโลกทำการพัฒนาความทันสมัยทางเทคโนโลยี อีกทั้งร่วมมือแก้ไขปัญหาภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ต่อต้านโรคระบาด ธำรงไว้ซึ่งอนามัยของโลก”
“บิล เกตส์” เป็นอดีตมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก เวลาหลายปีที่ผ่านมาได้วางมือจากธุรกิจ มุ่งทำงานการกุศล โดยให้ความช่วยเหลือสนับสนุนประเทศที่กำลังพัฒนาเป็นเงินจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอนุเคราะห์ปัญหาทางด้านเทคโนโลยี น่าสนใจ
ตัวอย่าง “คลาสสิก” ที่สุดคือ ก่อนโควิคระบาด มูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ได้ให้ทุนแก่
มหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอฟกินส์ สหรัฐ เพื่อจัดการฝึกอบรมป้องกันต่อต้านโรคระบาดชื่อว่า “Event 201” เป็นการให้ความรู้ทั่วไป เช่น หากเกิดโรคระบาด จะต้องทำการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างไร
การฝึกอบรมได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2019
ต่อมาวันที่ 21 พฤศจิกายน 2019 “บิล เกตส์” ได้เดินทางมาจีน พบกับ “เผิง ลี่เอี๋ยน” สตรีหมายเลข 1 และคณะขององค์การอนามัยโลก เพื่อปรึกษาหารือและให้คำแนะนำเกี่ยวกับความร่วมมือทางด้านอนามัย
แม้โครงการอบรมป้องกันโรคระบาด ต้องล้มเหลวเพราะโควิดเพียงงานเดียว แต่อย่างน้อยก็เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า “บิล เกตส์” มีการมองอนาคตที่ถูกต้อง มีเจตนาที่ดีต่อคนทั้งโลก โดยเฉพาะกับประเทศจีน
จึงไม่แปลกที่ระหว่างการสนทนา “สี จิ้นผิง” กล่าวว่า “บิล เกตส์” เพื่อนในยามยากคือเพื่อนที่แท้จริง
ก็เพราะหลังจากโควิดระบาด “บิล เกตส์” ได้ให้เงินช่วยเหลือจีน 5 ล้านดอลลาร์ หากกล่าวถึงการระบาดของโควิด ในสหรัฐทั้งบนและล่างต่างตำหนิว่าประเทศจีนเป็นต้นตอแห่งโรค แต่การให้เงินช่วยเหลือจีนของ “บิล เกตส์” นั้นย่อมบ่งบอกให้เห็นว่า มิใช่อเมริกันชนทุกคนตำหนิจีน นอกจากไม่ตำหนิ ยังให้เงินช่วยเหลือ
ส่วนการเยือนจีนครั้งนี้ “บิล เกตส์” ให้คำมั่นว่า จะนำเงินจากมูลนิธิฯจำนวน 50 ล้านดอลลาร์มาสนับสนุนให้รัฐบาลจีนทำการศึกษาค้นคว้ายาชนิดใหม่ เพื่อรักษาโรคระบาดอันอาจเกิดขึ้นในอนาคต
ต้องยอมรับว่า “บิล เกตส์” เป็นกัลยาณมิตรของจีน
ตั้งแต่ปี 1994 ถึงปัจจุบันได้มาเยือนจีนรวม 19 ครั้ง
นอกจากนี้ มูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ยังได้ให้การช่วยเหลือแก่ท้องถิ่นทุรกันดารในด้านการรักษาพยาบาล ยารักษาโรค อาทิ มณฑลเสฉวน เป็นต้น อีกทั้งได้ร่วมกับรัฐบาลจีนก่อตั้ง “สำนักงานเพื่อการกุศลประเทศจีน” เพื่อศึกษาค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับงานบุญการกุศล จัดกิจกรรมการกุศล เผยแพร่โน้มน้าวให้นักธุรกิจจีนเป็นประชาชนที่ใจบุญ
สุนทาน ถ้าร่ำรวยเป็นเศรษฐี ก็ให้เป็นเศรษฐีใจบุญ
“บิล เกตส์” เป็นแม่แบบที่ดีของบรรดานักธุรกิจในโลก เมื่อร่ำรวยขึ้นมา ก็รู้จักพอ และให้ความสำคัญในทางศีลธรรมจรรยา ด้วยการทำบุญทำกุศล ช่วยเหลือสังคม จึงควรได้รับการยกย่อง
“บิล เกตส์” อเมริกันชน คือรากฐานแห่งความสัมพันธ์จีน-สหรัฐที่แท้จริง
ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

