เดินหน้าชน : รื้อสอบครู

10.07.23 | 14:03 น.

กลายเป็นประเด็นความวุ่นวายในแวดวงข้าราชการครู กับกรณีการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตำแหน่งครูผู้ช่วย ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประจำปี 2566 ที่จัดสอบภาค ก และ ข ไปแล้วช่วง 24-25 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้ประกาศผลผู้สอบผ่านที่จะเข้าไปสอบภาค ค แล้ว จำนวน 42,952 คน จากคนเข้าสอบ 167,862 คน

แต่กลับมีดราม่าจากโลกโซเชียลที่ออกมาท้วงติงถึงมาตรฐานของข้อสอบว่าเน้นการท่องจำ พร้อมยกตัวอย่างข้อสอบ เช่น ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าทริปเปิลแชมป์มาแล้วกี่ครั้ง

ก่อนที่ สพฐ.จะออกมายอมรับว่าจากจำนวนผู้ที่สอบผ่านในหลายพื้นที่ต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็น บางเขตพื้นที่ผ่าน 30 กว่าคนจากคนเข้าสอบ 1 พันกว่าคน บางสาขาวิชาไม่มีคนสอบผ่าน จึงได้สั่งการให้มีการตรวจสอบมาตรฐานข้อสอบที่ออกโดยมหาวิทยาลัย 9 แห่ง

ในการสอบครั้งนี้เขตพื้นที่การศึกษาที่เปิดสอบ 200 กว่าแห่งมีการรวมกลุ่มเป็น 18 คลัสเตอร์ เพื่อว่าจ้างมหาวิทยาลัยให้ออกข้อสอบให้

แต่ก็เกิดคำถามว่ามาตรฐานความยากง่ายของข้อสอบที่ออกโดยแต่ละมหาวิทยาลัยจะใกล้เคียงกันหรือไม่

Advertisement

สร้างความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้เข้าสอบ

การเรียนการสอนในโรงเรียนที่ปัจจุบันมุ่งเน้นให้เด็กไทยคิดวิเคราะห์เป็น แต่ข้อสอบที่คัดคนที่จะไปสอนนักเรียนกลับเน้นการท่องจำ

โดยก่อนหน้านี้ ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เคยออกมาย้ำว่า “มหาวิทยาลัยที่ได้รับมอบหมายให้ออกข้อสอบจะต้องจัดทำข้อสอบเป็นมาตรฐานกลางที่ใช้วัดคนที่จะมาเป็นครูจะต้องเน้นการแก้ปัญหา หรือทักษะเฉพาะหน้าให้มากขึ้น ไม่ใช่เน้นการสอบด้านเนื้อหาวิชาการอย่างเดียว ข้อสอบถือเป็นกุญแจสำคัญเพื่อที่จะได้ครูตรงกับความต้องการ”

สำหรับการสอบครูผู้ช่วยรอบนี้ สพฐ.ต้องการกระจายอำนาจให้เขตพื้นที่การศึกษาได้ดำเนินการในการว่าจ้างให้มหาวิทยาลัยออกข้อสอบให้แทนการใช้ข้อสอบที่ส่วนกลางจะให้มหาวิทยาลัยแห่งใดแห่งหนึ่งออกสอบแล้วใช้ทั่วประเทศ

แต่ก็ต้องยอมรับว่าการให้ 9 มหาวิทยาลัยออกข้อสอบไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะกำหนดมาตรฐานให้ใกล้เคียงกัน ทั้งจากประสบการณ์ในการออกข้อสอบ บุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะ

การให้เขตพื้นที่ฯดำเนินการเรื่องข้อสอบ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ ก.ค.ศ. หน่วยงานที่ออกหลักเกณฑ์การคัดเลือกครูผู้ช่วยมีความเห็นต่างกับ สพฐ.เนื่องจากห่วงถึงมาตรฐาน

ตามความเห็นของ ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่ว่า “เคยมีความเห็นไปแล้วว่าควรจะต้องเป็นการสอบโดยมาตรฐานกลางอยู่แล้ว เพียงแต่ สพฐ.อยากกระจายอำนาจไปยังเขตพื้นที่ฯ และให้ทางสถาบันอุดมศึกษาในแต่ละพื้นที่เป็นผู้ออกข้อสอบเพื่อเป็นการกระจายอำนาจ ซึ่งทางสำนักงาน ก.ค.ศ.เองคาดการณ์ไว้แล้ว ว่าจะเกิดปัญหาเรื่องมาตรฐานที่แตกต่างกัน”

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการสอบครูผู้ช่วยครั้งนี้ ยังมีปัญหาที่เป็นการบ้านให้ปรับแก้

เพราะหลายเรื่องไม่ค่อยมีให้เห็นในสนามสอบระดับชาติ

อย่างกรณีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ที่ออกข้อสอบให้เขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ แล้วขอเพิ่มชื่อผู้สอบผ่านภายหลังประกาศรายชื่อไปแล้ว เนื่องจากตรวจพบข้อสอบบางข้อกำกวมจึงต้องเพิ่มคะแนนให้ผู้เข้าสอบทุกคน

โชคดีที่ไม่มีการไปร้องศาลปกครองให้ยกเลิกผลการสอบ

สิ่งเหล่านี้จะต้องมีการทบทวนกันใหม่ว่าถึงเวลาที่จะต้องสังคายนา รื้อระบบการสอบคัดเลือกทั้งหมดหรือไม่

สุพัด ทีปะลา