สถานีคิดเลขที่ 12 : นายกฯของ ส.ว.

11.07.23 | 13:30 น.

ความเคลื่อนไหวของ 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายอนุรักษ์ กับฝ่ายประชาธิปไตย ในการเลือกนายกรัฐมนตรีเคลื่อนมาถึงโค้งสุดท้ายก่อนจะมีการตัดสิน

วันที่ 13 กรกฎาคม นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา กำหนดให้นัดการประชุม 2 สภา เพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี

ตามรัฐธรรมนูญในบทเฉพาะกาลระบุให้บุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ต้องได้รับการรับรองจากรัฐสภาด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง หรือ 376 เสียง

ขณะที่พรรคการเมือง 8 พรรรคที่ตัดสินใจผนึกกันจัดตั้งรัฐบาลมีเสียง 312 เสียง ยังขาดอีก 64 เสียง จึงหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจาก ส.ว. หรือ ส.ส. ที่เหลือ

กระแสข่าวเป็นที่ปรากฏและรับทราบกันแล้วว่า มีการต่อต้านนายพิธาเป็นนายกฯในรูปแบบต่างๆ ทั้งทางด้านกฎหมาย และผนึกกำลัง ส.ว. เพื่อยับยั้งนายพิธาเป็นนายกฯ

Advertisement

แต่ข้อกล่าวหาก็ยังเป็นข้อกล่าวหา แถมบางข้อกล่าวหา อย่างเช่น กรณีเรื่องถือหุ้นก็โป๊ะแตก เพราะมีหลักฐานเอกสารไม่ตรงคลิปการประชุม

การโจมตีเรื่องแก้มาตรา 112 ก็ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะคัดค้าน เพราะยังมี ส.ส.อีก 7 พรรคร่วมรัฐบาล และ ส.ส.พรรคที่ไม่ร่วมรัฐบาล พร้อมจะไม่เอาด้วยกับ 151 เสียงของพรรคก้าวไกล

เท่ากับว่าหากจะแก้มาตรา 112 จริง พรรคก้าวไกลเพียงลำพังไม่อาจทำอะไรได้ แม้ว่านายพิธาเป็นนายกฯ ก็ไม่มีกำลังมาแก้ไขมาตราดังกล่าวได้ หากรัฐสภาไม่ยินยอม

ข้อกล่าวหาดังกล่าวจึงกลายเป็นข้ออ้าง

ต้องรอดูมติ กกต. และเรื่องการส่งศาลรัฐธรรมนูญในวันสองวันนี้อีกครั้งว่าจะมีผลทางกฎหมายเช่นไร

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะกลายเป็นข้ออ้างที่จะไม่ให้นายพิธาเป็นนายกฯหรือไม่

และข้ออ้างดังกล่าวจะขยายผลไปขวางพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาลหรือเปล่า

เพราะแวดวงการเมืองปรากฏรัฐบาลผสมที่ไม่ใช่รัฐบาล 8 พรรคขึ้นมามากมาย

มีทั้งสูตรรัฐบาลเสียงข้างน้อย สูตรรัฐบาลเพื่อไทยผสมกับขั้วรัฐบาลปัจจุบัน

รวมไปทั้งสูตรรัฐบาลที่ผลักดันให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นนายกรัฐมนตรี

ผู้ที่ผลักดันสูตรต่างๆ คือสมาชิกวุฒิสภาบางคน

ผู้ที่วิ่งเต้นล้มนายพิธาด้วยวิธีทางกฎหมายก็คือสมาชิกวุฒิสภาบางคน

หากนายพิธาไม่ได้เป็นนายกฯ และมีนายกฯคนใหม่และรัฐบาลสูตรใหม่

นายกฯและรัฐบาล จะกลายเป็นนายกฯและรัฐบาลของวุฒิสภา

กลายเป็นเกมการเมืองที่สมาชิกวุฒิสภาบางคนมีอำนาจเหนือเสียงของประชาชน สามารถกำหนดนั่นกำหนดนี่ให้เป็นไปตามความเห็นของตัวเองได้

แม้สถานการณ์จะเป็นเช่นนั้น หากมองความเคลื่อนไหวของนายพิธา และพรรคก้าวไกล ที่เปิดประเด็นนายกฯของประชาชน และรัฐบาลแห่งประชาชาติแล้ว จะเห็นภาพเปรียบเทียบที่แจ่มชัด

ภาพเปรียบเทียบระหว่างนายพิธา ที่เป็นนายกฯจาก 8 พรรคเสียงข้างมาก กับนายกฯคนอื่นใดที่มาจากเกมของสมาชิกวุฒิสภาบางคน

ภาพระหว่างพรรคก้าวไกลและ 7 พรรค ที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนรวมกันเป็นเสียงข้างมากในสภา และผลักดันให้เป็นรัฐบาลแห่งประชาชน

เปรียบเทียบกับสูตรอื่นๆ ที่จะตั้งรัฐบาลด้วยเทคนิคกฎหมายด้วยฝีมือของสมาชิกวุฒิสภาบางคน

กลายเป็นรัฐบาลของสมาชิกวุฒิสภาบางคน

แม้วันที่ 13 กรกฎาคม ผลการลงคะแนนจะเป็นเช่นไร แต่สำหรับประชาชน นายพิธาเป็นนายกฯของพวกเขาไปแล้ว

แต่เกมการเมืองจะเปลี่ยนจากนายกฯของประชาชนไปเป็นนายกฯของสมาชิกวุฒิสภาบางคนได้หรือไม่

วันที่ 13 กรกฎาคม น่าจะมองเห็นแนวโน้ม

นฤตย์ เสกธีระ