หน้าแรก บทความ ภาพเก่าเล่าตำ...

ภาพเก่าเล่าตำนาน : เสรีไทย…ผู้ยิ่งใหญ่ที่เมืองแพร่โดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

7.08.23 | 14:00 น.

เรื่องของบรรพบุรุษชาวเมืองแพร่…ที่ไม่ค่อยมีใครทราบ

ช่วงวิกฤตของสยาม ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวเมืองแพร่รวมตัวกันจัดกองกำลัง ใช้ “ถ้ำ” เป็นสถานที่เก็บเสบียง ซ่อนตัว เก็บรักษาอาวุธ จัดตั้งกองบัญชาการเพื่อทำสงครามต่อต้านกองกำลังของกองทัพญี่ปุ่น

มีพลพรรคเสรีไทยผู้กล้าหาญมาโดดร่มลงในพื้นที่ 2 คน เพื่อยืนยันว่าสยามขอรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับกองทัพสัมพันธมิตร อังกฤษ-อเมริกา สยามจะต่อต้านกองทัพญี่ปุ่น

ชาวเมืองแพร่สร้างวีรกรรมแบบปิดทองหลังพระ ที่ต้องขอยกย่อง…นำมาบอกเล่า…นายปรีดี พนมยงค์ และนายทอง กันทาธรรมเป็นผู้นำหลักในการปฏิบัติการ

ย้อนไปเช้ามืด 7 ธันวาคม 2484 กองทัพญี่ปุ่นมายกพลขึ้นบกทางด้านอ่าวไทย 7 พื้นที่ เกิดการสู้รบ…ทหารและยุวชนทหารทำหน้าที่อย่างกล้าหาญ ยิงกับทหารญี่ปุ่น…ยอมพลีชีพ

Advertisement

รัฐบาลไทยโดยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ในกรุงเทพฯ เรียกประชุม ครม.กลางดึก …ล่วงเข้าสู่วันที่ 7 ธ.ค.2484 เพื่อตัดสินใจ จะยอมให้ญี่ปุ่น “ผ่าน” หรือจะ “ต่อสู้”

ครม.พูดจากัน กว่าจะได้ข้อสรุป…ข้อดี-ข้อเสียราว 07.30 น.ของวันที่ 7 ธันวาคม 2484… ครม.มีมติให้ “หยุดยิง…ให้กองทัพญี่ปุ่นขึ้นฝั่งได้”

กว่าจะส่งคำสั่งไปถึงหน่วยทหารที่กำลังยิงกันในภาคใต้…ติดต่อได้บ้าง-ไม่ได้บ้าง…หยุดยิงได้ราว 10 โมงเช้า ทหาร ตำรวจ พลเรือนที่ยิงกับทหารญี่ปุ่น…ต้องตายไปเกือบ 100 คน

21 ธันวาคม 2484 ญี่ปุ่นกับไทยได้ลงนามในกติกาสัญญาเป็นพันธมิตรกัน ประเทศไทยประกาศสงครามต่ออังกฤษและสหรัฐอเมริกา ในขณะที่รัฐมนตรี ข้าราชการจำนวนมาก…ไม่เห็นด้วย

นักการทูต นักเรียนไทยในยุโรป อเมริกา ไม่ยอมปฏิบัติตาม จึงจัดตั้งหน่วย “เสรีไทย” (Free Thai) เพื่อทำงานลับร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร (อังกฤษ อเมริกา ฝรั่งเศส ฯลฯ) โดยเชื่อว่าการรบในระยะยาวกำลังของฝ่ายพันธมิตรจะแข็งแกร่งและสามารถเอาชนะญี่ปุ่นได้แน่นอน… ไทยจะเป็นฝ่าย “แพ้สงคราม”

นักเรียนไทยในอเมริกามี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน เป็น “หัวขบวน”

นักเรียนไทยในยุโรปใช้ “ลอนดอน” ในอังกฤษเป็นศูนย์กลาง มีนายป๋วย อึ๊งภากรณ์ นักเรียนทุนรัฐบาลไทยที่กำลังศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ระดับปริญญาโทเป็น “หัวขบวน”

ส่วนในประเทศไทย… ดร.ปรีดี พนมยงค์ อดีตนักเรียนกฎหมายจากฝรั่งเศสเป็น “หัวขบวน”

เสรีไทยมีเครือข่ายความร่วมมือในหลายกลุ่ม ได้รับความช่วยเหลือจากฝ่ายสัมพันธมิตร สหรัฐและอังกฤษได้ส่งหน่วยปฏิบัติการมาประจำในกรุงเทพฯ ฝ่ายไทย ดร.ปรีดี พนมยงค์ ได้ส่งทหารไปประจำที่กองบัญชาการของฝ่ายสัมพันธมิตร ณ เมืองแคนดี ศรีลังกา พร้อมกับส่งทหาร ตำรวจ และพลเรือนไปรับการฝึกกับสำนักงานบริการด้านยุทธศาสตร์ (OSS : Office of Strategic Services) ของสหรัฐ

ตามตัวหนังสือที่ลงนามกัน ถือว่าไทย-ญี่ปุ่น คือพันธมิตรร่วมรบ แต่ในทางปฏิบัติ…หาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะประเทศไทย “ต้องอยู่รอด-ปลอดภัย” ไม่ถูกทำลายเหมือนประเทศอื่นๆ

ในเวลานั้น…กองทัพญี่ปุ่นมีแสนยานุภาพระดับมหาอำนาจของโลก ส่งกองทัพไปทำสงคราม ยึดดินแดนในเอเชียมหาศาล กองทัพญี่ปุ่นที่รุกเข้าสู่สยามนับหมื่นคนเดินทางขึ้นไปทางเหนือโดยทางรถไฟ เพื่อจะ “เข้าที่รวมพล” รุกออกจากชายแดนไทยบุกเข้าสู่แผ่นดินพม่า เพื่อจะทะลุเข้าไปแย่งยึดอินเดียจากอังกฤษ

นักศึกษาไทยในอังกฤษสมัครเข้าเป็นทหาร แต่งเครื่องแบบทหารอังกฤษ เข้ารับการฝึกเป็นทหาร จะต้องกลับเข้ามาในไทยเพื่อ “ทำสงครามกับญี่ปุ่น”

วิธีการเดียวที่จะลักลอบเข้ามาได้ คือการกระโดดร่ม

นักเรียนไทย (ชาย) ในอังกฤษกลุ่มหนึ่งถูกส่งมาถึงอินเดีย (ดินแดนที่อังกฤษปกครอง) เพื่อรับการฝึกกระโดดร่ม

“เมืองแพร่” ในอดีตเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วย “ไม้สักทอง” ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก จากหลักฐานของการเข้ามาทำไม้ของบริษัทสัญชาติเดนมาร์ก คือ บริษัท อีสเอเชียติกส์ ที่ครอบครองอาคารเก่าแก่ที่มีอายุเกิน 100 ปีขึ้นไป และสิ่งก่อสร้างอีกมากหลาย

ไม้สักทอง คือขุมทรัพย์ที่กองทัพญี่ปุ่นต้องการครอบครอง แย่งยึดจากชาวยุโรปที่เข้ามาทำมาหากินในสยาม

แพร่ เหมาะสมในประเด็นของ “ที่ตั้ง” ถูกเลือกเป็นศูนย์กลางของขบวนการเสรีไทยในภาคเหนือ โดยมี นายปรีดี พนมยงค์ และนายทอง กันทาธรรม เป็นหัวแรงหลักในการทำงาน

ครั้งแรกของขบวนการเสรีไทยในจังหวัดแพร่…

กันยายน พ.ศ.2487 พลพรรคชาวแพร่เข้าร่วม “ปฏิบัติการฮอตฟูท” (Operations Hotfoot) โดย ร.ท.บุญมาก เทศบุตร และ ร.ต.วิมล วิริยะวิทย์ คือพลร่มที่กระโดดร่มลงที่แพร่ พร้อมสัมภาระทางทหารถึงพื้นอย่างปลอดภัยตามที่วางแผนไว้

เสรีไทยแพร่จัดตั้งศูนย์บัญชาการอยู่ที่บ้านหนองม่วงไข่ เพื่ออำนวยการประสานงานกับอากาศยานและรับตัว-ดูแลเสรีไทยที่กระโดดร่มลงมาเป็นผลสำเร็จ

อากาศยานของฝ่ายสัมพันธมิตรยังบินมาส่งของ (ทิ้งร่ม) อาวุธ เครื่องมือสื่อสาร ให้เสรีไทยในพื้นที่เมืองแพร่อีก 3 ครั้ง เรียกปฏิบัติการทั้ง 3 ครั้งนี้ว่า ปฏิบัติการนิวเมอรัล (Operations Numeral)

การปฏิบัติการแต่ละครั้งเป็นการลำเลียงอาวุธ เสบียง และยารักษาโรค เพื่อเป็นเครื่องช่วยในการปฏิบัติงาน นำครูฝึกทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยมายังเมืองแพร่เป็นผลสำเร็จ ปลอดภัย

นายบรรจง ศรีธิยศ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.กาญจนา อ.เมือง จ.แพร่ ได้เข้าสำรวจพื้นที่บริเวณที่เป็นที่ตั้งของทหารญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่อยู่ในบริเวณทุ่งนา ห่างจากท่าอากาศยานแพร่ราว 1 กม. เพื่อรายงานให้ อ.เมืองแพร่ จัดเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ซึ่งในบริเวณที่ดินดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่กว้างมากกว่า 10 ไร่ ชาวบ้านใช้เป็นสถานที่เลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่ที่สำรวจมีบ่อน้ำ มีรันเวย์ขึ้น-ลงของเครื่องบิน ถนนดิน และโรงครัวประกอบอาหารของทหารญี่ปุ่น

ผู้ใหญ่บ้านกล่าวว่า สาเหตุที่ทหารญี่ปุ่นได้เข้ามาตั้งค่ายทหารในพื้นที่ จ.แพร่ เพื่อที่จะเข้าควบคุมสนามบินแพร่ พื้นที่รอบๆ จะมีรถถังและรถยนต์ของทหาร เครื่องบินญี่ปุ่น บางครั้งยิงลงมาที่พื้น ชาวบ้านที่ทำงาน หรือเลี้ยงสัตว์อยู่บริเวณใกล้ๆ สนามบินต้องหลบหนี บางรายได้รับบาดเจ็บ และบางทีก็ถูกวัว-ควายที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ล้มตายลงก็มี

นายวีระ สตาร์ เจ้าของคุ้มวิชัยราชา สถานที่หลักของกลุ่มเสรีไทย ที่ต่อต้านการยึดครองของญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 กล่าวว่า สนามบินญี่ปุ่นดังกล่าวมีมานานแล้ว มีการก่อสร้างสนามบินแพร่ก่อนที่จะมีสงครามโลกครั้งที่ 2 (ข่าวจาก Spring News 26 มิ.ย.2562)

ข้อมูลเชิงประจักษ์ทั้งปวงเป็นการยืนยันว่า เมืองแพร่เป็น “พื้นที่สำคัญ” ทางทหารของญี่ปุ่นระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2

“ภารกิจ” ของแกนนำ “เสรีไทยในเมืองแพร่” นั้นคือการหาข่าวจุดที่ตั้งของทหารญี่ปุ่น การรับ-ส่งข่าว เก็บอาวุธทหารอเมริกัน

จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ และอนุสาวรีย์…เมื่อ พ.ศ.2550

ด้วยความทรงจำอันมีค่า… คุณภุชงค์ กันทาธรรม บุตรชายของนายทอง กันทาธรรม อดีตหัวหน้าเสรีไทยสายแพร่ จึงได้ริเริ่มสร้างพิพิธภัณฑ์เสรีไทยแพร่ขึ้นในปี พ.ศ.2550 ตั้งอยู่ด้านหลังของโรงแรมภราดร ถนนยันตรกิจโกศล อ.เมือง จ.แพร่ เป็นการรำลึกถึงวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษผู้กล้าในยุคนั้นให้คนรุ่นหลังภาคภูมิใจ

“ขบวนการเสรีไทยแพร่” ร่วมมือกับฝ่ายพันธมิตรราว 3 ปี ได้สร้างความประทับใจในความจริงใจแก่ฝ่ายพันธมิตร โดยเฉพาะสหรัฐ

“พิพิธภัณฑ์เสรีไทยแพร่” เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ภายในพิพิธภัณฑ์มีรูปภาพ ข้อมูลขบวนการเสรีไทย พร้อมประวัติต่างๆ

ทูตสหรัฐให้ความสนใจพิพิธภัณฑ์เสรีไทยจังหวัดแพร่…

18 พฤษภาคม 2559 เอกอัครราชทูตเดวีส์ และคณะเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐเดินทางเยือน จ.แพร่ ศึกษาความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ สมัยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปที่พิพิธภัณฑ์เสรีไทยและรับทราบถึงบทบาทของ “มิชชันนารีอเมริกัน” ในภาคเหนือของไทยที่บ้านมิชชันนารีเก่าแก่อายุกว่า 120 ปี ใน จ.แพร่

31 มีนาคม 2565 คณะทูตสหรัฐอเมริกา นายไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทน ออท.สหรัฐอเมริกา นายฌอน โอนิลล์ กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำ จ.เชียงใหม่ และคณะ เข้าร่วมวางพวงมาลาเพื่อรำลึกวีรกรรมของคณะเสรีไทย ณ อนุสาวรีย์สามพี่น้องเสรีไทย (นายอุทัย กันทาธรรม นายทอง กันทาธรรม และนายสม กันทาธรรม) เพื่อรำลึกวีรกรรมคณะเสรีไทย ในวันรำลึกเสรีไทยแพร่ ไปเปิดป้าย “ถ้ำเสรีไทย” ที่ ต.เวียงต้า อ.ลอง จ.แพร่ เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ในสงครามโลกครั้งที่ 2

ขบวนการเสรีไทยแพร่ เป็น 1 ของขบวนการเสรีไทย มีนายทอง กันทาธรรม เป็นหัวหน้า มีกำลังประมาณ 800 นาย ซึ่งมีเสรี ต.เวียงต้า รวมอยู่ด้วย ขบวนเสรีไทยได้ใช้ “ถ้ำ” แห่งนี้ซ่อนตัว ปฏิบัติการติดต่อสื่อสาร-นำทาง ให้เครื่องบินทหารอเมริกันมาโจมตีต่อกองกำลังของญี่ปุ่นในระหว่างสงคราม

“ถ้ำเสรีไทย” เมืองแพร่ จัดเก็บยุทโธปกรณ์ เสบียงอาหาร รับ-ส่งวิทยุ มีขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่เก็บสัมภาระ และหลบซ่อน…

น่าภาคภูมิใจ…สำหรับชาวเมืองแพร่ สำหรับบทบาทหน้าที่การเป็นเสรีไทยเพื่อแผ่นดินเกิด และยังจัดสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ รวบรวมข้อมูลประวัติศาสตร์สงครามให้ชนรุ่นหลังได้ทราบ

ขอเชิญชวนผู้อ่านที่เคารพทุกท่านแวะไปเยี่ยมชมนะครับ…