การเมืองของคนชราและระบบการบริหารของสหรัฐ ดูเหมือนเพื่อหวังเพียงผลการเลือกตั้ง โดยไม่คำนึงถึงวิธีการปกครองที่ดี จึงเป็นเหตุทำให้การเมืองถอยหลัง ถอยหลังเพราะวันนี้ปัญหาอาชญากรรมเกิดขึ้นราวดอกเห็ด คือ ยาเสพติด ฆาตกรรม ตลอดจนคนไร้ที่อยู่อาศัย
บัดนี้ ฉายา “ตำรวจสากล” เหลือแต่ชื่อเท่านั้น อำนาจบารมีในเวทีสากลก็หายไปพร้อมกับศีลธรรมจรรยา
ปัญหาการเมืองคนชราสหรัฐกำลังระอุ อาทิ
1.มิตช์ แมคคอนเนลล์ (81 ปี) วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันและผู้นำเสียงข้างมาก วันก่อนขณะให้สัมภาษณ์ ได้หยุดนิ่งไป 21 วินาที พูดไม่ออก เหมือนโทรศัพท์หลุด สุดท้ายจึงกล่าวว่าไม่มีปัญหา จะอยู่จนครบวาระ
2.ไดแอน เฟนซไตน์ (90 ปี) วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต ระหว่างการโหวตในสภา เธอถูกถามว่า เข้าใจเนื้อหาของญัตติหรือไม่ หรือเป็นความจำของกล้ามเนื้อ (Muscle memory) ทางการเมืองเท่านั้น
แต่ประเด็นที่อเมริกันชนกังวลที่สุดคือ 2 คู่แข่งประธานาธิบดีปี 2024
1.โจ ไบเดน พรรคเดโมแครต (81 ปี) ขณะปรากฏตัวต่อสาธารณะ มักมีพฤติกรรมงุ่มง่าม เช่น เดินสะดุดหกล้ม คำพูดบางครั้งก็ไม่ต่อเนื่องไม่สัมพันธ์ หัวมังกุท้ายมังกร อาการคือ Senility สมบูรณ์ และกลายเป็นอัตลักษณ์ไปแล้ว แต่ “ไบเดน” ก็ยังยืนยันว่าสุขภาพแข็งแรง สามารถรับศึกปีหน้าได้
2.โดนัลด์ ทรัมป์ (77 ปี) แคนดิเดตสุดฮอตของพรรครีพับลิกัน ประกาศอย่างแข็งขันว่าจะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้งหนึ่ง
จากการสำรวจประชามติ ส่วนใหญ่เห็นว่าทั้ง 2 คู่แข่ง “ชราภาพ” มากแล้ว จึงไม่เอา “2 ลุง”
ทว่า ภายใต้กฎกติกาการเมืองของสหรัฐ ก็มิได้กำหนดวาระเกษียณอายุของประธานาธิบดี เพียงเพื่อได้รับการสนับสนุนจากพรรค ก็มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
ปัญหาการเมืองของคนชรา ไม่เป็นเพียงการยึดติดของประเพณีทางสรีรวิทยา หากยังเป็นการยึดติดทางจิตวิทยาอีกด้วย ดังนั้น จึงไม่สามารถสร้างระบบใหม่ขึ้นมาเพื่อรักษาอาการเสมือนคนป่วยหนัก
อเมริกันชนจึงต้องการให้หาทางออก เพื่อปลดล็อกระบบการเมืองเก่าไปสู่เส้นทางอันเกษม
จากประวัติศาสตร์ ปัจจุบันสังคมสหรัฐตกอยู่ในภาวะที่แตกแยกมากที่สุด ปัญหาภายในเข้มข้นรุนแรง ที่สำคัญคือฝ่ายซ้ายของพรรคเดโมแครต ได้นำปัญหาที่ดำรงอยู่มากมายเข้าสู่ขบวนการแก้ไขของ “ฝ่ายก้าวหน้า” นำมาซึ่งการทำลายการบริหาร และเป็นภัยต่อประเทศ คือ ปัญหายาเสพติด ฆาตกรรม และไร้ที่พักอาศัย
เหตุการณ์ทั้ง 3 จากซานฟรานซิสโกถึงฟิลาเดลเฟีย จากพอร์ตแลนด์ถึงนิวยอร์ก นับวันขยายวงกว้าง
ในรัฐที่เป็นพื้นที่ของพรรคเดโมแครตมีการเรียกร้องให้แก้กฎหมายยาเสพติดให้เป็นเรื่องที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งก็เท่ากับเป็นการส่งเสริมให้คนเสพยาทางอ้อม อีกทั้งทำการโฆษณาชวนเชื่อว่า “ยาเสพติดไม่มีอันตราย” แต่ในความเป็นจริง เมื่อปีที่แล้วมีคนตายเพราะยาเสพติดกว่า 1 แสนคน
ส่วนพรรครีพับลิกันก็มีปัญหามิใช่น้อย กล่าวคือ ฝ่ายอนุรักษนิยมของ “ทรัมป์” คัดค้านความคิดเห็นของปัญญาชน ต่อต้านหลักการวิทยาศาสตร์ หากผู้ใดปฏิเสธความอบอุ่นทางภูมิอากาศของโลก ก็ถือว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิดของฝ่ายซ้าย และกลายเป็นประเด็นที่ย้อนแย้งกันในเรื่องภูมิอากาศระหว่างสหรัฐกับทั่วโลก
นอกจากนี้ ผู้พิพากษาศาลสูงภายใต้อาณัติของพรรครีพับลิกันได้ทำการล้มล้างคำพิพากษาที่ดำรงอยู่ถึงครึ่งศตวรรษคือกฎหมายทำแท้ง โดยสั่งให้ “ยกเลิกสิทธิการทำแท้ง” เป็นเหตุให้โหวตเตอร์สตรีไม่พอใจ
ต้องยอมรับความจริงว่า สองพรรคใหญ่ล้วนได้หลงลืมคุณค่าแห่งการรับรู้ร่วมกันโดยสิ้นเชิง จึงกลายเป็นประเทศสหพันธรัฐที่แตกแยก ห่วงแต่เลือกตั้ง ไม่สนใจการปกครองที่ดี เป็นเหตุให้บ้านเมืองต้องประสบความล้มเหลวด้านบริหาร ปราศจากความปลอดภัยในชีวิต อเมริกันชนอยู่กันอย่างอกสั่นขวัญแขวน ชนชั้นกลางนับวันถดถอยหดหาย จากรูป “รักบี้” กลายเป็น “ดัมเบลล์” ฉายา “ประเทศสวยงาม” เมื่อวันวานหายไปกับสายลม
นักวิเคราะห์การเมืองส่วนหนึ่ง เห็นว่าปัญหาการเมืองของคนชราคงต้องรอปี 2028 จึงจะมีโอกาสแก้ไขเพราะการเลือกตั้งปี 2024 ค่อนข้างแน่นอนว่า “โจ ไบเดน และโดนัลด์ ทรัมป์ สองผู้เฒ่าจะต้องเป็นคู่แข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ไม่ว่าผู้ใดจะได้ชัยชนะ ก็ต้องรออีก 4 ปี จนครบวาระ”
ฉะนั้น จึงต้องรอให้นักการเมืองปัจฉิมวัยหมดรุ่นไปก่อน และให้คนรุ่นใหม่ที่มีสติปัญญาความรู้ขึ้นมาสืบแทนอำนาจ แต่ต้องไม่เป็นคนยโสโอหังและอวดใหญ่ อันเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ
ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

