1.แผ่นดินศานติสุขเป็นไฉน
คือ การที่คนไทยทุกคนพ้นจากความยากจน อยู่เย็นเป็นสุข และอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ทั้งระหว่างคนกับคน และคนกับสิ่งแวดล้อม เมื่อสมดุลก็สงบ เป็นปกติสุข และยั่งยืน
2.แผ่นดินศานติสุขออกแบบได้
โดยดูตัวอย่างระบบร่างกายมนุษย์ ร่างกายมนุษย์มีเซลล์เป็นล้านๆ และอวัยวะต่างๆ มากมายหลากหลายสุดประมาณ แต่บูรณาการกันอย่างสมบูรณ์ เมื่อมีบูรณภาพก็มีดุลยภาพ เมื่อมีความสมดุลมก็สงบเป็นปกติสุข หรือสุขภาพดี และอายุยืน
ฉะนั้น ประเทศไทยที่เป็นแผ่นดินศานติสุข คือ ประเทศไทยที่มีบูรณภาพและดุลยภาพ โดยทุกภาคส่วนบูรณาการกันอย่างสมบูรณ์
กุญแจ คือ บูรณาการ หรือพัฒนาอย่างบูรณาการ
ทุกภาคส่วนต้องบูรณาการกัน ไม่ใช่ทำแบบแยกส่วนเป็นเรื่องๆ
3.ประเทศไทยมี 9 ภาคส่วนหรือระบบ
คือ
1.พื้นที่แผ่นดินไทย
2.ระบบการเมือง
3.ระบบรัฐทั้งพลเรือนและกองทัพ
4.ระบบธุรกิจและระบบการเงิน
5.ระบบการศึกษา
6.ระบบศาสนาและวัฒนธรรม
7.ระบบสุขภาพ
8.ระบบประชาสังคม
9.ระบบการสื่อสาร
ทั้งหมดเป็นทรัพยากรเพื่อการพัฒนาอันมหาศาล แต่ที่แล้วมาพัฒนาแบบแยกส่วนต่างคนต่างไป ต่อไปต้องบูรณาการกันโดยมีพื้นที่เป็นตัวตั้ง
ที่แล้วมาเอาหน่วยงาน ประเด็น และเทคนิคเป็นตัวตั้ง จึงแยกส่วน ต่อไปต้องพัฒนาพื้นที่อย่างบูรณาการ ประดุจพื้นล่างของบ้าน อีก 8 ระบบต้องบูรณาการกับพื้นที่ และเชื่อมโยงกันประดุจฝาบ้าน เราก็จะมีบ้านประเทศไทยที่คนไทยอยู่อย่างมีความสุข

4.พื้นที่คือฐานของประเทศ
พื้นที่ประกอบด้วย หมู่บ้าน หรือชุมชน ตำบล อำเภอ จังหวัด
ทุกพื้นที่มีองค์กรจัดการ คือ
ชุมชน : องค์กรชุมชน
ตำบล : อบต. หรือเทศบาล
อำเภอ : องค์กรอำเภอ
จังหวัด : อบจ.
หลักการ กระจายอำนาจและสนับสนุนให้ทุกพื้นที่ สามารถพัฒนาอย่างบูรณาการ 8 มิติเชื่อมโยงอยู่ในกันและกัน คือ
เศรษฐกิจ-จิตใจ-สังคม-สิ่งแวดล้อม-วัฒนธรรม-สุขภาพ-การศึกษา-ประชาธิปไตย
โดยมีการสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่เป็นจุดคานงัด
เมื่อทั้ง 8 มิติ บูรณาการกัน และทุกครอบครัวมีสัมมาชีพ ก็หายจนหมดทั้งประเทศ และอยู่เย็นเป็นสุข
อีก 8 ระบบ ต้องเชื่อมโยงกับพื้นที่
ทั้งประเทศก็จะบูรณาการกันทุกมิติและทุกระบบ
เมื่อคนทั้งประเทศหายจนก็จะมีอำนาจซื้อมาก เศรษฐกิจมหภาคก็จะเติบโตและมั่นคง เพราะอยู่บนฐานของเราเอง นี่คือระบบเศรษฐกิจบูรณาการ
5.วิธีบริหารนโยบาย
1.นายกรัฐมนตรีมีคณะกรรมการนโยบาย ตามข่าวจะมี นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช หรือหมอมิ้ง เป็นประธาน ก็นับว่าเหมาะสมเพราะเป็นคนมีปัญญาและประสบการณ์สูง
2.คณะกรรมการนโยบายทำการสื่อสารให้คนไทยรู้ความจริง และมีความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะสร้างประเทศไทยให้เป็นแผ่นดินศานติสุข ความมุ่งมั่นร่วมกันจะมีพลังประดุจแสงเลเซอร์
3.คณะกรรมการนโยบายทำความเข้าใจในการพัฒนาอย่างบูรณาการกับ ครม. รัฐมนตรีทุกคนควรจะไปสัมผัสพื้นที่ให้ทุกคนรู้ความจริงของแผ่นดินไทย
คนไทยไม่รู้ความจริงของแผ่นดินไทย เพราะการศึกษาที่เอาวิชาเป็นตัวตั้งไม่ได้เอาความจริงเป็นตัวตั้ง การที่คนไทยไม่รู้ความจริงของแผ่นดินไทยเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของชาติ เพราะเมื่อไม่รู้ความจริงก็ทำให้ถูกต้องไม่ได้ ชาติจึงวิกฤต และออกจากวิกฤตไม่ได้
ระบบการศึกษาต่อจากนี้ไป จะต้องทำให้คนไทยรู้ความจริงของแผ่นดิน นั่นคือระบบการศึกษาที่บูรณาการกับพื้นที่
4.ออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งบางทีก็เรียกว่าคำสั่งนายกรัฐมนตรี ทำนองคำสั่งที่ 66/2523 ที่มีผลยุติการสู้รบระหว่างคนไทยด้วยกันทันที ถ้าออกคำสั่งเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ได้ดียุติวิกฤตชาติได้
ยกร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยนโยบายสร้างประเทศไทยให้เป็นแผ่นดินศานติสุขนี้แสดง หลักคิด นโยบาย ยุทธศาสตร์ การปฏิบัติ การสนับสนุนการปฏิบัติ ทำนองคำสั่ง 66/2523 ที่เขียนดีมาก
5.คณะกรรมการนโยบายติดตามให้มีการปฏิบัติ ช่วยแก้ไขอุปสรรคขัดข้อง ประเมินผลการปฏิบัติ เป็นข้อมูลย้อนกลับมาปรับกระบวนการอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเรื่อยๆ จนประเทศไทยเป็นแผ่นดินศานติสุข
กระบวนการร่วมสร้างประเทศไทยให้เป็นแผ่นดินศานติสุขนี้ คือ กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ หรือ PILA (Participatory Interactive Learning through Action) ของคนไทยทั้งชาติ
ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ทรงพลังในการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) ในทุกมิติ ที่ยิ่งทำ
-คนไทยยิ่งรักกันมากขึ้น เพราะมีความเสมอภาค และภราดรภาพ
-จะเชื่อถือไว้วางใจกันมากขึ้น
-จะฉลาดขึ้นและฉลาดร่วมกัน
-เกิดปัญญาร่วม (Collective wisdom) นวัตกรรม และอัจฉริยภาพกลุ่ม (Group genius)
-ทั้งหมดเป็นพลังมหาศาล ที่จะฝ่าอุปสรรคทุกชนิดไปสู่ความสำเร็จ
-คนทั้งหมดจะมีความปิติสุข ประดุจบรรลุนิพพาน
กระบวนการนี้จะพลิกโฉมประเทศไทยโดยสิ้นเชิง และต่อไปจะไม่มีอะไรที่คนไทยและประเทศไทยจะทำไม่ได้
กุญแจอยู่ที่ คณะกรรมการนโยบายของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ผมขออวยพรให้รัฐบาลใหม่และคนไทยประสบความสำเร็จ
ด้วยความปรารถนาดีจากราษฎรชราคนหนึ่ง

