หน้าแรก บทความ ภาพเก่า&#8230...

ภาพเก่า…เล่าตำนาน : ยิงกราด-ยิงสาดในชุมชน

9.10.23 | 14:08 น.
ภาพเก่า...เล่าตำนาน : ยิงกราด-ยิงสาดในชุมชน ทุกชีวิตมีค่า เหตุ “กราดยิง”

ทุกชีวิตมีค่า เหตุ “กราดยิง” ในสังคมเมือง นอกเมือง ในพื้นที่ห่างไกล ล้วนน่าสะเทือน เศร้า หดหู่ …คนบริสุทธิ์ต้องเสียชีวิตไม่น้อยจากมือปืน ที่ครอบครอง/ใช้อาวุธนานาชนิด ประสงค์จะทำร้าย ทำลายชีวิตแบบ พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

ส่วน “มือมีด” ในต่างประเทศ อาละวาดไล่แทง สังหารผู้คนในแหล่งชุมชน สถานีรถไฟ เป็นข่าวต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ถูกจับกุม ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญ บ้างก็ยอมมอบตัว

ในประเทศญี่ปุ่น “ปืน” คือสิ่งที่ถือว่าเป็น “ศูนย์”ที่นานาประเทศชื่นชมในความปลอดภัย แต่ก็ยังปรากฏเหตุ คนคลุ้มคลั่งก่อเหตุ “ใช้มีดไล่แทง” ผู้คนแบบไม่เลือกหน้า โดนเฉพาะบนรถไฟบาดเจ็บ เสียชีวิต เป็นข่าวอยู่เสมอ

(6 ส.ค.2564 ช่วงค่ำ ชายอายุ 36 ปี ใช้มีดไล่แทงผู้โดยสารบนรถไฟในกรุงโตเกียว มีผู้บาดเจ็บ10 คน ผู้ต้องหาให้การกับตำรวจว่าเห็น “ผู้หญิงที่ดูมีความสุข” แล้วเกิดความรู้สึกอยากจะฆ่า)

แทบทุกเหตุการณ์ลักษณะนี้จะจบลงด้วยคำว่า “เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ก่อเหตุได้…จะเร่งสอบสวนผู้ก่อเหตุเพื่อหาแรงจูงใจในการลงมือสังหารต่อไป…” หรือ “คนร้ายต่อสู้ ขัดขืน เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้อาวุธเพื่อป้องกันตัว…” แล้วก็จะเงียบหายไปตรงนั้น

Advertisement

แน่นอนที่สุด…ไม่มีใครอยากจะพูดถึง “ความจริงที่เจ็บปวด” จากเหตุร้ายที่ลุกลาม แพร่ขยายออกไปในหลายสังคม หลายประเทศ

เรื่อง “การระวัง-ป้องกัน” เป็นสิ่งที่ยากแสนเข็ญเพราะการวางแผนทุกอย่างซ่อนเร้นอยู่ใน “จิตใจ” ของผู้ลงมือ

ผู้เขียนที่เคยรับราชการในกองทัพ ได้รับทราบเรื่องราวในหน่วยทหารโดยเฉพาะ “หน่วยทหารในสนามรบ” ที่กำลังพลทุกนายมีอาวุธ กระสุน หรือระเบิดขว้าง ติดตัวเสมอ ผู้บังคับหน่วยต้องใส่ใจ สังเกต ดูแลกำลังพล …การ “ผิดใจกันเอง” ของคนที่อยู่ร่วมกัน ต้องสังเกตการณ์ ต้องขจัดการเอารัดเอาเปรียบ กินแรงกันในหน่วย

ถ้าทหารคนใดเกิดอารมณ์ชั่ววูบ อาวุธที่อยู่ในมือบรรจุกระสุนเต็มแม็ก จะถูกสาดออกไป…มีตาย มีเจ็บ เรื่องภาวะจิตใจ สุขภาพจิตของทหารเป็นเรื่องใหญ่

ต้องขออภัยที่จะต้องพูดถึง “เจ้าหน้าที่ตำรวจ” ที่มีปัญหารุมเร้า เรื่องหน้าที่การงานก็กระทำอัตวินิบาตกรรม เป็นข่าวให้สังคมไทยสะเทือนใจหลายรายน่าเห็นใจ

สังคมตั้งคำถามว่า เพราะเหตุใดจึงเกิดเหตุรูปแบบนี้ขึ้นกับคนในแวดวงทหารและตำรวจอยู่บ่อยครั้ง

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพจิตเห็นว่า น่าจะเกิดจากส่วนผสมของความเครียดสะสมและการเข้าถึงอาวุธปืนได้ง่าย

ขอไม่กล่าวถึงเหตุร้ายในกรุงเทพฯ เมื่อ 3 ต.ค.2566

ผู้เขียน…ขอแบ่งปันข้อมูลเชิงวิเคราะห์ของ “เหตุกราดยิงในอเมริกา” ครั้งแรกๆ เพื่อการศึกษานะครับ…

สังคมในสหรัฐอเมริกา มีปัญหาเรื่อง “การกราดยิง” ที่เกิดการสูญเสียมากเป็นอันดับต้นของโลก…น่าสยดสยอง หากแต่ทางการสหรัฐมีการบันทึก วิเคราะห์ ตีแผ่อย่าง “เปิดเผย” ต่อสังคมโลก

เหตุ “ยิง” เพื่อสังหารผู้คนในที่สาธารณะ ด้วยอาวุธชนิดต่างๆ โดยเฉพาะ “อาวุธสงคราม” เกิดขึ้นครั้งแรกในอเมริกาเมื่อ พ.ศ.2492

เรื่องเป็นดังนี้ครับ…

ช่วงค่ำของ “วันแรงงาน” ปี พ.ศ.2492 นายอุนรูห์ (Howard Unruh) ออกจากอพาร์ตเมนต์ของเขา ที่เมืองแคมเดน รัฐนิวเจอร์ซีย์ ตรงไปที่โรงภาพยนตร์ในตัวเมืองฟิลาเดลเฟีย

คืนนั้น…มีหนังให้ชม 2 เรื่อง

อุนรูห์อายุ 28 ปี เป็นเกย์ นัดพบกับเพื่อนชายคนหนึ่งที่เขามีความสัมพันธ์สวาทด้วยมานานหลายสัปดาห์ที่หน้าโรงหนัง หากแต่การจราจรติดขัดมาก…

เมื่อเขาไปถึงจุดนัดหมาย ซึ่งเป็นย่านรวมเกย์ คู่เดตเกย์ของอุนรูห์ที่นัดกันไว้เห็นว่าอุนรูห์น่าจะเบี้ยวนัด…จึงไม่ทนรอ

อุนรูห์ผู้ผิดหวัง เข้าไปนั่งดูหนังแบบเดียวดาย ซ่อนตัวเองในความมืด ดูหนังอย่างขมขื่น จบราวตี 2

ราวตี 3 เขากลับมาถึงบ้าน อุนรูห์ “โกรธจัด” …เมื่อพบว่า “รั้วไม้” ที่เขาเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ ในสวนหลังบ้าน ซึ่งเป็นรั้วที่เขาสร้างขึ้นเพราะทะเลาะกับเพื่อนบ้าน รั้วถูกขยับ ประตูรั้วหายไป

อารมณ์ค้างมาจาก “พลัดพรากคนรัก” หน้าโรงหนัง บวกกับเพื่อนบ้านที่แสนจะเกลียดชังมา “ขัดใจ” เรื่องรั้วบ้าน…กลายเป็น “พายุหมุน” ในสมองที่เขาพร้อมจะทำลายทุกสรรพสิ่งบนโลกในนี้

ไอ้เพื่อนบ้านรายนี้…มันคือ “สิ่งโสโครก” ที่น่ารังเกียจ เหม็นขี้หน้ามันมาราว 3 ปี ถึงขนาดที่อุนรูห์ “เคยคิดจะฆ่า” มาหลายครั้งแล้ว เคยมีปากเสียง ทะเลาะเบาะแว้งกันมาเรื้อรัง มีการล้อเลียน เสียดสีด้วยวาจาข้ามกันไป-มา ตลอด

ทั้งหมดนี้ส่งผลให้เขามีอาการ มีจินตนาการว่า…โลกกำลังจะตามล่าเขา ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจ “จะแก้แค้น” ในสิ่งที่ทำได้จริง

ชายหนุ่ม…ไปเปิดกล่องปืน German Luger P08 ซึ่งเป็นปืนพกขนาด 9 มม. ที่เขาซื้อจากร้านขายเครื่องกีฬาในฟิลาเดลเฟียในราคา 37.50 เหรียญแม็กกาซีน 2 อัน และกระสุน 33 นัด

อุนรูห์ที่เครียดจัด…วางแผนการสังหารผู้คน โดยเขียนรายชื่อ “เป้าหมาย” ที่เขาตั้งใจไว้ ซึ่งเป็นกลุ่มเจ้าของร้านในท้องถิ่น ได้แก่ คนขายยา ช่างทำรองเท้า ช่างตัดเสื้อ และเจ้าของร้านอาหาร…

เช้าวันอังคารที่ 6 กันยายน 2492 หลังทานอาหารเช้าที่คุณแม่จัดให้…อุนรูห์มุ่งมั่นจะลงมือสร้าง “ถนนแห่งความตาย” เขาออกไปตระเวนสังหารผู้คนไป 13 ราย บาดเจ็บอีก 3 รายในเวลา 20 นาที

การลงมือสังหารหมู่วันนั้น… ตำรวจบันทึกไว้อย่างละเอียด

…จิตใจอัดแน่นไปด้วยความโกรธ อุนรูห์ถือปืนลูเกอร์และกระสุน สวมชุดสูทสีน้ำตาล เสื้อเชิ้ตสีขาวผูกหูกระต่ายลายทาง และรองเท้าบู๊ตของกองทัพเดินตัดสวนหลังบ้าน

กระสุนนัดแรกระเบิดเปรี้ยง พุ่งไปที่ร่างของคนส่งขนมปังในรถบรรทุก แต่กระสุนพลาดเป้า

จากนั้น…เดินเข้าไปในร้านทำรองเท้าและยิงเข้าที่อกของช่างทำรองเท้าวัย 27 ปีที่อยู่ในรายชื่อของเขา โดยไม่พูดอะไรสักคำ

ยมทูตพร้อมปืนปรี่เข้าไปในร้านตัดผมข้างๆ ช่างตัดผมวัย 33 ปี กำลังตัดผมเด็กวัย 6 ขวบ ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัดผม ลั่นกระสุนใส่เด็กชาย ตามด้วยกระสุนนัดที่ 2 พุ่งไปที่ร่างของช่างตัดผม

กลับมาที่ถนน ยิงเด็กชายที่หน้าต่างแต่พลาดไป จากนั้นเขาก็ยิงเข้าไปในร้านกาแฟ ฝั่งตรงข้ามถนนที่นายเองเกลเป็นเจ้าของ

มือปืนบ้าเลือดบรรจุกระสุนใหม่และมุ่งหน้าไปยังร้านขายยาของนายโคเฮน เป้าหมายหลัก และเป็นเพื่อนบ้านที่แสนจะชิงชัง

เมื่อเข้าไปข้างในร้านขายยา คนแรกที่ถูกสังหาร คือ โรส ภรรยาของโคเฮน วัย 38 ปี ขณะที่เธอซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้า จากนั้นลั่นไกใส่มินนี โคเฮน วัย 63 ปีซึ่งพยายามแจ้งตำรวจ ก่อนที่เขาจะยิงมอริซ โคเฮน วัย 40 ปี บนหลังคาระเบียง

หลังจากนั้น อุนรูห์ตระเวนไปตามถนน แวะไปร้านค้า สังหารผู้คนในเช้าวันนั้นรวม 13 ศพ (เหยื่อรายอื่นๆ ผู้เขียนไม่ขอกล่าวถึง)

มือสังหาร…ยิงผู้คนจนหมดกระสุน วิ่งกลับบ้านและขังตัวเองไว้ในห้องนอนบนชั้น 2 ตำรวจกล่าวว่าฆาตกรรายนี้ต้องบรรจุกระสุนใหม่อย่างน้อย 4 ครั้งอย่างใจเย็นเพื่อสังหารเหยื่อ

ตำรวจมาล้อมบ้าน อุนรูห์สาดกระสุนออกมาใส่ตำรวจ กำลังเสริมของตำรวจมาปิดล้อมพร้อมอาวุธและแก๊สน้ำตา ตำรวจระดมยิงพร้อมทั้งใช้แก๊สน้ำตาอย่างหนัก อุนรูห์ถูกจับกุม

เมื่อต้องชี้แจงในศาล…เขายืนยันว่า “ฉันดีใจที่ทำสำเร็จ เพื่อนบ้านรังแกฉันมาหลายเดือนแล้ว และเมื่อฉันกลับมาถึงบ้านเมื่อคืนนี้ และพบว่าประตูบ้านถูกยึด ฉันจึงตัดสินใจยิงพวกเขาทั้งหมดเพื่อจะได้ประตูที่ถูกต้อง”

อุนรูห์กลายเป็นบุคคลแรกๆ ในแวดวงอาชญาวิทยาถือเป็นบทเริ่มต้นของเรื่องราวในสังคมอเมริกันที่น่าเศร้า เกี่ยวกับชายขี้โมโหใช้ปืนก่อเหตุสังหารหมู่

อันที่จริง มีเหตุสังหารหมู่เกิดขึ้นในอเมริกามาก่อนหน้านี้แล้ว มือสังหารรายนี้ได้รับการประณามว่าเป็น “หมาป่าเดียวดาย” (Lone Wolf) คนแรก ต่อมา…กลายเป็นคำเรียกผู้ที่ “คิด-ลงมือก่อเหตุรุนแรงคนเดียว” โดยไม่มีทีมงาน เพื่อเก็บทุกอย่างเป็นความลับ ซึ่งแทบจะไม่สามารถป้องกันได้เลย

หลังก่อเหตุแล้วพบว่า…เขาเรียนรู้วิธีการใช้อาวุธในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำหน้าที่เป็น “พลยิงปืนรถถัง” ที่ได้รับการยกย่อง ผู้บังคับบัญชาของเขากล่าวว่าเขาปฏิบัติตามคำสั่งอย่างดี

สิ่งที่แปลก แตกต่างไปจากทหารคนอื่น คือ ในระหว่างการสู้รบ เขาได้จดบันทึกชาวเยอรมันทุกคนที่เขาสังหารอย่างพิถีพิถัน จดบันทึกวัน ชั่วโมง และสถานที่ เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

พลทหารอุนรูห์จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับศพอย่างละเอียดจนน่าตกใจ น้องชายของอุนรูห์บอกผู้สื่อข่าวว่า เขาไม่เหมือนเดิมหลังปลดประจำการจากกองทัพ ไม่มีประวัติป่วยทางจิต ไม่ดื่ม ไม่สูบบุหรี่

เขามีนิสัยที่เคร่งครัด ไม่สามารถยอมรับความคับข้องใจหรือผู้คนปฏิบัติต่อเขาไม่ดีเท่าที่เขาต้องการ รู้สึกโดดเดี่ยว หลังจากปลดประจำการ ไปเข้าศึกษาในคณะเภสัชศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยเทมเพิล (Temple U.) หากแต่เรียนได้ราว 3 เดือนก็ไม่เข้าเรียนอีก กลายเป็นคนว่างงาน

อุนรูห์ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคจิตเภทแบบหวาดระแวงโดยนักจิตวิทยาและพบว่าเป็นบ้า ทำให้เขารอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีทางอาญา ถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลจิตเวชเทรนตัน ถูกจองจำราว 60 ปี จนกระทั่งเสียชีวิต คำพูดต่อสาธารณะครั้งสุดท้ายที่เขาบอกกับนักจิตวิทยาคือ “ฉันจะฆ่าคนเป็นพันถ้าฉันมีกระสุนเพียงพอ”

อุนรูห์ มือสังหาร 13 ศพ เสียชีวิตในเรือนจำเมื่ออายุ 88 ปี