หน้าแรก บทความ ‘ฮ่องกง’กับ‘ห...

‘ฮ่องกง’กับ‘หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง’

10.10.23 | 12:04 น.
‘ฮ่องกง’กับ‘หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง’ 2023 เป็นปีที่ครบรอบ 10 ปีของการริเริ่มยุทธศาสตร์

2023 เป็นปีที่ครบรอบ 10 ปีของการริเริ่มยุทธศาสตร์ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” (一帶一路)
ประมาณ 70 ประเทศทั่วโลกได้ร่วมโครงการ แต่ฮ่องกงเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน กลับมีส่วนร่วมน้อยมาก และน้อยกว่าประเทศอื่น กรณีเป็นเหตุผลทางประวัติศาสตร์ และปัญหาของสภาพจิตใจ กล่าวคือ เป็นยุทธศาสตร์ตะวันออก และเป็นเวลานานมาแล้ว “คนฮ่องกง” เคยชินและดำรงชีวิตอยู่กับวัฒนธรรมตะวันตก อันเนื่องถูกปกครองด้วยสหราชอาณาจักร จึงรับประเพณีของตะวันตกไปเต็มๆ
ระยะเวลา 100 ปี ตั้งแต่บรรพบุรุษ ไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน ดำรงชีวิตแบบตะวันตก เกือบทุกอย่างได้กลายเป็น “ฝรั่ง” ไปหมด เหลือไว้ซึ่งเม็ดเลือดในร่างกายยังเป็น “จีน” อยู่เท่านั้น
“หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ริเริ่มเมื่อปี 2013 เพื่อผลักดันการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับโลก

ทั้งนี้ เริ่มต้นตั้งแต่จีนแผ่นดินใหญ่ โดยผ่าน “เส้นทางสายไหม” ทางบก สิ้นสุดที่ยุโรป คือ
1.ผ่านเส้นทางเอเชียกลาง และรัสเซียถึงยุโรป
2.เริ่มต้นที่ซิงเจียง ผ่านปากีสถาน ถึงมหาสมุทรอินเดีย เอเชียกลางและเอเชียตะวันตก ถึงอ่าวเปอร์เซียและประเทศที่เรียบฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปยังประเทศที่กำลังพัฒนา เพื่อแสวงหาความร่ำรวยร่วมกัน เป้าหมายมิได้เพื่อบริการแก่ตะวันตก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ได้ปรับตัวเพื่อให้ก้าวทันโลก และที่สำคัญคือการตอบสนองวัตถุประสงค์ของประเทศมาตุภูมิ คือ “สาธารณรัฐประชาชนจีน”
ดังนั้น เมื่อวันที่ 13 กันยายน รัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกงจึงได้จัดการประชุมสุดยอดเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ดังกล่าว เรียกว่า “ฟอรั่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางเพื่อความร่วมมือนานาชาติ” (Belt and Road Forum for International Cooperation) วัตถุประสงค์หลักเพื่อกำหนดสถานะและหน้าที่การพัฒนาเศรษฐกิจ

รองนายกรัฐมนตรีติง ซิเสียง ได้กล่าวสุนทรพจน์ผ่านวีดิทัศน์ในการประชุมด้วย พอสรุปสาระสำคัญได้ว่า “ขอให้ฮ่องกงสร้างความร่วมมือกับภูมิภาคในเชิงลึก และฝากความหวังไว้อีก 4 ข้อ คือ บรรลุเป้าหมายการเงินการคลัง มุ่งเน้นการบริการแบบครบวงจร การศึกษาและพัฒนามนุษย์ในเชิงลึก และความเข้าใจซึ่งกันและกันส่วนโลกตะวันตกเคารพตนเอง ไม่ให้เกียรติผู้อื่น เช่น พฤติการณ์ที่มีอคติและเข้าใจผิดๆ ต่อโลกอิสลาม ฉะนั้น ฮ่องกงต้องพัฒนาจิตใจคนให้เข้าใจซึ่งกัน ควรต้องละเลิกทัศนคติแบบตะวันตกให้หมดสิ้น และต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ทำความเข้าใจเรื่องต่างภูมิภาคและความทันสมัย” มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 6 พันคน จาก 70 ประเทศ ได้ร่วมลงนามใน MOU จำนวนมากเป็นประวัติการณ์ สะท้อนให้เห็นว่า “ฮ่องกง” ได้เข้าสู่เวทีโลกโดยสมบูรณ์

ภายใต้ยุทธศาสตร์ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ประเทศจีนได้เซ็นสัญญาความร่วมมือทางเศรษฐกิจกว่า 200 ฉบับกับ 150 ประเทศ และกว่า 30 องค์กร และปักกิ่งกำหนดจัดประชุมสุดยอดสมัยที่ 3 ในเดือนตุลาคม
ด้าน 1 ฉลองยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางครบรอบ 10 ปี
อีกด้าน 1 ปรึกษาหารือความร่วมมือเกี่ยวกับการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง

ตัดกลับไปเมื่อ 200 ปีก่อน ประเทศตะวันตกเป็นผู้นำระบบเศรษฐกิจทั่วโลก เป็นต้นว่า ห่วงโซ่อุตสาหกรรม ไม่ว่าการผลิต การบริโภค ผลประโยชน์ล้วนตกแก่ตะวันตก เพราะเป็นศูนย์กลาง
ส่วนยุทธศาสตร์ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” มีความแตกต่างกันมาก คือ “เป็นการแพร่กระจายไปทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ ณ มุมใดของโลกสามารถรับรู้มีความสัมพันธ์ รับผลประโยชน์ได้เช่นกัน”
กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือระบบเศรษฐกิจ ที่ขยายวงกว้างเพื่อให้คนทั่วโลกได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน
หัวใจของหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางคือ การเชื่อมต่อโครงข่าย สื่อสารสัมพันธ์ซึ่งกัน การปรับปรุงการพัฒนาร่วมกัน ความจริงก็คือ “โลกาภิวัตน์” เวอร์ชั่นจีนนั่นเอง เช่นนำเอาภูมิภาคและตลาดที่มีศักยภาพในการพัฒนามารวมเข้ากับระบบเศรษฐกิจโลก น่าจะมีโอกาสช่วยให้จีนกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของโลกอีกแห่งหนึ่ง

Advertisement

เวลา 10 ปีที่ผันผ่าน บทบาทของ “ฮ่องกง” เกี่ยวกับการริเริ่ม “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” มีน้อยมาก เพราะยังไม่มีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับวัฒนธรรมการทำธุรกิจ จึงตกอยู่ในสภาพที่อยากลองแต่กลัวความเสี่ยง
อย่างไรก็ตาม คนฮ่องกงต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” และควรต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ เพื่อรับรู้ถึงเหตุการณ์ต่างภูมิภาคและความทันสมัย เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเขตปกครองพิเศษฮ่องกงให้มีความเจริญรุ่งเรืองต่อไป
เชื่อว่า “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” มีแนวโน้มเติบโตเป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจตะวันออก”