เศรษฐกิจสุขภาพ : หมุดหมายประเทศไทย

เศรษฐกิจสุขภาพ : หมุดหมายประเทศไทย

เศรษฐกิจสุขภาพ : หมุดหมายประเทศไทย

รัฐบาลโดยการนำของพรรคเพื่อไทยได้แถลงนโนบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 11-12 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา สำหรับผู้เขียน ในฐานะคนทำงานในแวดวงสาธารณสุข ก็ให้สนใจในมิติที่เกี่ยวข้องคือ นโยบายด้านสาธารณสุข ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของคนไทย

ความน่าสนใจของนโยบายด้านสาธารณสุขในครั้งนี้คือการประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว จะเปลี่ยนจาก “กระทรวงขอเงินเป็นกระทรวงสร้างรายได้” ปรับหมุดหมาย ใช้จุดแข็งด้านสุขภาพเพื่อยกระดับสู่การสร้างรายได้ จะปรับเปลี่ยนให้กระทรวงสาธารณสุขยุคใหม่เป็นกระทรวงด้านเศรษฐกิจที่จะสร้างเงินให้ประเทศ

นโยบายรัฐบาลสอดรับและเป็นไปในทิศทางเดียวกับเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 ที่มุ่งพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพสูง คือ เป้าหมายที่ 1) การปรับโครงสร้างภาคการผลิตและบริการสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม โดยการใช้นวัตกรรมในการผลิตสินค้า และจัดบริการทางการแพทย์และสุขภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เป้าหมายที่ 2) การพัฒนาคน สำหรับโลกยุคใหม่ที่มีสมรรถนะสูงทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการยกระดับขีดความสามารถบริการทางการแพทย์และสุขภาพ เป้าหมายที่ 3) การมุ่งสู่สังคมแห่งโอกาสและความเป็นธรรม ในการลดผลกระทบต่อการเข้าถึงบริการทางสาธารณสุขของคนไทย และเป้าหมายที่ 4) การเสริมสร้างความสามารถของประเทศ ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงภายใต้บริบทโลกใหม่ ในการวางแนวทางการพัฒนาระบบบริหาร จัดการภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพและระบบบริการสุขภาพ นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติที่สำคัญในด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น เช่น อุตสาหกรรมการแพทย์แบบครบวงจร อุตสาหกรรมทางการแพทย์และบริการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ เป็นต้น

Advertisement

ธุรกิจบริการสุขภาพนับเป็นหนึ่งในหลายธุรกิจที่มีบทบาทสําคัญต่อการพัฒนาภาคบริการและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วธุรกิจการให้บริการและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เป็นแหล่งสร้างรายได้ เข้าสู่ประเทศ (Product of Excellence) จะประกอบด้วย 3 ธุรกิจหลัก คือธุรกิจบริการทางการแพทย์ ธุรกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพและสมุนไพรไทยและธุรกิจบริการส่งเสริมสุขภาพซึ่งได้แก่ บริการนวดไทยและสปา รวมทั้ง ก่อเกิดรายได้ต่อเนื่องกับอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น ซึ่งนับเป็นผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศทั้งระบบ

จากจุดแข็งของประเทศไทยนี้เอง ที่กลายมาเป็นความท้าทายและโอกาสของภาคธุรกิจของประเทศ ซึ่งรัฐบาลส่งเสริมสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism)

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีทีบี หรือ ttb analytics คาดการณ์ว่าในปี 2566 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) ของไทยจะทำรายได้สูงเกือบ 2.5 หมื่นล้านบาท และระบุด้วยว่าการที่ไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์เนื่องจากเป็นประเทศที่มีการดูแลสุขภาพที่ดี มีความมั่นคงทางสุขภาพ สะท้อนจากดัชนีการจัดอันดับระบบดูแลสุขภาพ Global Health Security (GHS) Index 2021 ประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับที่ 5 ของโลกจากทั้งหมด 195 ประเทศ และเป็นอันดับที่ 1 ของเอเชีย

ทั้งนี้ มีหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุขที่ดำเนินการขับเคลื่อนงานด้านเศรษฐกิจสุขภาพมาอย่างเข้มแข็ง และต่อเนื่องคือ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพที่ดูแลเรื่องของธุรกิจบริการสุขภาพนวด สปา กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ ทางเลือกดูแลเรื่องสมุนไพรไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมการแพทย์ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม แม้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพด้วยการสร้างรายได้ นำเข้าจากต่างประเทศ แต่เราคงไม่ลืมเศรษฐกิจสุขภาพที่เป็นฐานราก อันเกิดจากภูมิปัญญาหรือศักยภาพของชาวบ้านและชุมชน ที่ควรได้รับการต่อยอดและยกระดับเพื่อสร้างงานและสร้างรายได้ให้ประชาชน โดยอาศัยวิถีทางสุขภาพของชุมชน ไงเล่าครับ

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image