สถานีคิดเลขที่ 12 : แข่งกับเวลา
นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม
ขณะที่รัฐบาลชุดปัจจุบันเริ่มทำงานหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา วันที่ 11-12 กันยายน
กาลเวลาล่วงมากว่า 1 เดือนแล้วได้ปรากฏงานที่เริ่มต้นด้วยดี
นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ทำตามที่พูดเอาไว้คือทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ทั้งการรักษาสัญญาตามที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงเอาไว้ ทั้งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน ทั้งเดินงานต่างประเทศ
และการดูแลงานในพื้นที่
ยกตัวอย่างการเดินสายเปิดประเทศให้โลกรู้ว่าประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลง
เปลี่ยนแปลงรัฐบาล เปลี่ยนแปลงนโยบาย
และชักชวนให้นานาชาติเข้ามาลงทุน
หลังเดินทางไปยูเอ็น กลับมาทัวร์อาเซียน แล้วกำลังจะไปจีน ซาอุฯ และอื่นๆ
ขณะที่เดินทางไปต่างประเทศ ภายในไทยเกิดปัญหาน้ำท่วมก็สั่งการให้รัฐมนตรีเป็นทัพหน้าไปดูแลประชาชนก่อน
จากนั้นนายกฯนำคณะเดินทางไปพบปะชาวบ้าน
ร่วมคิดร่วมวางแผนเพื่อป้องกันและบรรเทาอุทกภัย เดี๋ยวขึ้นเหนือ แล้ววกไปอีสาน แล้วกลับมาเหนืออีกรอบ
ถือเป็นนายกฯที่ชีพจรลงเท้า
ยังมีเรื่องความเป็นความตายของแรงงานไทยในอิสราเอล
ปรากฏตัวเลขคนไทยที่อยู่ที่นั่นประมาณ 30,000 คน ในพื้นที่เสี่ยงประมาณ 5,000 คน
นายเศรษฐาขยับตั้งแต่ข่าวคราวการสูญเสียของแรงงานไทยไม่เยอะ ให้ความสำคัญทั้งการเร่งอพยพ และเดินหน้าช่วยเหลือตัวประกัน
จนขณะนี้ได้วางเป้าหมายและวางแผนระดมเครื่องบินอพยพคนไทย คาดหวังว่าจะนำกลับไทยได้หมดภายในเดือนตุลาคม
ขณะที่งานงอกมีมาเรื่อยๆ แต่งานที่สัญญากับประชาชนก็ยังคืบหน้า
นายกฯตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ
แล้วยังมีคณะกรรมการขับเคลื่อนเงินดิจิทัล 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ที่จะมีความคืบหน้าวันที่ 19 ตุลาคม ถึงที่มาของเงิน รัศมีการใช้จ่าย และอื่นๆ
การทำงานของรัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐาต้องทำไม่หยุดเพราะมีความสำเร็จ-ล้มเหลวเป็นเดิมพัน
เป้าหมายคือ 4 ปีข้างหน้าเศรษฐกิจไทยต้องรุ่งเรืองอย่างสัมผัสได้
แต่ละนโยบายที่พรรคเพื่อไทยประกาศมีขั้นตอนต่างๆ ที่ต้องต่อจิ๊กซอว์ เพื่อให้เกิดความสำเร็จในที่สุด
วันนี้ได้ยินคำชี้แจงจากรัฐบาลเรื่องเป้าหมายผลักดันจีดีพีของประเทศให้เติบโตปีละ 5 เปอร์เซ็นต์บ่อยๆ
ตอบคำถามว่าทำไมต้องเชิญชวนต่างชาติมาลงทุน ทำไมต้องกระตุ้นท่องเที่ยว
และทำไมต้องกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ
เพราะการเติบโตทางเศรษฐกิจหมายถึงประเทศมีรายได้เพิ่ม และรายได้ที่เพิ่มจะช่วยให้ใช้จ่ายตามนโยบายเกิดผล
ดังนั้น ในช่วงเริ่มต้นจึงมองเห็นหลายโครงการที่ต้องออกแรงกระตุ้นกันยกใหญ่หลังจากประเทศไทยเหมือนแมวหลับมาหลายปี
มองจากมุมนี้นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต แจกหัวละ 10,000 บาท ถือว่ามีความสำคัญในช่วงสตาร์ต
ถือเป็นบิ๊กแบงการใช้จ่ายในช่วงต้นปีหน้า
อย่าลืมว่าพอเข้าเดือนกุมภาพันธ์ปี 2567 รัฐบาลก็ใช้เวลาดำรงตำแหน่งไป 5 เดือนแล้ว ขณะที่วาระของรัฐบาลมี 4 ปี
ทุกจังหวะก้าวของนายเศรษฐา และรัฐบาลที่หลายคนคิดว่าเร็ว
แต่หากต้องการความสำเร็จตามที่สัญญาไว้กับประชาชน ยังถือว่าต้องรักษาสปีดเอาไว้
ยังมีอีกหลายอย่างต้องทำ
ทุกอย่างล้วนสำคัญ ทุกอย่างต้องทำแข่งกับเวลา
นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]

