สถานีคิดเลขที่ 12 : แข่งกับเวลา

17.10.23 | 12:47 น.

สถานีคิดเลขที่ 12 : แข่งกับเวลา

นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม

ขณะที่รัฐบาลชุดปัจจุบันเริ่มทำงานหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา วันที่ 11-12 กันยายน

กาลเวลาล่วงมากว่า 1 เดือนแล้วได้ปรากฏงานที่เริ่มต้นด้วยดี

นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ทำตามที่พูดเอาไว้คือทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ทั้งการรักษาสัญญาตามที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงเอาไว้ ทั้งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน ทั้งเดินงานต่างประเทศ

Advertisement

และการดูแลงานในพื้นที่

ยกตัวอย่างการเดินสายเปิดประเทศให้โลกรู้ว่าประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลง

เปลี่ยนแปลงรัฐบาล เปลี่ยนแปลงนโยบาย

และชักชวนให้นานาชาติเข้ามาลงทุน

หลังเดินทางไปยูเอ็น กลับมาทัวร์อาเซียน แล้วกำลังจะไปจีน ซาอุฯ และอื่นๆ

ขณะที่เดินทางไปต่างประเทศ ภายในไทยเกิดปัญหาน้ำท่วมก็สั่งการให้รัฐมนตรีเป็นทัพหน้าไปดูแลประชาชนก่อน

จากนั้นนายกฯนำคณะเดินทางไปพบปะชาวบ้าน

ร่วมคิดร่วมวางแผนเพื่อป้องกันและบรรเทาอุทกภัย เดี๋ยวขึ้นเหนือ แล้ววกไปอีสาน แล้วกลับมาเหนืออีกรอบ

ถือเป็นนายกฯที่ชีพจรลงเท้า

ยังมีเรื่องความเป็นความตายของแรงงานไทยในอิสราเอล

ปรากฏตัวเลขคนไทยที่อยู่ที่นั่นประมาณ 30,000 คน ในพื้นที่เสี่ยงประมาณ 5,000 คน

นายเศรษฐาขยับตั้งแต่ข่าวคราวการสูญเสียของแรงงานไทยไม่เยอะ ให้ความสำคัญทั้งการเร่งอพยพ และเดินหน้าช่วยเหลือตัวประกัน

จนขณะนี้ได้วางเป้าหมายและวางแผนระดมเครื่องบินอพยพคนไทย คาดหวังว่าจะนำกลับไทยได้หมดภายในเดือนตุลาคม

ขณะที่งานงอกมีมาเรื่อยๆ แต่งานที่สัญญากับประชาชนก็ยังคืบหน้า

นายกฯตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ

แล้วยังมีคณะกรรมการขับเคลื่อนเงินดิจิทัล 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ที่จะมีความคืบหน้าวันที่ 19 ตุลาคม ถึงที่มาของเงิน รัศมีการใช้จ่าย และอื่นๆ

การทำงานของรัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐาต้องทำไม่หยุดเพราะมีความสำเร็จ-ล้มเหลวเป็นเดิมพัน

เป้าหมายคือ 4 ปีข้างหน้าเศรษฐกิจไทยต้องรุ่งเรืองอย่างสัมผัสได้

แต่ละนโยบายที่พรรคเพื่อไทยประกาศมีขั้นตอนต่างๆ ที่ต้องต่อจิ๊กซอว์ เพื่อให้เกิดความสำเร็จในที่สุด

วันนี้ได้ยินคำชี้แจงจากรัฐบาลเรื่องเป้าหมายผลักดันจีดีพีของประเทศให้เติบโตปีละ 5 เปอร์เซ็นต์บ่อยๆ

ตอบคำถามว่าทำไมต้องเชิญชวนต่างชาติมาลงทุน ทำไมต้องกระตุ้นท่องเที่ยว

และทำไมต้องกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ

เพราะการเติบโตทางเศรษฐกิจหมายถึงประเทศมีรายได้เพิ่ม และรายได้ที่เพิ่มจะช่วยให้ใช้จ่ายตามนโยบายเกิดผล

ดังนั้น ในช่วงเริ่มต้นจึงมองเห็นหลายโครงการที่ต้องออกแรงกระตุ้นกันยกใหญ่หลังจากประเทศไทยเหมือนแมวหลับมาหลายปี

มองจากมุมนี้นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต แจกหัวละ 10,000 บาท ถือว่ามีความสำคัญในช่วงสตาร์ต

ถือเป็นบิ๊กแบงการใช้จ่ายในช่วงต้นปีหน้า

อย่าลืมว่าพอเข้าเดือนกุมภาพันธ์ปี 2567 รัฐบาลก็ใช้เวลาดำรงตำแหน่งไป 5 เดือนแล้ว ขณะที่วาระของรัฐบาลมี 4 ปี

ทุกจังหวะก้าวของนายเศรษฐา และรัฐบาลที่หลายคนคิดว่าเร็ว

แต่หากต้องการความสำเร็จตามที่สัญญาไว้กับประชาชน ยังถือว่าต้องรักษาสปีดเอาไว้

ยังมีอีกหลายอย่างต้องทำ

ทุกอย่างล้วนสำคัญ ทุกอย่างต้องทำแข่งกับเวลา

นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]