หน้าแรก บทความ วิถีแห่งกลยุท...

วิถีแห่งกลยุทธ์ : น้าว เกาทัณฑ์ จับโจร เอา ‘หัวโจก’ กระหน่ำ สลาย

19.10.23 | 14:15 น.
วิถีแห่งกลยุทธ์ : น้าว เกาทัณฑ์ จับโจร เอา ‘หัวโจก’ กระหน่ำ สลาย

เอียนเจาหวางบัญชาให้แม่ทัพเยว่อี้ไปตีรัฐฉีกระทั่งกำชัยเหนือรัฐฉีและยึดเมืองเกือบทั้งหมดมาอยู่ในอาณัติ
เหลือแต่เมืองจี๋โม่ซึ่งต่อกรอย่างเข้มแข็ง ไม่มีอ่อนข้อ
เยว่อี้วิเคราะห์ว่าแทนที่จะรีบโจมตีอย่างรวบรัดสบัดพล น่าจะใช้วิธีเกลี้ยกล่อมให้ยินยอมพร้อมใจ
เพราะ 70 กว่าเมืองของรัฐฉีสามารถยึดครองได้อย่างเบ็ดเสร็จแล้ว
คงเหลือเพียงจวี่กับจี๋โม่ หากปิดล้อมอย่างรอบคอบและรัดกุมก็คงไม่พ้นมือ ต้องจำนนอย่างแน่นอน
สถานการณ์ของจี๋โม่จึงมีการแปรเปลี่ยน

หลังเจ้ามืองจี๋โม่คนเดิมตาย เหล่าทหารตระหนักดีว่าเถียนตันเป็นคนมีความสามารถในการทำศึก
จึงพร้อมใจกันยกตำแหน่ง “แม่ทัพ” ให้
เถียนตันเห็นว่าถ้าจะรบเอาชนะทัพของรัฐเอียนได้จะต้อง “กำจัด” และ “ขจัด” เยว่อี้ออกไป
กลยุทธ์แรกของเถียนตัน คือ การแพร่ “ข่าว”
โดยส่งคนไปปล่อยข่าวลือที่รัฐเอียนว่า แท้จริง เยว่อี้สามารถทำลาย 70 กว่าเมืองในรัฐฉีในเวลาเพียง 6 เดือน
แต่ที่ไม่รีบตีจวี่และจี๋โม่เพราะมี “แผน”
เป็นแผนในการสมคบคิดกับคนแห่งรัฐฉี เพื่อปราบดาภิเษกตนเองขึ้นเป็น “หวาง” ในที่สุด
ได้ผลหรือไม่

สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย แห่งหนังสือ “36 กลอุบาย” ระบุว่า เอียนเจาหวังเมื่อทราบข่าวลือนี้กลับไม่ยอมฮุบเหยื่อ
ทรงยืนยันว่า เยว่อี้ มีความดีความชอบ
หากเยว่อี้อยากเป็นหวังก็ไม่น่าจะมีปัญหา จึงส่งคนไปพบเยว่อี้ที่แนวหน้ารัฐฉีแจ้ง “ข่าวลือ” นี้ให้ทราบ
พร้อมยืนยัน “เอียนเจาหวังมิได้ระแวงแคลงใจเยว่อี้”
เยว่อี้เมื่อทราบเรื่องก็ตกใจเป็นอย่างมากแจ้งกับคนของเอียนเจาหวังว่า “ข้าซาบซึ้งในพระคุณของท่านหวังเป็นอย่างมากและจะจงรักภักดีต่อเอียนเจาหวังและรัฐเอียนตลอดไป
เหตุที่ยังไม่รีบตีและยึดจวี่และจี๋โม่เพราะรอจังหวะที่เหมาะสมอยู่”

จากนั้นไม่นานเอียนเจาหวังก็สิ้นพระชนม์ อำนาจในสถานะแห่งเอียนหวังตกเป็นของ “เอียนฮุ่ยหวัง”
เห็นเช่นนั้นเถียนตันก็ดำเนินกลยุทธ์ “เดิม”
ส่งคนไปปล่อยข่าวว่าเยว่อี้แม้จะจงรักภักดีต่อเอียนเจาหวังแต่ไม่มีเยื่อใยกับเอียนฮุ่ยหวัง
ตอนนี้ก็คุม “กองกำลัง” อยู่ หากก่อการก็จะไม่มีใครรับมือได้
เอียนฮุ่ยหวังคิดต่างมองต่างไปจากเอียนเจาหวัง จึงมีโองการปลดเย่วอี้ออกจากตำแหน่ง “แม่ทัพ”
ส่งซือฉีเจี๋ยคนของตนไปเป็น
เพียงแค่นี้เยว่อี้ก็รู้ว่าเอียนฮุ่ยหวังไม่ไว้ใจตน ถ้าเดินทางกลับรัฐเอียนก็อาจถูกประหาร
จึงหนีกลับไปยังรัฐเจ้าอันเป็นบ้านเกิด

ระหว่างแม่ทัพเยว่อี้ กับแม่ทัพซือฉีเจี๋ย มีกระบวนท่าในการบริหารจัดการทัพแตกต่างกัน
ราวขาว กับดำ
เมื่อขึ้นคุมทัพก็เปลี่ยนแปลง “ทุกคำสั่ง” ของเยว่อี้ แล้วบัญชาให้ทหารรีบรุกเข้าตีและยึดเมือง
ที่ซือฉีเจี๋ยต้องเผชิญคือเถียนตัน
เป็นไปได้ว่าระหว่างที่เถียนตันเล่นยุทธการ “ปล่อยข่าว” เพื่อสร้างความแตกแยกก็จัดระบบทัพอย่างรัดกุม
ทัพเอียนพ่ายแพ้ยับเยิน ซือฉีเจี๋ยตายในการสู้รบ
เถียนตันนำทัพที่เหลืออยู่ของจี๋โม่รุกเข้ายึดดินแดนที่ทัพเอียนแย่งยึดไปได้ก่อนหน้านี้กลับมาได้หมดสิ้น
ถามว่าทั้งหมดเป็น “กลยุทธ์” อะไร

Advertisement

ออกสำเนียงจีนตามแบบ สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย ย่อมเป็น “ฉิน เจ่ย หวัง” แปลตามอักขระออกมาเป็นสำนวนไทย
จับ “โจร” ต้องจับ “หัวหน้า”
การทำลายกำลังของ “ข้าศึก” ต้องมุ่งตัว “หัวหน้า” ให้ได้ เมื่อไม่มีตัว “ผู้นำ” ในที่สุดเขาก็ต้องยอมแพ้
เป็นไปตามบทสรุปของ ประดิษฐ์ พีระมาน
รบ โจร จับ หัวหน้า เป็นกลยุทธ์การบเพื่อพิชิตศึกด้วยการจับตัว หัวหน้าโจร หรือแม่ทัพ
หากจับตัว “หัวหน้าโจร” หรือ “แม่ทัพ” ได้
การศึกจะยุติ แล้วยังได้ “รี้พล” ของ “ข้าศึก” มาเป็นพวกอีกด้วย

เรื่องนี้มีที่มาดังอรรถาธิบายแห่ง สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย จากบทกวีของตู้ฝู่ในสมัยราชวงศ์ถัง
“ยิงคนควรยิงม้าก่อน จับโจรควรจับหัวหน้า”
เวลาต่อสู้กับศัตรูต้องมุ่งทำลายฐานที่มั่นที่สำคัญด้วย แม้คู่ต่อสู้จะมีกำลังเหนือกว่าเรามาก แต่ถ้าฝ่ายเราสามารถจับกุมหรือทำลายบุคลากร “หลัก”
โดยเฉพาะคนที่เป็น “หัวหน้า” ได้ เราก็จะสามารถเอาชนะได้
คำว่า “หัวหน้า” ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีตำแหน่งหรือมีอำนาจสูงสุด แต่ต้องเป็นบุคคลที่มีความสำคัญและฝ่ายเราเกรงกลัว
เพราะเป็นผู้ที่มีความชำนาญในการรบ กลยุทธ์เยี่ยม และเป็นอันตราย

การขจัดบุคคลสำคัญของฝ่ายศัตรูไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ลงมือฆ่าหรือจับกุมตัวเขา แต่สามารถใช้กลอุบายในการกำจัดได้
มีตัวอย่างในประวัติศาสตร์มากมาย
เช่น เหตุการณ์ที่จิวยี่หลอกให้โจโฉฆ่านายทหารที่มีความสามารถในการฝึกทหารเรือ
แต่การใช้ “ข่าวลือ” ก็ส่งผลสะเทือน
ดังในกรณีที่ขงเบ้งปล่อยข่าวลือจากจกก๊กเพื่อให้โจยอยปลดสุมาอี้ออก
จากตำแหน่ง
“จัง ซิง แซ” เรียกว่า “การใส่ร้ายป้ายสี”
ผู้ชนะย่อมเป็นราชา ผู้แพ้ย่อมเป็นโจร ความหมายของคุณธรรมและเมตตาธรรมย่อมพลิกเปลี่ยนไปตามสถานการณ์
ว่าชนะ หรือพ่ายแพ้

ตามวิถีแห่ง บุญศักดิ์ แสงระวี จักต้องตีข้าศึกในจุดที่เป็นหัวใจของกองทัพเพื่อสลายพลัง
“มังกรสู้บนปฐพี ก็อับจนหมดหนทาง”
เปรียบประดุจมังกรในทะเลขึ้นมาสู้กับศัตรูบนพื้นแผ่นดินก็จักปราชัยได้โดยง่าย
คำนี้เดิมพบใน “คัมภีร์อี้จิง ดิน”
โดยแฝงความนัยว่า “จับโจรให้เอาตัวหัวโจก” อันเป็นกลอุบายใช้วิธี “ตีงูให้ตีหัว”
“จับโจรจับหัวโจก” มาจากบทกวีของตู้ฝู่
“น้าวเกาทัณฑ์ต้องให้ตึง ลูกเกาทัณฑ์ควรจักยาว ยิงคนควรยิงม้า จับโจรเอาหัวโจก”
หักความแข็งแกร่ง เอาตัวหัวโจกให้แตกสลาย