หน้าแรก บทความ สะพานแห่งกาลเ...

สะพานแห่งกาลเวลา : ‘QR’ ย่อมาจากอะไรกัน? โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

13.11.23 | 13:56 น.

ทุกวันนี้เราพบเห็น “คิวอาร์โค้ด” (QR code) กันบ่อยๆ ในหลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การชำระเงิน ไปจนถึงการใช้เพื่อเข้าถึงข้อมูลในเว็บไซต์หนึ่งๆ ตามที่เราอยากได้ อยากรู้

แต่น้อยคนที่จะรู้ว่า ใครคือผู้คิดค้น QR code ขึ้นมา คิดค้นขึ้นมาเพื่ออะไร แล้วก็จริงๆ แล้ว QR ย่อมาจากคำว่าอะไรกัน

วาฮิด เบห์ซาแดน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ประจำมหาวิทยาลัยนิว เฮฟเวนในสหรัฐอเมริกา เล่าว่า คิวอาร์โค้ด เป็นผลงานการคิดค้นของ มาซาฮิโร ฮาระ วิศวกรที่ทำงานอยู่กับบริษัทผู้ผลิตอะไหล่รถยนต์ชื่อดังของญี่ปุ่นชื่อ
เดนโซ เวฟ (Denso Wave) เมื่อปี 1994

จุดมุ่งหมายเดิมนั้น มาซาฮิโร ฮาระ คิดค้นรหัสสองมิติแบบนี้ขึ้นมาสำหรับใช้เพื่อติดตามชิ้นส่วนรถยนต์แต่ละชิ้นในระหว่างกระบวนการผลิตของบริษัทนั่นแหละ

เหตุผลที่ต้องพัฒนารหัสสองมิติขึ้นมาใหม่ ก็เพราะว่าข้อมูลจำเพาะของอะไหล่แต่ละชิ้นมีมากเกินกว่าที่ “บาร์โค้ด” มาตรฐานซึ่งเคยนิยมใช้กันแต่เดิมจะบรรจุได้

Advertisement

ฮาระ พัฒนาคิวอาร์โค้ดขึ้นมาจากบาร์โค้ดมาตรฐานเดิมนั่นแหละครับ แต่เพื่อให้บรรจุข้อมูลให้ได้มากขึ้นจึงใช้วิธีการเข้ารหัสเมตริกซ์แบบสองมิติ ดังนั้น ในบางครั้งถึงได้มีการเรียกคิวอาร์โค้ดว่า เมตริกซ์บาร์โค้ดสองมิติ (two-dimensional matrix barcode) หรือพูดง่ายๆ ว่า คิวอาร์โค้ดก็คือ บาร์โค้ด ชนิดหนึ่งที่ก้าวหน้ามากขึ้นนั่นเอง

ชื่อ QR code ได้มาจากคุณลักษณะประการหนึ่งของมัน นั่นคือ สามารถอ่านได้อย่างรวดเร็ว ก็เลยถูกตั้งชื่อให้ว่า รหัสที่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว หรือ quick-response code แต่นิยมเรียกกันสั้นๆ ว่าคิวอาร์โค้ดจนติดปาก แล้วก็ลืมๆ กันไปแล้วว่ามันย่อมาจากอะไร

คิวอาร์โค้ด ประกอบด้วย จุดสี่เหลี่ยมสีดำ จัดวางในกริดสี่เหลี่ยมบนพื้นหลังสีขาว ว่ากันว่ามาซาฮิโร ฮาระ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมวิจัยของเดนโซ เวฟ ในเวลานั้น ได้แรงบันดาลใจมาจากกระดานหมาก “โกะ” รูปสี่เหลี่ยมนั่นเอง

คิวอาร์โค้ด สามารถอ่านได้ด้วยอุปกรณ์อ่านภาพเช่น กล้องถ่ายรูปหรือเครื่องสแกน แล้วนำมาประมวลผลด้วยโปรแกรมที่เรียกว่า Reed-Solomon error correction จนสามารถถอดรหัสออกมาเป็นข้อมูลที่ต้องการ

เบห์ซาแดนบอกว่า คิวอาร์โค้ดคิดค้นขึ้นมาแล้วก็ใช้กันอยู่ในวงจำกัดเฉพาะในอุตสาหกรรมรถยนต์ แต่จริงๆ แล้ว มันสามารถประยุกต์ใช้ได้ในหลากหลายบริบท เพราะสามารถอ่านได้ง่าย อ่านได้ดีทั้งมุมเอียง มุมตรง แถมยังบรรจุข้อมูลได้มากขึ้นอีกต่างหาก

อย่างไรก็ตาม กว่าคิวอาร์โค้ดจะเป็นที่ยอมรับกันแพร่หลายเป็นวงกว้างก็เมื่อไม่นานมานี้นี่เอง

เบห์ซาแดนชี้ว่า สมาร์ทโฟน เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้คิวอาร์โค้ดใช้กันแพร่หลาย เพราะสมาร์ทโฟนมีกล้องซึ่งสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดได้โดยง่าย แต่อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้เทคโนโลยีนี้เป็นที่ยอมรับกันในแวดวงธุรกิจอย่างกว้างขวาง รวมถึงผู้บริโภคโดยรวมอีกด้วย เริ่มตั้งแต่ปี 2020 เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้

“โควิด-19 ผลักดันให้มีการใช้งานคิวอาร์โค้ดเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเพื่อการชำระเงินโดยไม่ต้องสัมผัส, ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเมนูอาหารได้โดยไม่จำเป็นต้องจับต้อง พลิกหน้าเมนู เรื่อยไปจนถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และอื่นๆ” เบห์ซาแดนระบุ

เบห์ซาแดนเชื่อว่า คิวอาร์โค้ดจะเป็นที่นิยมและใช้กันแพร่หลายและหลากหลายมากขึ้นต่อไปอีกหลายปี และจะยิ่งเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน

แต่เขาเตือนไว้ด้วยว่า ในเวลานี้ คิวอาร์โค้ดก็ถูกนำไปใช้ใน “ด้านมืด” แล้วเช่นเดียวกัน

ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงเมื่อไม่นานมานี้ก็คือ อาชญากรไซเบอร์กลุ่มหนึ่งใช้วิธีส่งข้อความพร้อมกับคิวอาร์โค้ดไปยังผู้รับ อ้างว่าเป็นบริษัทชิปปิ้ง แต่เมื่อสแกนคิวอาร์โค้ด ผลลัพธ์ที่ได้เป็นการเข้าสู่เว็บไซต์เพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคล

เบห์ซาแดนแนะนำว่า เพื่อหลีกเลี่ยงอาชญากรเหล่านี้ เราไม่ควรสแกนคิวอาร์โค้ดจากแหล่งที่ไม่รู้จักหรือสแกนสุ่มสี่สุ่มห้า และถ้าหากถูกคิวอาร์โค้ดนำไปสู่เว็บไซต์แปลกๆ ก็ต้องไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวลงไปในเว็บเหล่านั้น ปิดแล้วลบทิ้งได้ทันที

หรือไม่ก็ป้องกันด้วยการดาวน์โหลดแอพพ์สำหรับตรวจสอบคิวอาร์โค้ด (QR scanner app) ซึ่งจะเตือนเราได้ว่า คิวอาร์โค้ดไหนมีปัญหา

ทางที่ดีก็คือ หากไม่แน่ใจว่าคิวอาร์โค้ดนั้นๆ ปลอดภัยหรือไม่ ก็เว้นไปก่อน ไม่ต้องไปสแกนมันเป็นดีที่สุดครับ