หน้าแรก บทความ การสร้างคนให้...

การสร้างคนให้เป็นพลเมืองดี

13.12.23 | 14:17 น.

คนดีในสังคมไทยทุกวันนี้หาได้ยาก และเป็นสังคมเห็นจะอยู่กันลำบาก คนสมัยนี้ใช่ว่าจะไม่มีความรู้ อย่างน้อยก็เรียนจบมีความรู้ขั้นพื้นฐานระดับชั้นมัธยมขึ้นไป ทั้งที่ศึกษาจบมหาวิทยาลัยระดับ ปริญญาโท, ปริญญาเอก ทั้งในประเทศและนอกประเทศก็มีอยู่มากมาย เดินเกร่อแทบจะเดินชนกันตาย

ทั้งๆ ที่คนในบ้านเมืองเรามีคุณภาพความรู้ไม่น้อยหน้าใคร แต่ทำไมจึงมีเรื่องฉาวโฉ่หลายเรื่องหลายราวเกิดขึ้นแทบทุกวงการ แทบทุกวัน โดยเฉพาะความไม่เป็นธรรมในด้านกฎหมาย ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ฯลฯ

คนยุคก่อนเขาได้เรียนวิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรมกันมา ทำให้เขา มี IQ (Intelligence Quotient) เชาวน์ปัญญา ความฉลาด ในการประกอบสัมมาอาชีพ พอเพียงและพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ มี EQ (Emotion Quotient) ในการรู้ทันอารมณ์ รู้จักแยกแยะชั่วดี ไม่ประพฤติก้าวร้าวแสดงออกไปในทางรุนแรง และมี MQ (Moral Quotient) รู้จักหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีจิตอาสา เมตตาช่วยเหลือสังคมชุมชนที่ตนอยู่ คนในสังคมยุคก่อนจึงอยู่กันสงบสุข ปรองดองสามัคคี มีประเพณีวัฒนธรรมร้อยรัดผูกพัน

ต่างกับคนสมัยนี้ ไม่ได้เรียนวิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรม จึงมี IQ ความฉลาดใช้ในทางที่ผิด ขาด EQ ควบคุมอารมณ์ และ MQ เห็นแก่ตัว ไม่ซื่อสัตย์ บ้านเมืองจึงมีปัญหา นักการเมืองระดับชาติ นักการเมืองระดับท้องถิ่น และข้าราชการหลายคนคอร์รัปชั่น จนเป็นข่าวถูกฟ้อง ถูกเข้าคุก เป็นข่าวอยู่ในสื่อบ่อยๆ พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า ทุกข์เกิดที่ไหน ต้องแก้ทุกข์ที่นั่น เมื่อเรารู้ปัญหาของคนเกิดจากตรงไหน ก็ต้องเข้าไปแก้ตรงจุดนั้น คือการแก้ไขให้คนมี IQ, EQ และ MQ ของความเป็นพลเมืองดีในสังคมนั่นเอง

แล้วเราจะเริ่มตั้งต้นสร้างคนให้เป็นพลเมืองดีตรงจุดใดจึงจะประสบความสำเร็จ เหมือนการจะปลูกบ้านสักหลัง สิ่งแรกคือต้องเทฐานรากของบ้านให้แน่นหนาแข็งแกร่งก่อนจะขึ้นเสา และโครงบ้านเราก็จะได้บ้านที่สร้างขึ้นมาอย่างมั่นคงแข็งแรง ดังนั้น การตั้งต้นสร้างคนให้เป็นพลเมืองดีได้นั้น ก็น่าจะเริ่มให้การศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมอันเป็นฐานรากของการศึกษา ขึ้นไปถึงระดับชั้นมัธยมศึกษา และจนถึงระดับอุดมศึกษา มหาวิทยาลัย

Advertisement

เป็นการปูพื้นฐานคุณธรรม จริยธรรม จิตสำนึกในสิ่งถูกต้องดีงาม ความรับผิดชอบ และมีจิตอาสาช่วยเหลือสังคม ซึ่งจำเป็นต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังเยาว์วัย ให้ซึมลึกเข้าไปในกระดูกและสายเลือด จนเป็นคนมีระเบียบวินัย รู้รับผิดชอบในหน้าที่ มีหิริโอตตัปปะ คือมีความเกรงกลัวและละอายต่อบาป จะไม่ประพฤติและปฏิบัติตนไปในสิ่งผิดศีลธรรมทั้งในที่ลับและในที่แจ้ง

เป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ที่กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ รื้อฟื้นวิชาหน้าที่พลเมือง และศีลธรรมกลับมาสอนใหม่ในสถานศึกษา เพื่อปลุกจิตสำนึกให้รู้จักหน้าที่ตนเองและดำเนินชีวิตอยู่ในคุณธรรมและจริยธรรม ให้มีจิตเมตตา จิตอาสา ช่วยเหลือสังคม ผู้ด้อยโอกาส ฯลฯ

กระทรวงมหาดไทยน่าจะร่วมมือกับกรมศาสนา สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม ที่ดูแลพระภิกษุทั่วประเทศราวกว่า 2 แสนรูป ซึ่งในจำนวนพระภิกษุดังกล่าว รวมพระนักธรรม ชั้นตรี ชั้นโท ชั้นเอก และพระมหา (จบเปรียญ 3 ประโยคขึ้นไป) นิมนต์มาช่วยสอนหน้าที่พลเมืองและศีลธรรมในโรงเรียนต่างๆ เสริมเป็นพิเศษในหนังสือหน้าที่พลเมือง และศีลธรรม จะสอนเรื่องสังคม วัฒนธรรม สิทธิและหน้าที่พลเมืองและหลักธรรมของศาสนา สอนการประพฤติและปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การดำเนินชีวิตในการพัฒนาตนให้อยู่ในศีลในธรรม ฯลฯ

ควรจะนำมาพิจารณาปรับปรุงเนื้อหาให้ทันยุคทันสมัยในสังคมบ้านเมืองที่ได้เปลี่ยนแปลงไป เพิ่มเติมสาระการเลือกตั้ง ส.. และเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ความผิดในการซื้อสิทธิขายเสียง ฯลฯ เพิ่มเติม เรื่องระเบียบวินัยการรักษาความสะอาด กวาดเก็บขยะมูลฝอย การรักษาสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ภาวะโลกร้อน การไม่เผาป่าให้เกิดควันมลพิษ PM2.5 และเรื่องการป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชั่น เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องยาเสพติด บุหรี่มวน บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งกำลังระบาดหนักในหมู่นักเรียน เยาวชน และนักศึกษา อันเป็นเหตุปัจจัยนำไปสู่ยาเสพติด ยาบ้า ยาไอซ์ และยาอี ในที่สุด ทำให้ประเทศชาติต้องมาสูญเสียทรัพยากรบุคคลไปอย่างน่าเสียดายยิ่ง ควรจะนำมาบรรจุอยู่ในวิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรมด้วย ถ้าสถานศึกษา ในโรงเรียนทุกแห่ง สอนวิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรม ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติในชั้นเรียน อย่างใส่ใจ จริงจัง เป็นวิชาภาคบังคับเรียน นักเรียนก็จะเติบโตอย่างมีคุณภาพ เป็นคนดีของสังคม รู้จักบุญบาปเวรกรรม แยกแยะคนในสังคมออกว่า คนไหนดี คนไหนชั่ว

บ้านเมืองเราก็จะมีคนที่มีความรู้ มีจิตสำนึกที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ไม่โกงกินคอร์รัปชั่น ฯลฯ ปัญหาและความเหลื่อมล้ำในด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา การยุติธรรม ฯลฯ จะหมดไป ทุกคนทุกชนชั้น ทุกฐานะ ก็จะอยู่อย่างเท่าเทียมกัน ประเทศชาติก็จะก้าวหน้า พลเมืองจะอยู่กันอย่างผาสุกไม่แตกแยก เราจะได้นักการเมืองที่ดีมีความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ไม่กินบ้านโกงเมือง

ผดุง จิตเจือจุน

วุฒิอาสาธนาคารสมองจังหวัดสมุทรปราการ