“กฎ 3 ข้อของหุ่นยนต์” (Three Laws of Robotics) กำหนดไว้นานมากแล้ว โดย ไอแซค อาซิมอฟ (Isaac Asimov 1920-1992) โดยปรากฏขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1947 ในเรื่องสั้นชื่อ “ลิตเติล ลอสต์ โรบอต” (Little Lost Robot) ในหนังสือ “ไอ, โรบอต” (I, Robot) ซึ่งเป็นหนึ่งในซีรีส์ชุดหุ่นยนต์ของนักเขียนนินายวิทยาศาสตร์เลื่องชื่อผู้นี้
อาซิมอฟ เป็นอาจารย์สอนวิชาชีวเคมี ที่มหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา, นักวิทยาศาสตร์, นักเขียน, แถมยังเป็น บรรณาธิการ เป็นนักคิด นักวิจารณ์ อีกสารพัด
แต่ที่สร้างชื่อให้มากที่สุดก็คืองานเขียน อาซิมอฟ ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มีชื่อเสียงที่สุดในศตวรรษที่ 20
บางคนเรียกอาซิมอฟ ร่วมกับอีกสองสุดยอดอย่าง โรเบิร์ต เอ. ไฮน์ไลน์ (Robert A. Heinlein) และ เซอร์ อาเธอร์ ซี. คลาร์ก (Sir Arthur Charles Clarke) ว่า “3 พี่เบิ้ม”(Big Three) ของโลกนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ยุคนั้น
เซอร์อาเธอร์นั้นรู้จักกันทั่วโลกจากผลงานชุด “จอมจักรวาล” (A Space Odyssey) ส่วนไฮน์ไลน์นั้น ไม่ค่อยมีผลงานถ่ายทอดเป็นภาษาไทย แต่ถ้าใครเคยดูภาพยนตร์ “สตาร์ชิป ทรูเปอร์ส” (Starship Troopers) แล้วละก็ นั่นแหละครับคือผลงานจากจินตนาการของไฮน์ไลน์
ย้อนกลับมาที่ “กฎ 3 ข้อของหุ่นยนต์” ที่หลายคนอาจกังขาว่าคืออะไร? มีไว้ทำอะไร? แล้วมาพูดถึงกันในตอนนี้ทำไม?
ในนิยายวิทยาศาสตร์ อาซิมอฟ กำหนดให้กฎ 3 ข้อนี้เป็นข้อกำหนดพื้นฐานในการสร้างและพัฒนาหุ่นยนต์ขึ้นมาชนิดหลีกเลี่ยงไม่ได้ หุ่นทุกตัวต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดเหล่านี้
กฎ 3 ข้อนี้มีนัยสำคัญเรียงตามลำดับ เริ่มจากความสำคัญสูงสุด ดังนั้นต่อมา เมื่ออาซิมอฟ ต้องการเพิ่มกฎขึ้นอีกข้อ จึงไม่ได้เพิ่มเป็นข้อที่ 4 หากแต่เป็น ข้อที่ 0 เพราะมีนัยสำคัญสูงสุด
กฎ 3 ข้อเดิม มีดังนี้
กฎข้อที่ 1 หุ่นยนต์มิอาจกระทำการอันตรายต่อผู้ที่เป็นมนุษย์ หรือนิ่งเฉยปล่อยให้ผู้ที่เป็นมนุษย์ตกอยู่ในอันตรายได้ (A robot may not harm a human being, or, through inaction, allow a human being to come to harm.)
กฎข้อที่ 2 หุ่นยนต์ต้องเชื่อฟังคำสั่งที่ได้รับจากผู้ที่เป็นมนุษย์ เว้นแต่เมื่อคำสั่งนั้นๆ ขัดแย้งกับกฎข้อแรก
(A robot must obey the orders given to it by human beings, except where such orders would conflict with the First Law.)
กฎข้อที่ 3 หุ่นยนต์ต้องปกป้องสถานะ การดำรงตัวตนของตนเอาไว้ ตราบเท่าที่การกระทำนั้นๆ มิได้ขัดแย้งต่อกฎข้อแรกหรือกฎข้อที่สอง (A robot must protect its own existence, as long as such protection does not conflict with the First or Second Law.)
ต่อมามี กฎข้อที่ 0 ขึ้นเพิ่มเติม โดยถูกระบุเอาไว้ว่า เป็นกฎที่บัญญัติเพิ่มขึ้นมาปรากฏอยู่ใน “คู่มือหุ่นยนต์ศาสตร์ ฉบับแก้ไขครั้งที่ 56 ค.ศ.2058” ดังนี้
หุ่นยนต์มิอาจกระทำการอันเป็นอันตรายต่อ “มนุษยชาติ” หรือนิ่งเฉยปล่อยให้ “มนุษยชาติ” ตกอยู่ในอันตรายได้ (A robot may not injure humanity, or, through inaction, allow humanity to come to harm.)
การกำหนดให้ข้อนี้เป็นลำดับที่ 0 เท่ากับเป็นการกำหนดไว้ชัดเจนว่า การกระทำใดๆ ตามกฎข้อ 1, 2 และ 3 ต้องไม่ขัดแย้งกับกฎข้อที่ 0 นี้
เพราะกฎของหุ่นยนต์เหล่านี้นี่เองที่ทำให้ อาซิมอฟ ได้รับการยกย่องว่าคือนักเขียน “ผู้มาก่อนกาล” เล็งเห็นถึงอนาคตได้แม่นยำ ชัดเจน
หลายคนบอกว่า ยิ่งได้เห็นพัฒนาการของ “ปัญญาประดิษฐ์” หรือ “เอไอ” ในเวลานี้ ยิ่งคิดถึงบรรดากฎเหล่านี้ของอาซิมอฟ
กฎเหล่านี้นำมาแปลงเป็นกฎหมายควบคุม “เอไอ” ในเวลานี้ได้หรือไม่?
เมื่อปี 2016 สัตยา นาเทลลา (Satya Narayana Nadella) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของไมโครซอฟท์ เคยเขียนบทความลงตีพิมพ์เผยแพร่ในนิตยสาร Slate พูดถึง “หลักการและเป้าหมาย 6 ประการของเอไอ” ที่ต่อมาถูกหลายคนเรียกว่า “กฎของสัตยาฎ (Satyas rules) ดังนี้
1.“เอไอต้องได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือมนุษยชาติ” หมายถึงความเคารพต่อความเป็นอิสระของมนุษย์
2.“เอไอต้องมีความโปร่งใส” หมายถึงมนุษย์ควรรู้และสามารถเข้าใจวิธีการทำงานของมัน
3.“เอไอจะต้องมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่ทำลายศักดิ์ศรีของผู้คน”
4.“เอไอต้องได้รับการออกแบบเพื่อความเป็นส่วนตัวที่ชาญฉลาด” ซึ่งหมายความว่าจะได้รับความไว้วางใจจากการปกป้องข้อมูลของพวกเขา
5.“เอไอจะต้องมีความรับผิดชอบอัลกอริทึม เพื่อให้มนุษย์สามารถยกเลิกการกระทำ ที่เป็นอันตรายโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ”
6.“เอไอจะต้องป้องกันความลำเอียง” เพื่อที่พวกเขาจะต้องไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้คน
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า หลักการและเป้าหมาย 6 ประการนี้ รับอิทธิพลจาก “กฎ 3 ข้อของหุ่นยนต์” (ที่จริงๆ มี 4 ข้อ) มาเต็มๆ
ทำให้หลายคนค่อนแคะว่า “น่าเบื่อ” กว่ากฎของอาซิมอฟเยอะ
แต่จริงๆ แล้ว นอกจากความคลุมเครือและเต็มไปด้วยช่องโหว่แล้ว ทั้งกฎของอาซิมอฟ และของสัตยาต่างก็มีจุดอ่อนอันเดียวกัน ก็คือ เป็นเพียงกฎที่สมมุติเอาไว้ว่า ทุกคนต้องทำตาม ไม่ใช่กฎหมายที่มีอำนาจบังคับให้ทุกคนทำตาม
ที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ มีความพยายามปรับเปลี่ยน ดัดแปลง เพิ่มเติม กฎ 3 ข้อของอาซิมอฟ ให้กลายเป็น กฎหมายเพื่อบังคับใช้สำหรับการพัฒนาเอไอในอนาคตกันแล้ว
เอาไว้เล่าสู่กันฟังเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้านะครับ

