หน้าแรก บทความ พยัคฆ์ซ่อน มั...

พยัคฆ์ซ่อน มังกรซุ่ม : เอียงอก เทออก จริงใจ และ พิสุทธิ์ จอมยุทธ์ ปักธง

11.04.24 | 11:31 น.

เอียงอก เทออก
จริงใจ และ พิสุทธิ์
จอมยุทธ์ ปักธง

หากวางยุทธนิยาย “ไซ่ฮั่น” สำนวนแปลฉบับ “วังหลัง” ลง แล้วหยิบพงศาวดารจีน “ไซฮั่น” ฉบับสมบูรณ์พร้อมคำวิจารณ์

อัน วิวัฒน์ ประชาเรืองวิทย์ แปลจากต้นฉบับ “ไฉ้ตงฝาน”

ก็จะสัมผัสได้ในความ “ต่าง” ขณะที่สำนวนแปลฉบับ “วังหลัง” ให้เครดิตแก่จางเหลียงเป็นอย่างสูง

แต่ฉบับ “ไฉ้ตงฝาง” ให้น้ำหนักไปยัง “เซียวเหอ”

Advertisement

จำเป็นต้องระบุในระดับที่ว่า การที่ก๊กฮั่นได้ตัวหานซิ่นมาเป็น “แม่ทัพ” เพื่อนำทัพกลับไปยึดเสียนหยาง

เป็นภารกิจ “เซียวเหอ” มิได้เป็นบทบาทของ “จางเหลียง”

นี่ย่อมเป็นอีกรสชาติหนึ่งของการอ่านและเปรียบเทียบ เป็นรสชาติของเรื่องราวที่แม้จะพ้องสถานการณ์ พ้องตัวละคร

เพียงแต่ดำเนินไปไม่เหมือนกัน

จับความตั้งแต่หานซิ่นอาสาทำงานภายใต้การบังคับบัญชาของเซี่ยงเหลียง โดยที่เซี่ยงเหลียงก็มิได้มองเห็นความพิเศษ

บรรจุให้อยู่ในกองทหารมียศถาบรรดาศักดิ์เล็กน้อย

เมื่อเซี่ยงเหลียงเสียชีวิต ก็ผันมาอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของเซี่ยงหวี่ โดยเซี่ยงหวีแต่งตั้งให้อยู่ในตำแหน่ง

“หลางจาง” นั่นก็คือ มหาดเล็กถืออาวุธรักษาวัง

หานซิ่นพยายามเสนอแผนอุบายหลายครั้ง บังเอิญมิเห็นได้ใช้ จึงละทิ้งก๊กฌ้อไปอยู่ก๊กฮั่น

ได้ติดตามกองทัพถึงเขตแดนสู่ (เสฉวน)

ฮั่นอ๋องก็ต้อนรับอย่างจืดชืด เย็นชา เฉพาะให้ยศตำแหน่งหานซิ่นอย่างธรรมดา มิได้มีอะไรเป็นพิเศษ

ตำแหน่งนี้เรียกว่า “เหลียนอ้าว”

อันตำแหน่ง “เหลียนอ้าว” ที่หานซิ่นได้มา เป็นชื่อยศขุนนางในลักษณะเดียวกันกับที่มีอยู่ในก๊กฌ้อ

ประมาณเท่ากับยศ “ซือหม่า” นายทหารม้า

หานซิ่นก็ยังคงมิได้ตามเจตจำนง แต่ก็มิอาจไม่พอใจ บังเอิญเพื่อนร่วมงานจำนวน 13 คนดื่มสุรา สนทนาเรื่องในใจ

มาถึงหลังจากดื่มกันแล้วก็ลืมความรักที่มีต่อกัน

ทั้งเผยวาจาที่รุนแรงจำพวกหนึ่ง ตามสำนวน วิวัฒน์ ประชาเรืองวิทย์ ก็คือ มีความประสงค์แรงกล้า ยกย่องตนเองเป็นเอกบุรุษผู้เดียว

เผอิญถูกคนข้างเคียงได้ยินเข้าไปรายงานต่อฮั่นอ๋อง

ฮั่นอ๋องระแวงว่าพวกเขาก่อการขบถจึงบัญชาให้จับกุมทั้ง 13 คน ซึ่งรวมเอาหานซิ่นเข้าไปด้วย

เมื่อเป็นขบถโทษก็มีแต่ต้องประหารสถานเดียว

เซี่ยโหวอิงได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ควบคุมการประหาร เซี่ยโหวอิงไล่ต้อนพวกนักโทษทั้ง 13 คน ไป ณ สถานที่ลงอาญา

ตัดหัวติดต่อกัน

ระหว่างการตัดหัวคนแล้วคนเล่าอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงร้องตะโกนดังก้องมาจากคนผู้หนึ่ง

“ฮั่นอ๋องไม่ต้องการได้แผ่นดินหรือ ทำอะไรกันจึงสังหารบุรุษกล้าหาญ”

ได้ยินดังนั้น เซี่ยโหวอิงรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากจึงบัญชาให้พักการประหารนำคนผู้นั้นมาที่เบื้องหน้า

เมื่อเห็นลักษณะ ท่าทาง ผึ่งผาย องอาจ

ก็เกิดคิดสงสาร จึงเรียกบัญชีรายชื่อนักโทษประหาร เห็นว่าเป็นหานซิ่นจึงเกิดความสนใจ

การสนทนาสอบถามจึงได้เริ่มขึ้น

เมื่อพิจารณารายละเอียดของการสนทนาสอบถาม จะเห็นได้ว่ากรอบและขอบข่ายแห่งความสนใจขยายมากไปกว่าคดีความ

มากไปกว่าวงสุรา มากไปกว่าเนื้อหาการพูดในยามเมา

เซี่ยโหวอิงย่อมรู้จักหานซิ่น ย่อมรับรู้ในกิตติศัพท์ของหานซิ่นในระดับที่แน่นอนหนึ่ง

และยิ่งมีคำพูด “ฮั่นอ๋องไม่ต้องการได้แผ่นดินหรือ”

จึงถามหานซิ่นถึงแผนการปกครองว่ามีอะไรบ้าง หานซิ่นจึงเอาวิชาความรู้ที่ซ่อนอยู่ในอุทรขยายออกมาอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ทำให้เซี่ยโหวอิงต้องถอนหายใจ

แสดงให้เห็นว่า รายงานจาก “สายข่าว” ที่กราบทูลไปยังพระเจ้าฮั่นอ๋องไม่สอดรับกับความเป็นจริง

ตรงนี้เองที่ทำให้คดีพลิก

นั่นก็ต้องพิจารณาแต่ละคำพูดของเซี่ยโหวอิงหลังจากรับฟังคำของหานซิ่น และนำมาไตร่ตรองพิจารณา

“13 คนล้วนตาย เฉพาะเหลือเจ้าผู้เดียว

ดูเจ้าต่อไปจะได้เป็นผู้ช่วยของฮั่นอ๋อง ดังนั้น ภายใต้คมมีดนี้จึงรั่วไหล ข้าจะช่วยเจ้าแก้ไขมิให้ต้องตายก็แล้วกัน”

ว่าแล้วจึงบัญชาเอาตัวหานซิ่นแก้พันธนาการ

ตนเองกลับไปรายงานฮั่นอ๋อง ยกย่อง ชมเชย สติปัญญาหานซิ่นอย่างเต็มที่ เสนอว่ามิควรสำเร็จโทษ

อีกทั้งต้องเลื่อนยศตำแหน่งขุนนาง

วิวัฒน์ ประชาเรืองวิทย์ บรรยายว่า ฮั่นอ๋องเป็นคนประเภทจะได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่ได้ ครั้นได้ฟังวาจาเซี่ยโหวอิงก็อภัยโทษหานซิ่น

แต่งตั้งให้มียศเป็นนายร้อยทหาร

มาตรแม้นได้ตำแหน่งสูงกว่าเหลียนอ้าว 1 ขั้น แต่ว่ามิได้รับการโปรดปราน เฉพาะมีสมุหนายก เซียวเหอสนใจในวิชาความรู้

จำเพาะรอมาถึงกลางเดือนก็ไร้ข่าวคราว

ตนเองคิดว่าในที่สุดฮั่นอ๋องมิสามารถใช้เราได้ อย่ากระนั้นเลย ฉวยโอกาสไปที่อื่นเพื่อแสวงหาหนทางใหม่

จึงเก็บสัมภาระออกเดินทาง ตัวคนเดียวออกหนี

ทั้งมิได้เข้าไปรายงานในที่ราชการสมุหนายก กระทั่งมีคนเห็นหานซิ่นไปแล้วจึงรายงานต่อเซียวเหอ

รับทราบดังนั้น เซียวเหอประดุจสูญเสียของวิเศษ

กระโดดขึ้นม้าเร่งแส้วิ่งไปอย่างรวดเร็ว ไล่ตามหานซิ่น ดึงตัวหานซิ่นไว้ หานซิ่นไม่ปรารถนากลับไปอีก

เมื่อผ่านการร้องขออย่างสุดแรงจากเซียวเหอจึงเปลี่ยนใจ

มีปัจจัย 2 ปัจจัยเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจของหานซิ่น 1 เป็นปัจจัยจากเซียวเหอ 1 เป็นปัจจัยจากตัวของหานซิ่นเอง

วิวัฒน์ ประชาเรืองวิทย์ บรรยายว่า

ผ่านการขอร้องอย่างสุดแรงของเซียวเหอ ทั้งกล่าวว่า ตนเองยังมิได้เสนอและรับรอง ดังนั้น จึงล่าช้า

หานซิ่นเห็นเขาพูดจาโดยสุจริตใจจึงกลับไปกับเซียวเหอคงกลับทางเดิม

เมื่อเข้าธานีก๊กฮั่นโดยเซียวเหอทูลรายงานให้ฮั่นอ๋องทราบ กับฮั่นอ๋องถามตอบสำนวนมากมาย

จึงตัดสินใจเด็ดขาดตั้งให้เป็นแม่ทัพ

ไม่ว่าสำนวนแปล “ฉบับวังหลัง” ไม่ว่าสำนวนแปลฉบับ วิวัฒน์ เรืองประชาวิทย์ มีบทสรุปตรงกันให้การยอมรับต่อสถานะของหานซิ่น

ยืนยันบทบาทของเซียวเหอ ยืนยันความหมายของหานซิ่น