หน้าแรก บทความ ปฐมบท โรงไฟฟ้...

ปฐมบท โรงไฟฟ้าขยะ เทศบาลนครหาดใหญ่

29.05.24 | 12:27 น.

ปฐมบท โรงไฟฟ้าขยะ เทศบาลนครหาดใหญ่

วันที่ 9 เมษายน 2567 เทศบาลเมืองควนลังมีหนังสือถึงเทศบาลนครหาดใหญ่ให้ระงับการนำขยะไปทิ้งในพื้นที่เทศบาลเมืองควนลัง จนกว่าปัญหาผลกระทบจากระบบกำจัดขยะจะได้รับการแก้ไข นั่นเป็นเหตุให้เทศบาลนครหาดใหญ่ต้องนำขยะไปกำจัดในพื้นที่อื่น ด้วยความยากลำบาก

เกิดอะไรขึ้นกับระบบกำจัดขยะของเทศบาลนครหาดใหญ่ เมื่อเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้น ปริมาณขยะรายวันไม่น้อยกว่า 230 ตัน จะถูกกำจัดอย่างไร

ก่อนจะไปสู่สถานการณ์ปัจจุบัน และการแสวงหาทางออกของเทศบาลนครหาดใหญ่ อยากให้ย้อนกลับไปอ่านบทความที่เขียนไว้ในช่วงต้นปี 2561 เกี่ยวกับระบบกำจัดขยะ ซึ่งถือได้ว่าคือเหตุของผลที่กำลังเกิดขึ้น

กรณีเตาเผาขยะ เทศบาลนครหาดใหญ่ (จากมติชน online วันที่ 2 มกราคม 2561)

Advertisement

เตาเผาขยะของเทศบาลนครหาดใหญ่เป็นอีกตัวอย่างของระบบกำจัดขยะแบบเตาเผาที่เอกชนลงทุน ก่อสร้างและเดินระบบเพื่อให้บริการแก่ท้องถิ่น เริ่มเดินระบบตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2557 ช่วงเวลา 3 ปี ผลของการเดินระบบไม่ค่อยราบรื่น มีการร้องเรียนจากชุมชนที่ได้รับผลกระทบบ่อยครั้ง จนเกิดคำถาม เกิดอะไรขึ้นกับเตาเผาแห่งนี้

เมื่อครั้งที่ทำพิธีวางศิลาฤกษ์งานก่อสร้างเตาเผาขยะแห่งนี้ ในเดือนพฤษภาคม 2554 เทศบาลนครหาดใหญ่ได้ให้ข้อมูลกับชาวบ้านว่า เทศบาลได้ว่าจ้างเอกชนเอกชน ลงทุน ก่อสร้างและเดินระบบเตาเผาขยะที่สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้า เป็นเตาเผาแบบ Gasification Ash Melting รองรับปริมาณขยะได้ 250 ตันต่อวัน และสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 6 เมกะวัตต์ ต่อมาเมื่องานก่อสร้างแล้วเสร็จจึงเริ่มเดินระบบเพื่อให้บริการกำจัดขยะแก่เทศบาลนครหาดใหญ่และท้องถิ่นอื่นๆ ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ในเดือนพฤศจิกายน 2557

อะไรคือ เตาเผาแบบ Gasification Ash Melting มีประสิทธิภาพแตกต่างจากเตาเผาทั่วไปอย่างไรจึงทำให้เทศบาลนครหาดใหญ่เลือกให้เป็นเทคโนโลยีนี้

ผู้ผลิตเตาเผาจากประเทศญี่ปุ่นรายหนึ่งได้อธิบายประสิทธิภาพของเตาเผาแบบนี้ว่าเป็นระบบเตาเผาที่ได้รับการพัฒนาจากการวิจัยค้นคว้าและได้รับการติดตั้งเดินระบบเชิงพาณิชย์ครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นในปี 2549 มีประสิทธิภาพในการเผาทำลาย จึงเหลือเศษและเถ้าเพียง 3% และทำให้ไม่เกิด Dioxin ทั้งในรูปของก๊าซ หรือสารปนเปื้อนในเศษและเถ้าจากการเผา จากภาพผังกระบวนการทำงานของเตาเผานี้พอเข้าใจได้ว่ามีกระบวนการทำงาน 2 ส่วนคือส่วนของ Gasification และส่วนที่เป็น Ash Melting

ในทางวิชาการมีคำอธิบายเกี่ยวกับกระบวนการ Gasification ว่า เป็นการเปลี่ยนรูปพลังงานจากชีวมวลให้เป็นเชื้อเพลิงก๊าซ โดยให้ความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 700C ผ่านตัวกลางของกระบวนการเช่น อากาศ ออกซิเจนที่มีจำนวนจำกัด หรือไอน้ำ กระบวนการนี้แตกต่างจากกระบวนการเผาไหม้ในเตาเผาของจังหวัดภูเก็ตอย่างสิ้นเชิง ผลของกระบวนการ Gasification จะได้ก๊าซที่สามารถเผาไหม้ได้เพื่อนำไปสู่กระบวนการผลิตพลังงานไฟฟ้า ส่วนขั้นตอนของ Ash Melting มีคำอธิบายว่าเป็นการเผาต่อเนื่อง พวกเศษและเถ้าด้วยอุณหภูมิสูงจนหลอมละลาย หดตัว ผู้ผลิตเตาเผาจากญี่ปุ่นระบุว่าเถ้าที่เหลือจากเตาเผาแบบนี้จะน้อยกว่าเตาเผาทั่วไปถึง 75% โดยปริมาตร

เดือนกุมภาพันธ์ 2559 ชาวบ้านรอบบริเวณเตาเผายื่นหนังสือร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดสงขลา เรื่องผลกระทบกลิ่น ควันและฝุ่นจากเตาเผาแห่งนี้และขอให้ตรวจวัดมลพิษที่เกิดขึ้น หลังจากการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวหลายครั้ง ในเดือนพฤษภาคม 2559 กรมควบคุมมลพิษเข้าไปเก็บตัวอย่างมลพิษที่ปลายปล่อง เพื่อนำไปตรวจสอบซึ่งผลจากการตรวจวัดพบค่ามลพิษที่ปลายปล่องของเตาเผาเกินค่ามาตรฐาน นอกจากนั้น เดือนพฤศจิกายน 2559 ในการสำรวจพื้นที่เตาเผาของคณะทำงานของจังหวัด พบว่าปริมาณเถ้าและเศษที่ไม่เผาไหม้มากกว่า 15% ถูกนำไปทิ้งในพื้นที่ฝังกลบเดิมอย่างไม่ถูกต้องและมีความเสี่ยงจะเกิดผลกระทบกับแหล่งน้ำธรรมชาติ

เหตุใดผลของการเผาจึงไม่เป็นไปตามคำอธิบายของเตาเผาแบบนี้ และไม่เป็นไปตามข้อกำหนดด้านเทคนิคที่เทศบาลและเอกชนนำเสนอต่อสาธารณะก่อนลงมือก่อสร้าง เรื่องนี้เอกชนได้ชี้แจงถึงสาเหตุสำคัญคือความชื้นของขยะที่สูงมากจนไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิในห้องเผาได้ เป็นเหตุให้ค่ามลพิษที่ปลายปล่องสูงกว่ามาตรฐานและยังทำให้มีปริมาณเถ้าและเศษที่ไม่เผาไหม้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้

ความชื้นของขยะเป็นอุปสรรคสำคัญของเตาเผาไม่ว่าจะเป็นเตาเผาแบบใด ข้อมูลเรื่องความชื้นและองค์ประกอบของขยะจึงมีความสำคัญมากสำหรับการออกแบบเตาเผาและระบบที่เกี่ยวข้อง กรณีเตาเผาของเทศบาลนครหาดใหญ่ ข้อมูลความชื้นและองค์ประกอบของขยะได้ให้ไว้ในเอกสารข้อกำหนดในการคัดเลือกเอกชนแล้วตั้งแต่ต้น ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดจากการออกแบบระบบของเอกชนเองที่เชื่อมั่นว่าเครื่องจักรและกระบวนการทำงานส่วนหน้าของเตาเผาจะสามารถลดความชื้นของขยะได้

คำถามว่า เหตุใดเทศบาลนครหาดใหญ่จึงเลือกเอกชนที่นำเสนอเทคโนโลยีนี้ ทั้งที่เป็นเทคโนโลยีค่อนข้างใหม่เมื่อเทียบกับเตาเผาแบบเผาไหม้ (Combustion) ที่เทศบาลนครภูเก็ตใช้อยู่ เหตุเพราะเทศบาลไม่มีผู้เชี่ยวชาญที่จะวิเคราะห์เปรียบเทียบด้านเทคนิค และเข้าใจว่าเอกชนมีความรู้ด้านเทคนิดดีกว่าเทศบาลและเป็นฝ่ายรับความเสี่ยงเองหากเกิดปัญหาด้านเทคนิค

เหตุการณ์นี้คล้ายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเทศบาลนครภูเก็ตในปี 2549 ที่ต้องสั่งหยุดการเดินระบบของโรงงานคัดแยกขยะที่ลงทุน ก่อสร้างและเดินระบบโดยเอกชนเพราะล้มเหลวในการคัดแยกขยะ ไม่สามารถช่วยลดปริมาณขยะที่เข้าสู่เตาเผาได้ นั่นก็เป็นความเสี่ยงของเอกชน แต่เมื่อเกิดปัญหาย่อมส่งผลกระทบต่อการจัดการขยะของเทศบาล

ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี สามารถหลีกเลี่ยง หรือทำให้น้อยลงได้ ด้วยการเตรียมความพร้อมของเทศบาลเอง และหากเจ้าหน้าที่ของเทศบาลไม่มีความเข้าใจในเรื่องเทคโนโลยี ก็จำเป็นต้องหาที่ปรึกษามาทำการศึกษาให้รอบคอบ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องการพิจารณาเทคโนโลยีที่เหมาะสม แต่เป็นเรื่องการกำกับให้เอกชนดำเนินการตามที่นำเสนอหรือที่กำหนดไว้ในสัญญา

ถึงวันนี้ ผลกระทบที่เกิดกับชุมชนรอบเตาเผาแสดงให้เห็นแล้วว่า การเดินระบบเตาเผาแห่งนี้ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เทศบาลและเอกชนได้นำเสนอต่อสาธารณะก่อนลงมือก่อสร้าง เราไม่รู้ว่าเอกชนได้ลงทุนก่อสร้างตามแบบที่เสนอต่อเทศบาลหรือไม่ และเราไม่รู้ว่า เตาเผานี้คือ เตาเผาแบบ Gasification Ash Melting จริงหรือไม่

นี่คือปัญหาการความพร้อมของท้องถิ่นที่ต้องกำกับดูแล เมื่อต้องการให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วม

ดร.พิรียุตม์ วรรณพฤกษ์
นักวิชาการสิ่งแวดล้อมอิสระ