หน้าแรก บทความ การเดิมเกมของ...

การเดิมเกมของบริกส์ต่อไทย ชาติพันธมิตรตะวันตกจะยังคงยืนหยัดต่อไปได้หรือไม่

20.07.24 | 12:16 น.
การเดิมเกมของบริกส์ต่อไทย ชาติพันธมิตรตะวันตกจะยังคงยืนหยัดต่อไปได้หรือไม่

การเดิมเกมของบริกส์ต่อไทย
ชาติพันธมิตรตะวันตกจะยังคงยืนหยัดต่อไปได้หรือไม่

การตัดสินใจของประเทศไทยที่จะเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของหลายๆประเทศประกอบไปด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ได้เป็นจุดริเริ่มให้เกิดประเด็นถกเถียงและความสงสัยในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญและผู้สังเกตการณ์เป็นอย่างมาก ความมุ่งมั่นนี้เกิดขึ้นในขณะที่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้นประกอบกับภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป จึงทําให้เกิดคําถามสําคัญที่ว่า ประเทศไทยสามารถเข้าร่วมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) ได้โดยไม่มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปซึ่งดำเนินมาอย่างยาวนานต่อเนื่องหรือไม่ โดยต้องทําความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในผลกระทบของการเคลื่อนไหวดังกล่าวด้วยมุมมองทางเศรษฐกิจ นโยบายและเชิงกลยุทธ์

อย่างไรก็ตาม กลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) ซึ่งแต่เดิมมีแนวคิดเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการส่งเสริมตลาดเกิดใหม่ ได้มีลักษณะทางภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้เงื้อมมือของจีนและรัสเซีย ซึ่งทั้งสองประเทศต่างต้องการที่จะลดการครอบงำของเงินดอลลาร์สหรัฐรวมไปถึงความท้าทายของระบบการเงินทั่วโลกที่มุ่งเน้นฝั่งตะวันตก เช่นธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) โดยการเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) ประเทศไทยมีความเสี่ยงที่อาจจะถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการต่อต้านตะวันตก อันจะสร้างความตึงเครียดให้กับความสัมพันธ์กับสหรัฐและสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ความตึงเครียดนี้อาจแสดงให้เห็นว่าเป็นการลงทุนที่ลดลงจากบริษัทตะวันตก การกีดกันทางการค้า หรือการมีส่วนร่วมทางการทูตที่ลดลง ซึ่งทั้งหมดนี้อาจส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญต่อประเทศไทย

ในเชิงเศรษฐกิจกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) สมทบเงินทุนกว่า 28 ล้านล้านดอลลาร์ให้กับเศรษฐกิจโลก โดยหยิบยื่นโอกาสสำคัญกับการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้าของไทยกับจีนซึ่งเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) ที่มีมูลค่า 135 พันล้านดอลลาร์ เน้นย้ำถึงการพึ่งพาซึ่งกันและกันทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งใหม่ (NDB) ที่ก่อตั้งโดยกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) สามารถจัดหาแหล่งเงินทุนทางเลือกให้ประเทศไทยในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานและโครงการพัฒนาต่างๆ ซึ่งอาจลดการพึ่งพาสถาบันการเงินฝั่งตะวันตกได้

อย่างไรก็ตามความมีเสน่ห์ทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) จะต้องได้รับการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงผลกระทบจำนวนมากที่อาจจะเกิดขึ้นได้ สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปมิได้เป็นเพียงคู่ค้าที่สำคัญ แต่ยังเป็นแหล่งการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ รวมไปถึงนวัตกรรมทางเทคโนโลยี และการท่องเที่ยวอีกด้วย การรับทราบถึงการหันเหของในกลุ่มต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็นการตอบโต้ผลประโยชน์ของตะวันตกมากขึ้นอาจส่งผลให้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจเย็นลง บริษัทตชาติะวันตกอาจพิจารณาเรื่องการตัดสินใจลงทุนอีกครั้งและผู้กำหนดนโยบายในกรุงวอชิงตันและกรุงบรัสเซลส์อาจกำหนดอุปสรรคกำแพงการค้าหรือลดความร่วมมือทางเศรษฐกิจซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของแรงกดดันเชิงกลยุทธ์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย

Advertisement

ในทางการเมือง การเป็นประเทศสมาชิกของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) ของไทยอาจแปลความได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระเบียบโลกหลายขั้ว ที่สนับสนุนให้ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่มีอิทธิพลมากกว่า อันสอดคล้องกับปณิธานของประเทศไทยที่จะยกระดับให้มีบทบาทในเวทีโลกและเป็นผู้เชื่อมความสัมพันธ์ในการทูตระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตามภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันมีการแข่งขันอย่างรุนแรงระหว่างมหาอำนาจชาติสำคัญ ยกตัวอย่างเช่นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน รวมถึงความขัดแย้งอย่างต่อเนื่องของรัสเซียในยูเครน และการแข่งขันเชิงกลยุทธ์ในวงกว้างระหว่างชาติตะวันตกและผู้นำกลุ่มเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) ล้วนแล้วก่อให้เกิดสภาวะแวดล้อมที่ผันผวน

เนื่องด้วยการเข้าร่วมเป็นสมาชิกในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) ของไทยอาจเป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงความเป็นสัมพันธมิตรทางภูมิรัฐศาสตร์โดยมิได้ตั้งใจ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาอันไม่พึงประสงค์จากมหาอำนาจชาติตะวันตก ซึ่งปฏิกิริยาเหล่านี้อาจรวมถึงการประเมินความมั่นคงและการมีส่วนร่วมทางการทูตกับประเทศไทย ความเป็นไปได้ในการถอดถอนความร่วมมือทางการทหาร หรือการลดการมีส่วนร่วมในโครงการด้านความมั่นคงในระดับภูมิภาคต่างๆ รวมถึงการสูญเสียการสนับสนุนจากชาติตะวันตกอาจลดทอนอำนาจของไทยในงานด้านต่างๆระดับภูมิภาคและระดับโลก อันจะมีผลกระทบต่อความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์

นอกจากนี้ความแตกต่างทางอุดมการณ์และยุทธศาสตร์ภายในประเทศสมาชิกกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) ก่อให้เกิดความซับซ้อนขึ้นไปอีก ถึงแม้ว่าจีนและรัสเซียจะมีจุดยืนต่อต้านชาติตะวันตกอย่างชัดเจน แต่สมาชิกกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) ชาติอื่นๆ เช่น อินเดีย และบราซิล ต่างก็รักษาจุดยืนที่เหมาะสม โดยสร้างความมีสมดุลระหว่างความสัมพันธ์ของประเทศตนกับชาติฝั่งตะวันตกและชาติที่ไม่ใช่ฝั่งตะวันตก การรวมประเทศไทยเข้าในสมาชิกภาพของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) จะต้องอาศัยการขับเคลื่อนด้วยพลวัตภายในเหล่านี้ เพื่อให้แน่ใจว่าการเป็นสมาชิกภาพจะไม่แปรเปลี่ยนเป็นมูลเหตุแห่งความขัดแย้งภายในหรือลดทอนความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์

การที่ประเทศไทยมีความประสงค์ที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) ก่อนอื่นต้องเข้าใจบริบทของภูมิทัศน์การเมืองภายในประเทศด้วย รัฐบาลไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้การนำของรัฐบาลชุดปัจจุบันมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะแสดงความสามารถในการสร้างผลประโยชน์ที่จับต้องได้และยกระดับชื่อเสียงของไทยให้อยู่ในระดับนานาชาติ การเข้าร่วมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงนโยบายต่างประเทศเชิงรุก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นชาตินิยม และสนับสนุนความชอบธรรมภายในประเทศของรัฐบาล อย่างไรก็ตามความจำเป็นภายในประเทศจะต้องสมดุลกับผลกระทบในวงกว้างต่อนโยบายต่างประเทศของไทยและจุดยืนระหว่างประเทศด้วย

นักวิเคราะห์หลายคนแย้งว่าการเสนอตัวของไทยในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกภาพของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) นั้นเป็นการเข้าใจผิดและเป็นการกระทำเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อวาระการประชุมของกลุ่ม BRICS ที่สำคัญๆ เช่น จีนและรัสเซีย เตือนว่าประเทศไทยอาจเข้าไปพัวพันกับความทะเยอทะยานทางภูมิรัฐศาสตร์ของประเทศมหาอำนาจเหล่านี้ ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการรักษานโยบายต่างประเทศที่สมดุลและเป็นอิสระลดลง ทั้งนี้การตัดสินใจปฏิเสธไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิกภาพกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) ของอินโดนีเซียในปี พ.ศ.2566 นั้น เป็นการอ้างถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางของกลุ่มและความปรารถนาที่จะไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ซึ่งถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าคิดต่อประเทศไทย

นอกจากนี้แล้วความสัมพันธ์ที่ดำเนินมาอย่างยาวนานของไทยกับสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปนั้นเริ่มขึ้นจากผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่มากกว่าเท่านั้น ซึ่งครอบคลุมถึงค่านิยมและผลประโยชน์เชิงกลยุทธ์ที่มีร่วมกัน รวมถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงและเสถียรภาพของภูมิภาค การเข้าร่วมและมีส่วนร่วมของไทยในโครงการริเริ่มต่างๆ เช่น ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกของสหรัฐอเมริกาที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นต่อระเบียบระหว่างประเทศที่อิงกฎเกณฑ์ ซึ่งอาจขัดแย้งต่อแนวโน้มการแก้ไขมากขึ้นในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) ตัวอย่างของความร่วมมือดังกล่าว ได้แก่ การฝึกซ้อมร่วมกันทางทหาร โครงการต่อต้านการก่อการร้าย และความพยายามเพื่อเสรีภาพในการเดินเรือในน่านน้ำภูมิภาค

ในการจัดการกับความท้าทายเหล่านี้ ประเทศไทยต้องนำแนวทางเชิงกลยุทธ์ที่เหมาะสมมาใช้ ประการแรกควรชี้แจงและสื่อสารถึงเหตุผลของการเป็นสมาชิกภาพกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีความสมดุลและหลากหลาย รวมถึงการสร้างความมั่นใจแก่พันธมิตรชาติตะวันตกว่าการมีส่วนร่วมของไทยกับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) ไม่ใช่การละทิ้งพันธมิตรที่มีมายาวนาน แต่เป็นการแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมและความเป็นอิสระเชิงกลยุทธ์

ประการที่สองประเทศไทยควรใช้ประโยชน์จากบทบาทของตนในฐานะผู้สร้างสัมพันธไมตรีเพื่อส่งเสริมการเจรจาและความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) และประเทศกลุ่มตะวันตก ด้วยการวางตำแหน่งตัวเองในฐานะผู้ไกล่เกลี่ย ประเทศไทยสามารถช่วยลดความตึงเครียดและส่งเสริมระเบียบระหว่างประเทศที่ครอบคลุมและให้ความร่วมมือมากขึ้น ซึ่งจำเป็นเป็นต้องมีการทูตที่มีความชำนาญ เพื่อให้มั่นใจว่าการมีส่วนร่วมของไทยในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) จะไม่กลายเป็นมูลเหตุของความแตกแยก แต่เป็นเวทีสำหรับการมีส่วนร่วมที่สร้างสรรค์ ตัวอย่างที่ผ่านมาของความพยายามในการไกล่เกลี่ยของไทยในความขัดแย้งระดับภูมิภาคและบทบาทของประเทศไทยในอาเซียนสามารถปรับใช้สำหรับยุทธศาสตร์นี้ได้

ประการที่สามประเทศไทยต้องจัดลำดับความสำคัญของผลประโยชน์ของประเทศและความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์ในการติดต่อกับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) อันหมายถึงการระมัดระวังในการไม่พึ่งพากลุ่มหรืออำนาจใดจนเกินไป รักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการทูตที่หลากหลาย และสร้างความมั่นใจว่าการตัดสินใจนโยบายต่างประเทศของตนได้รับการชี้นำโดยการพิจารณาเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว แทนที่จะเป็นผลประโยชน์ทางการเมืองในระยะสั้น การสร้างสมดุลระหว่างการมีส่วนร่วมกับพันธมิตรทั้งชาวตะวันตกและที่ไม่ใช่ชาวตะวันตกจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาอำนาจนี้

กล่าวโดยสรุปได้ว่าการเสนอตัวของไทยเพื่อเข้าร่วมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) เป็นการแสดงให้เห็นถึงโอกาสและความท้าทาย แม้ว่าจะให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เป็นไปได้และบทบาทที่เพิ่มขึ้นในเวทีโลก แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะกดดันความเป็นพันธมิตรอันยาวนานของไทยกับสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป กุญแจสำคัญในการสำรวจภูมิทัศน์ที่ซับซ้อนอยู่ที่การนำแนวทางเชิงกลยุทธ์มาปรับใช้ โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยต่อนโยบายต่างประเทศที่หลากหลายและเป็นอิสระ และใช้ประโยชน์จากจุดยืนอันเป็นเอกลักษณ์ในการส่งเสริมการเจรจาและความร่วมมือระหว่างมหาอำนาจระดับโลกที่แข่งขันกัน หากบริหารจัดการอย่างเชี่ยวชาญ ประเทศไทยก็สามารถเข้าร่วมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจบริกส์ (BRICS) ได้โดยไม่กระทบต่อชาติพันธมิตรที่สำคัญ ถือเป็นการเพิ่มผลประโยชน์ของชาติให้สูงสุด

เปรม ซิงห์กิล