จีน-แอฟริกา ร่วมชะตาชีวิตเดียวกัน
ประชากรจีน 1,400 ล้าน บวกกับแอฟริกา 1,400 ล้าน รวมเป็น 2,800 ล้าน บัดนี้ จีน-แอฟริการ่วมชะตาชีวิตเดียวกัน และกำลังเขียนตำนานแห่งการเปลี่ยนแปลงของโลก
พื้นที่ของทวีปแอฟริกาทั้งหมดเท่ากับผลรวมของประเทศจีน สหรัฐ และยุโรป อดีตแอฟริกาในสายตาของตะวันตกคือแผ่นดินใหญ่ที่สิ้นหวัง แต่วันที่กลับกลายเป็นแผ่นดินที่เต็มไปด้วยความหวัง
ภายใต้การช่วยเหลือของจีนนำมาซึ่งโอกาสที่ไม่เคยมีมาก่อน การประชุมสุดยอดว่าด้วยความร่วมมือจีน-แอฟริกา เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกการอันได้ย่างเข้าวาระใหม่แห่งประวัติศาสตร์
ท่ามกลางภาวะตะวันตกยังตกอยู่ใน “กับดักหนี้สิน” (debt trap) จีน-แอฟริกาได้จูงมือกันมุ่งสู่เส้นทางอันเกษม ซึ่งเป็นเส้นทางใหม่ที่ไม่เพียงเชื่อมโยงพื้นที่สองทวีป ยังเป็นสรณะแห่งความฝันของคน 2,800 ล้าน ชาวแอฟริกาหัวเราะทีหลังจึงดังกว่า เพราะจีนได้ใช้เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มาใช้กับภูมิภาคที่ล้าหลัง รังสรรค์ความเจริญรุ่งเรือง อำลาทุพภิกขภัย กาฬโรคและการต่อสู้กันภายใน แปรเปลี่ยนดินแดนล้าหลังและยากจน เริ่มเห็นแสงสว่าง บัดนี้ แอฟริกามิใช่ “ประเทศหลุมปุ๋ย” อย่างที่โดนัลด์ ทรัมป์ เยาะเย้ยอีกต่อไป
ย้อนอดีตเมื่อ 24 ปีก่อน นิตยสารอังกฤษ Economist ได้พรรณนาว่า แอฟริกาคือแผ่นดินใหญ่ที่ผิดหวังและล้มเหลว และในปีเดียวกัน จีน-แอฟริกาได้ประสบกับความท้าทายโลกาภิวัตน์ จึงเห็นพ้องต้องกันเปิดการประชุมระดับรัฐมนตรีเป็นสมัยแรก “จีน-แอฟริกาฟอรั่ม” ก็ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ บัดนั้น
กว่า 20 ปี จีนได้ช่วยเหลือแอฟริกาสร้างงานสาธารณูปโภคหลากหลายโครงการ พัฒนาสังคมและเศรษฐกิจให้มีความก้าวหน้า ทั้งนี้ โดยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในท้องถิ่นทุรกันดาร
ล่าสุด วันที่ 4-6 กันยายน จีน-แอฟริกาฟอรั่มได้เริ่มขึ้นอีกวาระหนึ่ง ณ กรุงปักกิ่ง โดยมีผู้นำแอฟริกา 53 ประเทศ เลขาธิการสหประชาชาติ และประธานกรรมาธิการพันธมิตรแอฟริการ่วมการประชุมด้วย การประชุมตั้งชื่อว่า “ร่วมมือกันผลักดันความทันสมัย ร่วมสร้างกิจกรรมมาตรฐานสูงว่าด้วยการร่วมชะตาชีวิตเดียวกัน”
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พรรณนาความสัมพันธ์จีน-แอฟริกายกระดับเป็น “จีน-แอฟริการ่วมชะตาชีวิตเดียวกันสมัยใหม่” พร้อมทั้งเสนอให้ “จีนและแอฟริกาเดินไปในทิศทางเดียวกัน และต้องไม่ทิ้งกัน”
วาระการประชุมมุ่งเน้นทั้งสองฝ่ายจะต้องร่วมกันแสวงหารูปแบบการดำรงชีวิตอันทันสมัยที่เหมาะแก่ประชากรทั้งสองภูมิภาค โดยต้องช่วยกันผลักดันความทันสมัย 6 ประการ อันได้แก่บรรลุความยุติธรรม แสวงหาโอกาสทำธุรกรรมที่ก่อเกิดประโยชน์ ประชาชนต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ความหลากหลายและการมีส่วนร่วมในกิจกรรม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อยู่อุ่นกินอิ่ม มีความมั่นคงและความปลอดภัยในชีวิต อีกทั้งต้องร่วมมือกันในวงกว้าง เช่น แลกเปลี่ยนความทันสมัย การค้า ห่วงโซ่ทางทรัพย์สิน การสื่อสาร การพัฒนาสุขภาพอนามัย ส่งเสริมการเกษตร ทางวัฒนธรรม ตลอดจนการพัฒนาสีเขียว
ที่สำคัญคือ จะต้องแสดงให้โลกเห็นว่าชัยชนะนั้นมาจากความพยายามอย่างแท้จริง มิใช่ได้มาในรูปแบบ Zero-Sum Game หรือจากการสร้างภาพ หรือจากการโฆษณาชวนเชื่อ หรือเป็นชัยชนะจอมปลอม
ต้องยอมรับว่า เป็นความปรารถนาของจีนที่อยากให้แอฟริกามีการพัฒนาในท้องที่ล้าหลังด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำการปรับมาตรการให้เข้ากับสภาพท้องถิ่น ทำงานโดยยึดหลัก “ค้นหาสัจธรรมจากความเป็นจริง” ทำความเข้าใจกับความสำเร็จของจีนโดยให้ความสำคัญกับความมั่นคง แก้ไข “ความยากจน” ด้วยการสร้างงาน เช่น การสร้างสาธารณูปโภคในแอฟริกาโดยใช้แรงงานท้องถิ่น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นการสร้างรายได้ เป็นความภูมิใจของชาวแอฟริกาที่ได้เงินมาด้วยแรงงานของตน อันเกิดจากสัญญาต่างตอบแทน และที่สำคัญคือเป็นการ “สอนงาน” ให้ชาวแอฟริกา สอดคล้องกับคำพังเพยของจีน “สอนจับปลาดีกว่าการแจกปลา” และที่น่าสนใจคือสอนให้หลีกเลี่ยงความขัดแย้งต่อสู้กันเอง อย่าเข้าสู่สนามรบ จีนทำได้ แอฟริกาก็ต้องทำได้
ต้องไม่ลืมว่า ประเทศจีนมีประชากร 1,400 ล้าน แอฟริกาก็มี 1,400 ล้าน รวมกันเท่ากับ 2,800 ล้าน ในขณะที่ทั่วโลกมีประชากรประมาณ 8,000 ล้านคน จีนและพันธมิตรแอฟริกา จึงกลายเป็นพลังสำคัญที่น่าจะทำการใดหรือไม่กระทำการใด หรือเปลี่ยนแปลงโลกในทางสร้างสรรค์และเกิดประโยชน์โดยทั่วกัน
แม้ในทางภูมิศาสตร์ แอฟริกาห่างไกลจากประเทศจีน แต่เมื่อร่วมชะตาชีวิตกันแล้วก็คือ “หมู่บ้านเดียวกัน”

