ทางรอดของงานคอนเสิร์ตไทย
หากย้อนกลับไประหว่างปี 2563-2565 ถือเป็นช่วงเวลาสองสามปีที่ “โควิด-19” แผลงฤทธิ์ ทำให้คนในวงการดนตรีแทบจะไร้งาน ศิลปินนักร้อง นักดนตรี ตลอดจน “นักสร้างงานคอนเสิร์ต” ใครกระดูกไม่แข็ง สายป่านไม่ยาว มีเงินเก็บไม่มากพอ ก็จำต้องหาทางออกด้วยการไปหาอาชีพใหม่เพื่อประทังความอยู่รอดกันไม่น้อยเลย แต่ก็ใช่ว่าความร้ายกาจของโรคระบาดที่มาเยือนผู้คนทั้งโลกจะไม่มีข้อดี วิกฤตยังคงสร้างโอกาสให้กับคนที่กล้าหาญเสมอ
เราจึงได้เห็นคนดังในวงการเพลงเปิดช่อง YouTube ใหม่ๆ นำเสนอในสิ่งที่ตนเองถนัด และลงมือทำในสิ่งที่ไม่เคยกล้าทำมาก่อน เช่นขายอาหารที่บ้าน จนกลายเป็นธุรกิจที่ไปได้ดี เพื่อประคับประคองรอให้ถึงวันที่ฟ้าเมืองไทยสดใส ไร้โรคระบาด จนการจัดงานอีเวนต์ หรือคอนเสิร์ตกลับมาโชติช่วงอีกครั้ง
กลางค่อนปลายปี 2565 เมื่อ “โควิด-19” ซาลง งานคอนเสิร์ตไทยก็ทยอยกลับมาจัดกันมากหน้าหลายตา ห้วงเวลานั้นทั้งคนดู ศิลปินนักร้อง นักดนตรี รวมถึงผู้จัดงานคอนเสิร์ตน้อยใหญ่ กระโจนเข้าสู่การกอบโกยอีกครั้ง คนดูก็คล้ายว่าเพลงที่เคยฟัง ดนตรีที่เคยเสพ บรรยากาศของการยืนเบียดกันในงานคอนเสิร์ตได้หายไปจากชีวิตช่วงหนึ่ง จึงรอคอยที่จะควักเงินซื้อบัตร งานคอนเสิร์ตใดที่ประกาศจัดแบบถูกที่ ถูกเวลา ก็ปิดประตูขาดทุน จนสายตาของ “คนนอกวงการเพลง” มองและสรุปแบบเผินๆ ไปว่า การจัดงานคอนเสิร์ตไทยน่าจะไปได้ดี จึงทำให้มีผู้จัดงานคอนเสิร์ตหน้าใหม่ๆ ตบเท้าเข้ามาวงการเพลงนับไม่ถ้วน
มีทั้งผู้จัดที่เคยอยู่ในวงการบันเทิง เป็นนักธุรกิจ ทหาร ตำรวจ แพทย์ เรียกว่าหันมาเป็นผู้จัดงานคอนเสิร์ตกันไม่น้อย หรือแม้แต่จากที่เคยเป็นคนดูก็ผันตัวมาเป็นผู้จัดกันอย่างสนุกสนาน จนเกิดงานคอนเสิร์ตไทยทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ แทบจะทุกจังหวัดในประเทศไทย ยังไม่นับผับ บาร์ ร้านอาหาร ที่เลือกที่จะมีการแสดงดนตรีแทบจะทุกวัน เรียกว่าตลอดทั้งปี 2567 การแสดงดนตรีทุกรูปแบบกลายเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายๆ ไปที่ไหนก็มี ยิ่งงานคอนเสิร์ตจำนวนไม่น้อยสร้างกันมาแบบหยาบๆ มุ่งแสวงหาแต่ยอดรายรับ แต่ขาดความเอาใจใส่ในเรื่องคุณภาพของการจัดงาน เอาเร็วเข้าว่า จนเกิดความเบื่อหน่ายของผู้คนจำนวนมาก
แม้แต่ผู้จัดงานคอนเสิร์ตมืออาชีพจำนวนหนึ่ง ก็รู้สึกว่างานคอนเสิร์ตไทยจำนวนไม่น้อยที่เกิดขึ้นหลังโควิดตลอดสองปีที่ผ่านมา แทบไม่มีอะไรใหม่กับวงการ หรือกลายเป็นสิ่งที่งดงาม ตราตรึงให้นักดูคอนเสิร์ตไทยจดจำได้จริงๆ ทุกองคาพยพต่างวิ่งเข้าหางานด้วยเหตุผลของการ “ทำมาหากิน” เป็นสำคัญ น้อยมากที่จะมองกันในภาพใหญ่ที่ช่วยกันให้การจัดงานคอนเสิร์ตมีคุณภาพ และถูกพูดถึงในทางที่ดีในวงกว้างแบบยั่งยืน
สถานการณ์การจัดงานคอนเสิร์ตไทยเดินมาสู่จุดที่ยากลำบากเต็มที่ก็เมื่อเข้าสู่ปี 2567 เรื่อยมา คอนเสิร์ตเล็ก กลาง ใหญ่ ไปต่อไม่ไหวกันระนาว มีให้เห็นแทบจะเป็นเรื่องปกติที่ประกาศจัดงานไปแล้วแต่เพียงไม่นานก็ประกาศเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด คนดูพากันเบื่อหน่าย มองงานคอนเสิร์ตไทยไม่ต่างจากงานอีเวนต์ธรรมดา ชินชากับศิลปินนักร้อง นักดนตรี รวมถึงรูปแบบการจัดงาน กระทั่งองค์ประกอบอื่นๆ เช่นแสง สี เสียง ก็ไม่สามารถที่จะดึงดูดผู้ชมให้ควักเงินซื้อบัตร ยังไม่นับความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และปัญหาเศรษฐกิจ ล้วนส่งผลกระทบกับความรู้สึกของผู้คนในวงกว้าง
คอนเสิร์ตที่ยังรอดในยุคนี้ มักจะมีองค์ประกอบสามประการ หนึ่งนั้นคือศิลปินเป็นที่ดึงดูดในระดับเอบวก นั่นคือมี “ฐานคนรักอย่างเหนียวแน่น” ยังต้องเลือกจัดงานในเวลาที่เหมาะสม ไม่ถี่จนเกินไป สองคือผู้จัดงานต้องมี “คอนเน็กชั่น” ที่แข็งแรง ทั้งในส่วนขององค์กรต่างๆ ที่จะมาช่วยช้อนซื้อบัตรในจำนวนมาก หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้สนับสนุน ต้องมีในระดับที่ขอกันได้ หรือไปไหนไปกันจริงๆ สามคือเรื่องค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายจริง เช่นเรื่องสถานที่การจัดงานที่มักจะขึ้นราคาค่าเช่าทุกๆ ปี ก็ต้องพยายามดีลให้เหมาะสมกับรูปแบบของงานที่จัดมากที่สุด รวมถึงค่าลิขสิทธิ์เพลง ถ้าหลีกเลี่ยงการจัดงานที่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพลงได้มากเท่าไหร่ ก็เป็นการลดต้นทุนได้มากเท่านั้น เพราะสำหรับประเทศไทย ค่าลิขสิทธิ์เพลงไทยต้องจ่ายในราคาที่สูงกว่าเพลงสากล ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็พยายามใช้ให้น้อยที่สุด เพื่อลดความเสี่ยง เพราะมีงานคอนเสิร์ตไทยนับไม่ถ้วนที่ต้องขาดทุนเพราะการจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพลงไทยมากเกินควร ถือเป็นตลกร้ายของวงการเพลงบ้านเรา
ถึงแม้ว่าจะรู้วิธีที่น่าจะรอดของการจัดงานคอนเสิร์ตก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้จัดจะหลีกเลี่ยงในสิ่งที่ไม่อยากให้เกิด หรืออยากมีในสิ่งที่ควรมีได้ เมื่อชีวิตเกิดมาเพื่อที่จะสู้ และเดิมพันเดียวคือต้องชนะ ชีวิตก็ต้องไปต่อไป แม้การจัดงานคอนเสิร์ตไทยจะกำลังเดินวนอยู่ในเส้นทางที่แสนจะขรุขระ แต่ทางรอดของการทำงานที่เป็นจริงเสมอ คือการสร้างงานที่มีคุณภาพให้เกิดขึ้นให้ได้ และใช้การประชาสัมพันธ์ที่แหลมคม นี่อาจจะเป็นทางรอดของทางรอดทั้งหมดที่มี
มีบางคนเคยทำสำเร็จเอาไว้

