หน้าแรก บทความ ภาพเก่าเล่าตำ...

ภาพเก่าเล่าตำนาน : เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐ…11 ลำ…พอหรือไม่?

23.09.24 | 09:32 น.
ภาพเก่าเล่าตำนาน

มหาอำนาจชาติเดียวในโลก…ที่สามารถใช้จ่ายงบประมาณได้ต่อเนื่อง มหาศาล ขนาดนี้…

(บทความนี้บางส่วนอ้างอิงจากบทความ The U.S. Navy Must Follow a Law to Have 11 Aircraft Carriers โดย Stavros Atlamazoglou)

ราว 300 ปีที่แล้ว ชาวยุโรปต่อเรือใบขนาดยักษ์ ติดปืนใหญ่รอบลำเรือ “ทาสผิวสี” ถูกล่ามโซ่นับร้อยคนอยู่ใต้ท้องเรือ ใช้ไม้พายขนาดยักษ์ออกแรงพายไปตามจังหวะเสียงกลอง ขับเคลื่อนเรือยักษ์ไปทำศึก หันหัวเรือไป-มาเพื่อดำเนินกลยุทธ์ในทะเล มีนายทาสถือแส้คอยหวดหลังทาสเพื่อเร่งให้ทาสออกแรงพายพร้อมกัน

ไวกิ้งส์ (Vikings) เป็นชาวเรือจากดินแดนนอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ก ตัวใหญ่ หนวดยาว ถือดาบ คือตำนานอันลือลั่นในความโหด

นำเรือปืนไปแสวงหาทรัพย์สมบัติต่างเมือง ออกทะเลเพื่อ “ล่า” ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 8 ถึงปลายศตวรรษที่ 11 ปล้นสะดม ค้าขายและตั้งถิ่นฐานในส่วนต่างๆ ของทวีปยุโรปไปจนถึงเมดิเตอร์เรเนียน แอฟริกาเหนือ ไม่เคยกลัวภยันตรายที่ไหน

Advertisement

โปรตุเกส สเปน ฮอลันดา อังกฤษ ฝรั่งเศส อเมริกา สร้างเรือปืนแข่งกันออกทะเล รบกันเองบ้าง ไปรบกับชาวพื้นเมืองทั่วโลก เสี่ยงตายเพื่อทำมาค้าขาย ข่มขู่ ปล้น แย่งกันครอบครองดินแดน

ส่วน “กองเรือของจีน” แม่ทัพเรือชื่อเจิ้งเหอ ก็ไม่เป็นสองรองใคร ได้รับบัญชาจากฮ่องเต้สมัยราชวงศ์หมิงให้นำกองเรือออกทะเลไป “ค้าขาย” ถึงทวีปแอฟริกาโน่น ไปหลายรอบ เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “เจ้าพ่อซำปอกง” ที่ชาวจีนเคารพ เรือจีนแวะมาที่ “วัดพนัญเชิงฯ อยุธยา” ตำนานรักเรื่อง “เจ้าชายสายน้ำผึ้งกับพระนางสร้อยดอกหมาก” ยังเป็นตำนานแห่งการสร้างวัดพนัญเชิงวรวิหาร

สยามประเทศในสมัยแผ่นดินในหลวง ร.4-ร.5 ก็เผชิญกับ “เรือปืน” ของอังกฤษ ฝรั่งเศส แทบจะเอาตัวไม่รอด

พลเรือตรี อัลเฟรด มาฮาน นักยุทธศาสตร์ทหารเรือชาวอเมริกัน ผู้เขียนหนังสือ “The influence of sea power upon history” ที่กล่าวถึงการครองทะเล จนเกิดวลีทองที่มักจะเอามาพูดกันเสมอๆ มาจนถึงปัจจุบัน ที่กล่าวว่า “ชาติใดครองทะเล ชาตินั้นครองโลก”

เรือบรรทุกเครื่องบิน คือจุดสูงสุดของพลังอำนาจทางทะเล

หลายประเทศในโลกต้องการเป็นมหาอำนาจ ขอสร้างเรือบรรทุกเครื่องบิน เรือพิฆาต เรือดำน้ำ ฯลฯ เท่าที่เศรษฐกิจอำนวย

สหรัฐอเมริกา คือประเทศที่สามารถสร้าง ใช้งาน มีงบประมาณพอเพียงสำหรับเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ พร้อมรบและมีจำนวนมากที่สุดในโลก

แทบไม่มีใครทราบว่า…สหรัฐอเมริกามีกฎหมายควบคุมให้มีเรือบรรทุกเครื่องบินได้ 11 ลำเท่านั้น

เรือบรรทุกเครื่องบินเปรียบเสมือน “เมืองลอยน้ำ” ที่สามารถแสดงพลังอำนาจและตอบสนองนโยบายต่างประเทศของสหรัฐได้อย่างเหนือชั้น มีอาวุธทำการรบได้ บก น้ำ ใต้น้ำ อากาศ และอวกาศ

ปัจจุบันกองทัพเรือมะกันมีเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ 11 ลำ เป็นเรือชั้น Nimitz จำนวน 10 ลำ และเรือชั้น Ford จำนวน 1 ลำ ซึ่งทั้งหมดใช้พลังงานนิวเคลียร์

ตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา กองทัพเรือสหรัฐ “ต้องมีเรือบรรทุกเครื่องบินอย่างน้อย 11 ลำ เพื่อให้เรือบรรทุกเครื่องบินมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการที่หลากหลายตลอดเวลา”

ทั้งนี้…มิได้หมายความว่าเรือรบทั้ง 11 ลำจะต้องไปอยู่กลางทะเลในเวลาเดียวกัน รัฐสภาสหรัฐตรากฎหมายเฉพาะเพื่อต้องการให้แน่ใจว่ากองทัพสหรัฐมีขีดความสามารถในการบรรทุกเครื่องบินที่ทรงอานุภาพเข้าทำการรบ จะต้องเหนือกว่าข้าศึก ซึ่งสามารถครอบคลุมยุทธบริเวณหลายพื้นที่ในเวลาเดียวกันได้

ผู้นำหลายประเทศมีความคิด ฝัน ต้องการจะปฏิบัติตามแนวทางนี้ หากแต่ค่าใช้จ่ายสูงเกินกำลัง สู้ไม่ไหว…

มหาอำนาจอเมริกา…“ทำได้” ถึงแม้จะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายแบบตึงตัว เพราะหลักคิดคือ ผลประโยชน์ของชาติ

ในฐานะมหาอำนาจโลก สหรัฐอเมริกาจะตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน เรือบรรทุกเครื่องบินมักเป็นหน่วยรบแรกของอเมริกาที่มาถึงเมื่อเกิดวิกฤตการณ์

เรือบรรทุกเครื่องบินชั้นฟอร์ด ซึ่งเป็นเรือลำใหม่ล่าสุดมีเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ระบบปล่อยเครื่องบินแม่เหล็กไฟฟ้า (EMALS) ซึ่งช่วยให้ปล่อยเครื่องบินได้เร็วขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน

คาดว่าเรือบรรทุกเครื่องบินเหล่านี้จะคุ้มต้นทุนมากขึ้น โดยกองทัพเรือสั่งซื้อเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นฟอร์ด 4 ลำภายในปี 2024

เรือบรรทุกเครื่องบินมีทหารเรือและนาวิกโยธินมากกว่า 5,000 นาย มีเครื่องบินนานาชนิดอีกหลายสิบลำ มีนักบิน ช่างเครื่อง หมอ พยาบาล พ่อครัว อนุศาสน์ มีจิตแพทย์ เป็นการทำงานร่วมกันที่ซับซ้อน อันตราย ต้องใช้เวลาในการวางแผนหลายปีก่อนมีเรือ

เมื่อเรือออกปฏิบัติการ ตัวเลขค่าใช้จ่ายคงจะมหาศาล นี่ยังไม่รวมถึงอาวุธไฮเทคทุกชนิดที่เรือใช้ยิงและเครื่องบินบนเรือใช้ยิง

ทหารราว 5,000 นาย เรื่องอาหารการกิน สไตล์ทหารอเมริกันที่จะต้องใช้เครื่องบินนำมาส่งในทะเลทุก 7 วัน ก็เป็นค่าใช้จ่ายไม่น้อย

ในช่วง 60 ปีที่ผ่านมาเรือบรรทุกเครื่องบินของอเมริกาได้รับการสร้างขึ้นในอู่ต่อเรือในรัฐเวอร์จิเนีย ปัจจุบันการผลิตเรือบรรทุกเครื่องบินเกี่ยวข้องกับซัพพลายเออร์มากถึง 2,000 รายจาก 46 รัฐ

แปลว่า การสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินแต่ละลำในอเมริกาทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน คนมีงานทำมหาศาล เป็นประโยชน์ต่อชาวอเมริกัน

สถานการณ์ที่ร้อนระอุหลายพื้นที่ทั่วโลกต่อเนื่องหลายปี มีรายงานว่า ลูกเรือเรือบรรทุกเครื่องบิน “ทำงานหนักเกินไป”

เรือบรรทุกเครื่องบินนิมิทซ์ (USS Nimitz) ต้องออกปฏิบัติการทำลายสถิตินานถึง 10 เดือน

มีความเห็นแตกต่างกันออกไป เพราะกองทัพเรือสหรัฐประจำการอยู่ในหลายพื้นที่ของโลก บางพื้นที่ก็สถานการณ์ปกติ มีความคิดเห็นว่า จำนวนเรือ 11 ลำพอเพียงแล้ว

บ้างก็เห็นต่างว่า…สถานการณ์ล่าสุดน่าจะไม่เพียงพอ

เรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรือที่เหลืออีก 10 ลำ ต้องเผชิญกับตารางงานอันหนักหน่วงที่ทำให้เรือและลูกเรือเหนื่อยล้า

สถานการณ์ในตะวันออกกลางอิสราเอลรบกับฮามาสเกือบครบ 1 ปี ล่าสุดกองทัพเรือสหรัฐก็ “โยก” กองเรือบรรทุกเครื่องบินอับราฮัมลินคอล์น และกองเรือที่เรียกว่า Carrier Strike Group เข้ามาเสริมอำนาจกำลังรบแน่นปึ้ก

ในช่วงสงครามเย็น สหรัฐมีเรือบรรทุกเครื่องบิน 13 ถึง 15 ลำของกองทัพเรือและกองบินที่ติดมาด้วย มักใช้เวลาในทะเลประมาณ 6 เดือน (180 วัน) แต่การประจำการเหล่านี้ก็ยาวนานขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากกองเรือบรรทุกเครื่องบินมีขนาดเล็กลง

มกราคม 2020 เรือ USS Abraham Lincoln ได้เสร็จสิ้นการลาดตระเวนเป็นเวลา 295 วัน นอกจากนี้ เมื่อปีที่แล้ว เรือ USS Dwight D. Eisenhower ยังใช้เวลา 200 วันในทะเล ในขณะที่กองทัพเรือส่งเรือ USS Theodore Roosevelt ไปประจำการ “แบบคู่ขนาน” ติดต่อกัน

กองทัพเรือสหรัฐที่แสดงบทบาทมหาอำนาจมายาวนาน พยายามสร้างบรรยากาศของชีวิตลูกเรือแบบกินหรู-อยู่สบาย ใช้งบประมาณมหาศาลเพื่อสร้างความสุขสบาย ให้ลูกเรือติดต่อกับครอบครัวได้ แต่ในความเป็นจริงการใช้ชีวิตจำเจในเรือถึง 300 วัน ก็มี “ขอบเขตแห่งความเบื่อหน่าย” ไม่น้อย

เรือบรรทุกเครื่องบินมักจะยึดตามกฎ 1 ใน 3 ที่ใช้บังคับกับกองเรือส่วนใหญ่ กล่าวคือ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เรือ 1 ใน 3 จะลาดตระเวน 1 ใน 3 กำลังเตรียมการหรือเพิ่งกลับจากการลาดตระเวน และอีก 1 ใน 3 อยู่ในระหว่างการบำรุงรักษาที่อู่ต่อเรือ

ในกรณีฉุกเฉินอาจจะไม่สามารถใช้กฎข้อนี้ได้ นั่นหมายความว่า เรือจำนวนหนึ่งอาจต้องออกลาดตระเวนก่อนเวลา และเรือที่เดินทางกลับอาจต้องล่าช้าออกไป

ดังนั้น ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเรือบรรทุกเครื่องบิน4 ลำจากทั้งหมด 11 ลำ อาจพร้อมปฏิบัติการและอาจมีเรือบรรทุกเครื่องบิน 5 หรือ 6 ลำในกรณีฉุกเฉิน

นี่ก็เป็นหลักการทั่วๆ ไปนะครับ หน่วยทหาร ตำรวจ ของไทย และหน่วยงานอื่นๆ ก็อาจจะใช้กติกาข้อนี้ที่ “เหมาะสม”

ผู้เขียนที่เป็น “ทหารราบ” ที่เคยอยู่ในฐานปฏิบัติการตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา มีทหาร 50 นาย 1 ส่วนจะออกลาดตระเวน 1 ส่วนลาพักตามวงรอบ และทหารที่เหลืออีก 1 ส่วน ก็ต้องเฝ้าฐาน หุงหาอาหาร ซักเสื้อผ้า ทำความสะอาดอาวุธ

โดยสรุปแล้ว…สหรัฐมีกฎหมายควบคุม… ต้องมีเรือบรรทุกเครื่องบิน 11 ลำ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของสหรัฐ เป็นแผนระดับชาติที่แม่ทัพนายกองทหารเรือเห็นชอบร่วมกันแบบ “เป็นเหตุ-เป็นผล” รวมถึงภาระงบประมาณก้อนยักษ์ที่จะต้องไม่ “เกินเลย” ไปกว่านี้

นี่ยังไม่รวมถึงเรือประเภทต่างๆ อีกมหาศาล ที่ต้องเป็นองค์ประกอบเสมอ…