FED ลดดอกเบี้ย หลีกเลี่ยง Hard Landing
การลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ครึ่งเปอร์เซ็นต์เมื่อวันที่ 18 กันยายน เป็นการเริ่มต้นของวาระลดดอกเบี้ย และเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี อัตราการลดดอกเบี้ย แม้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด แต่ถือว่าสูงเกินความจำเป็น เหตุผลคือความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐและการขายปลีก หากกล่าวโดยรวมยังอยู่ในเกณท์พอใช้ ประเด็นจึงอยู่ที่ความเจริญเติบโตของการประกอบอาชีพมีแนวโน้มชะลอตัวอันเป็นที่ประจักษ์ แต่ถ้าเลวร้ายตามลำดับ อาจมีผลกระทบถึง Soft Landing ของเศรษฐกิจ
การลดดอกเบี้ยครั้งนี้ คือสัญลักษณ์บ่งบอกการปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นเวลาสองปีครึ่งได้สิ้นสุดลงแล้ว
ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 เฟดเพื่อต้องการแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ จึงทำการปรับเพิ่มดอกเบี้ย ภายในระยะเวลาหนึ่งปีครึ่ง ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยถึง 11 ครั้ง ตั้งแต่อัตราดอกเบี้ยเกือบศูนย์เปอร์เซ็นต์ เพิ่มถึง 5.25-5.5% หลังจากนั้นเหตุการณ์เงินเฟ้อจึงค่อยชะลอตัวลง ไม่ต่างไปจากการใช้ยาแรงกับผู้ป่วยอาการหนัก
หากกล่าวกับสภาพเศรษฐกิจของสหรัฐ ปัจจุบันยังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ไม่ถือว่าดีมาก แต่ก็ไม่เลวมาก การที่เฟดทำการลดดอกเบี้ย จึงนำมาซึ่งคำวิจารณ์ มีคนพรรณนาว่า พฤติการณ์เป็นการโจมตีเชิงป้องกัน โดยเฉพาะโดนัลด์ ทรัมป์ แคนดิเดตพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า ความจริงเศรษฐกิจของสหรัฐมิได้เลวร้ายมาก หากแต่เป็นการช่วยเหลือ “คามาลา แฮร์ริส” ในการเลือกตั้งมากกว่า
แม้ ณ สิงหาคม ตลาดแรงงานเกิดการชะลอตัว อัตราคนตกงานตั้งแต่ครึ่งปีแรก 3.7% ขึ้นถึง 4.2% แต่จากประวัติศาสตร์ปรากฏว่า อัตราการตกงานอยู่ที่ 4.2% ยังไม่ถือว่าสูงมาก แต่เฟดกังวลถึงอัตราการเติบโตของตลาดแรงงานขาดความคล่องตัว อันอาจกระทบถึง Soft Landing ของเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น
ย้อนมองเหตุการณ์เงินเฟ้อเริ่มต้นเมื่อปี 2021 เฟดชี้แจงว่า เป็น “ช่วงเปลี่ยนผ่าน” (Transition Period) จึงเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม 2022 สังคมวิพากษ์ว่าเป็นการประเมินสถานการณ์ผิดพลาด
วันนี้ตลาดแรงงานมีแนวโน้มเลวร้าย “เจอโรม พาวเวลล์” ประธานธนาคารกลาง เกรงว่าจะซ้ำรอยประวัติศาสตร์ อันอาจนำมาซึ่งการตำหนิของสังคม ความจริงน่าจะทำการปรับขึ้นดอกเบี้ยเดือนกรกฎาคม แต่ไม่ปรับ มาปรับเอาเดือนกันยายน เสมือนเป็นการชดเชย จึงปรับขึ้นถึงครึ่งเปอร์เซ็นต์
เฟดเน้นหนักในประเด็น Dual Mandate หมายถึงปัญหาเงินเฟ้อและอัตราการตกงาน การลดดอกเบี้ยครั้งนี้ก็เพราะเฟดเห็นว่าเป็นเวลาอันสมควรที่จะต้องใช้นโยบายทางการเงิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของตลาดแรงงาน
เพื่อหลีกเลี่ยง Hard Landing เช่นเดียวกับคนลงคะแนนที่ให้ความสำคัญแก่ปัญหาเงินเฟ้อ และอัตราคนตกงาน ถ้ารัฐบาลพรรคใดสามารถแก้ปัญหาเงินเฟ้อให้ลดลง และควบคุมอัตราคนตกงานมิให้สูงขึ้น โอกาสที่จะได้รับเลือกค่อนข้างสูง ส่วนการซื้อเสียงหรือการแจกเงิน อเมริกันชนไม่นิยม เพราะถือกันว่าเป็นเรื่องเหลวไหลสิ้นดี
หลายปีที่ผันผ่าน อัตราดอกเบี้ยสหรัฐสูงกอปรกับเงินดอลลาร์แข็งตัว จึงมีเงินทุนมหาศาลไหลเข้าสหรัฐ แต่ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยลดลง เงินดอลลาร์อ่อนตัว เป็นเหตุให้เงินทุนหมุนเวียนทั่วโลกมีการล้างไพ่ คาดว่าเงินทุนส่วนหนึ่งไหลเข้าเอเชียและตลาดเปิดใหม่ ส่วนดอลลาร์อ่อนตัว เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อสหรัฐ
หลายปีที่ผ่านไป สหรัฐมีหนี้สินทำลายสถิติคือ 35.3 ล้านล้านล้านดอลลาร์ (35.3 trillion dollars) เฉพาะดอกเบี้ยปีนี้ก็จ่ายถึงจำนวน 1 ล้านล้านดอลลาร์
เงินดอลลาร์คือความได้เปรียบของสหรัฐ เสมือนดาบประกาศิต นโยบายการเงินเป็นบริการเฉพาะกิจที่ว่าด้วยผลประโยชน์ของประเทศ ไม่ว่าเพิ่มดอกเบี้ย ไม่ว่าลดดอกเบี้ย ล้วนมีวิธีที่จะทำการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ (Harvest) จากคนทั่วโลก อันเป็นความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงมิได้เลย
ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

