วันที่ 1 ตุลาคม 2024 เป็นวันชาติจีนและครบรอบ 75 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน
ย้อนมอง 1949 ปีที่สถาปนาประเทศ ในขณะที่จีนอยู่ในสภาพยากจนและล้าหลังทุกด้าน แต่ประชาชนจีนมีความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจพัฒนาประเทศ ด้วยความมานะพากเพียร เรียนรู้ด้วยตนเอง พึ่งพาตนเอง
วันนี้จีนคือสังคมที่อยู่อุ่นกินอิ่ม ปลอดจากความยากจนแล้ว ทั้งนี้โดยปราศจากการแจกเงินของรัฐ แต่ถ้ารัฐมีเงินก็ไม่แจก เพราะรัฐบาลจีนถือว่าการสร้างงานจึงจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
บัดนี้จีนคือประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจแข็งแกร่งประเทศหนึ่งของโลก เป็นประเทศอุตสาหกรรมการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของโลก รวมทั้งธุรกิจการค้า ตลอดจนเงินทุนสำรองระหว่างประเทศล้วนเป็นที่ 1 ของโลก
ต่อมา 1952 หลังการสถาปนา 3 ปี ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 6.79 หมื่นล้านหยวน ล่าสุดเมื่อ 2023 เติบโตถึง 126 ล้านล้านหยวน (126 Trillion Yuan) เพิ่มขึ้น 223 เท่าตัว เท่ากับส่วนแบ่งทั่วโลก 17% รายได้เฉลี่ยเมื่อเริ่มต้นสถาปนาอยู่ที่คนละ 119 หยวนต่อปี ณ ปี 2023 ขึ้นถึง 89,000 หยวนต่อคนต่อปี
75 ปีที่ผันผ่าน ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนได้เกิดการเปลี่ยนแปลงชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ แต่รัฐบาลก็ได้ประสบพบพานกับอุปสรรคนานัปการ ด้วยความวิริยอุตสาหะของคนจีน ทำงานด้วยการยึดหลักความเป็นจริง ในรูปแบบ “ปฏิบัตินิยม” ไร้วาทกรรม “ประชานิยม”
เมื่อทศวรรษที่ 70-80 ทำการปฏิรูปเปิดประเทศ เมืองชายฝั่งสามเหลี่ยมแม่น้ำจูเจียง และสามเหลี่ยมแม่น้ำแยงซี มีความเติบโตในด้านเศรษฐกิจตามลำดับ ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนมีการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ ปลายทศวรรษ 90 เริ่มใช้ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคตะวันตก เพื่อให้ตะวันออกและตะวันตกมีความสมดุล
2001 ได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก
2010 ขนาดเศรษฐกิจของจีนได้ขึ้นเป็นอันดับที่สองของโลก
หลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีระดับสูง อาทิ เทคนิค 5G อินเตอร์เน็ต ปัญญาประดิษฐ์ได้เข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตประจำวัน การใช้โทรศัพท์มือถือเท่ากับ 86% ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของโลก
ปี 2012 หลังเปิดการประชุมพรรคสมัยที่ 18 ประเทศจีนย่างเข้า “สมัยใหม่” และ “เส้นทางใหม่”
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยืนยันว่า “ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนคือเป้าหมายของพรรค” อีกทั้งยืนหยัดการพัฒนาสังคมนิยมแบบประสมประสานอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นภารกิจหลักของพรรค เพื่อรังสรรค์ “ประเทศสังคมนิยมทันสมัยและแข็งแกร่ง” ทั้งนี้ เพื่อมุ่งหวังให้บรรลุเป้าหมาย100 ปีที่สอง โดยการฟื้นฟูชาติพันธุ์จีนอย่างครอบคลุม คือ 1 ตั้งแต่ 2020-2035 บรรลุความทันสมัยสังคมนิยมขั้นพื้นฐาน 1 ตั้งแต่ 2035 เป็นต้นไป ถึงกลางศตวรรษ รังสรรค์ให้เป็นสังคมนิยมที่แข็งแกร่งและทันสมัย มีแต่ความมั่งคั่งและสันติสุข
ภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อ 2021 ปรากฏว่าชาวชนบท 100 ล้านคน ได้หลุดพ้นจากความยากจน 800 ตำบล และ 1.3 แสนหมู่บ้านล้วนได้ปลอดจากสภาพความลำบาก
กรณีเป็นที่ประจักษ์ว่า จีนบรรลุเป้าหมาย 100 ปีได้สำเร็จ ประชาชนจีนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามลำดับอย่างรวดเร็ว ปัญหาความยากจนที่จารึกในประวัติศาสตร์ได้ยุติลงแล้ว จึงเป็นการสมควรที่สี จิ้นผิงได้กล่าวอย่างภูมิใจว่า “นี่คือศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิอันยิ่งใหญ่ของชาติพันธุ์จีน ประชาชนจีนและพรรคคอมมิวนิสต์จีน”
แต่ท่ามกลางภาวะประเทศที่กำลังเดินหน้า ปี 2019 ได้เกิดโรคระบาดโควิด-19 จีนต้องประสบกับความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อน สี จิ้นผิงทำหน้าที่บัญชาการแก้ไขปัญหาโควิดด้วยตนเอง จนบรรลุ “โควิด 0”
สำหรับวลี “ร่วมสร้างชะตาชีวิตเดียวกัน” คือ “ตรรกะทางการทูตของสี จิ้นผิง” เป็นแกนหลักของมโนคติทางการทูต และเป้าหมายทันสมัยของการทูตจีนแบบประสมประสานในระบอบสังคมนิยม
บัดนี้ ประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนเพิ่มขึ้นถึง 183 ประเทศ ผูกนิติสัมพันธ์และทำนิติกรรมสัญญาเกินกว่า 300 ประเภท สูงเป็นประวัติการณ์ อนึ่ง การริเริ่มโครงการ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ของสี จิ้นผิงได้ดำเนินมาเกินกว่าหนึ่งทศวรรษ ณ ปัจจุบันได้มี 150 กว่าประเทศและ กว่า 30 องค์กรเข้าร่วมธุรกรรม 10 กว่าปีที่ผ่านมา ยอดการส่งออกและนำเข้าระหว่างจีนและประเทศที่ร่วมโครงการสูงถึง 19 ล้านล้านดอลดาร์ (19 trillion dollars) ยอดการลงทุนทั้งสองฝ่ายรวม 3.8 แสนล้านดอลลาร์
ส่วนการทูตจีนธำรงไว้ซึ่งหลักแห่งสันติภาพมาโดยตลอด ไม่เคยมีพฤติกรรมระรานพาลหาศัตรู โดยดำรงยุทธศาสตร์ “การทูตไร้ศัตรู” และในเวลาเดียวกันก็รักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก
75 ปีของจีนไม่ธรรมดา คนจีนร่วมใจสร้างประเทศด้วยวิริยภาพ หัวหน้ารัฐบาลทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีความโปร่งใส นายกรัฐมนตรีทุกคนไม่ปรากฏมีพฤติกรรม “ทุจริตเชิงนโยบาย” เป็นความโชคดีของประชาชนจีน 1,400 ล้านคน ปราศจากเงินแจกของรัฐบาล อยู่ดีมีสุข อกผายไหล่ผึ่ง ปลื้มปีติเป็นล้นพ้น

